เตือน “ระวังดอย-หุ้นสหรัฐ” ฟื้นหลอก-ฝันร้ายยังไม่จบ... คาด Q3-Q4/65 ยังดิ่งลงได้อีก 10-15% !!!
Fun of Funds: “หุ้นสหรัฐ” เด้งกลับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิ.ย. แต่จะ “ฟื้นจริง” ขึ้นเพื่อไปต่อ หรือ “ฟื้นหลอก” ขึ้นเพื่อลงต่อนั้น ยังเป็นคำถามคาใจนักลงทุนทั่วโลกอยู่ในตอนนี้
เพราะก่อนหน้า “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ในปีนี้ได้มีการปรับลดลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม ‘หุ้นเติบโต’ ที่ก่อนหน้ามีปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงจนทำให้ระดับราคาหุ้นค่อนข้างแพงในสายตาของนักลงทุน
แต่หลังจากตลาดเด้งกลับก็ทำให้ดีกรีของ “การติดลบ” ลดน้อยลงไปบ้าง ตั้งแต่ต้นปีดัชนี NASDAQ ติดลบเหลือ -19.75% และดัชนี S&P500 เหลือติดลบ -11.84%
ทำให้ภาพรวมกลุ่ม “กองหุ้นสหรัฐ” แม้จะแดงเดือดทั้งกระดานแต่ก็กระเตื้องขึ้นมาก โดยผลงานตั้งแต่ต้นปีติดลบตั้งแต่ -1.33% ถึง -46.17%
จึงทำให้นักลงทุนเองก็ยัง “กล้าๆ กลัวๆ” ที่จะเข้ามาลงทุน แต่จังหวะไหนกันที่จะสามารถเข้ามาแสวงหาผลตอบแทนได้นั้น ก็ยังเป็นสิ่งที่ฉุดคิดอยู่เสมอมา
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ขอโอกาสนี้ในการนำเสนอมุมมองและคำแนะนำการลงทุนใน “หุ้นสหรัฐฯ” มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนกันในครั้งนี้
“ศก.สหรัฐ” ชะลอตัวส่อ ‘ถดถอย’...กดดัน “ตลาดหุ้น” ปรับตัวลง-เหตุผลประกอบการมีแนวโน้มชะลอตัวตาม
ซึ่งปัจจัยที่คอยกดดันให้ “ราคาหุ้นสหรัฐ” ปรับตัวลดลงมานั้น มาจากตัวเลข “เงินเฟ้อ” ที่เพิ่มขึ้นจนทำให้ตลาดเกิดความกังวลและ “นโยบายอัตราดอกเบี้ย” ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ไม่มีความแน่นอน แม้เงินเฟ้อล่าสุดในเดือนก.ค.จะเหลือ 8.5% ชะลอตัวลงจาก 9.1% ในเดือนมิ.ย. ก็ตาม แต่ก็ยังถือว่า “ทรงตัวระดับสูง” นอกจากนี้ยังมีความกังวลต่อภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” เพิ่มเติมเข้ามาอีกด้วย

(ศุภกร ตุลยธัญ)
โดย “ศุภกร ตุลยธัญ” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด ให้มุมมองว่า เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ “ภาวะชะลอตัว” ซึ่งประเทศที่มีชะลอตัวอย่างชัดเจนที่สุดจะเป็นเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐฯ ซึ่งคาดการณ์ว่าทั้งปีจะเติบโตเพียง 2.3% จากปีก่อนที่เติบโตได้ถึง 5.68%
“ด้วยคาดการณ์ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ลดลง จึงเป็นสาเหตุถึงการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้น เนื่องด้วยภาพการลงทุนส่วนใหญ่นักลงทุนจะคาดหวังการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่เมื่อใดก็ตามที่การเติบโตนั้นเริ่มที่จะลดลงก็จะเป็นตัวสะท้อนถึงผลตอบแทนจากการลงทุนที่ลดลงตามไปด้วย”
ชี้ “หุ้นสหรัฐ” ฟื้นตัวหลังคาด “เงินเฟ้อ” ชะลอตัว...เตือนไม่ใช่จังหวะเข้าลงทุนอาจทำ “ติดดอย” ได้
แต่ตัวเลข “เงินเฟ้อ” ล่าสุดได้บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่เงินเฟ้อกำลังผ่านจุดสูงสุดไปแล้วจากการลดลงของราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับลง จากปัญหาด้านอุปทานที่ดีขึ้น ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง จึงทำให้ “ตลาดฟื้นตัว” ขึ้นมา แต่อย่างไรก็ดีตัวเลขดังกล่าวก็ยังไม่อาจการันตีได้ว่าเงินเฟ้อจะไม่กลับมาทำ “สถิติใหม่สูงสุด” อีกครั้ง
จึงมีมุมมองต่อ “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ว่ายังไม่ใช่โอกาสดีนักที่จะเข้าลงทุนในจังหวะที่ตลาดฟื้นตัวกลับมาหรืออาจทำให้นักลงทุน “ติดดอย” ได้ เนื่องจากคาดว่าตลาดมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงหรือปรับฐานลงมาได้อีกครั้ง จึงอยากแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะให้ตลาดปรับตัวลงมาก่อน

(ที่มา: Google Finance)
คาด “หุ้นสหรัฐ” มีโอกาสปรับฐานลงอีก 10-15% ช่วงไตรมาสที่3-4/65
โดยโอกาสที่ตลาดจะปรับตัวลงจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ในเฉพาะช่วงไตรมาส 3/65 ถึง 4/65 จากปรับลดการคาดการณ์ผลประกอบการบริษัทสหรัฐฯ ด้วยแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง เริ่มส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของภาคครัวเรือน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และความสามารถในการใช้จ่ายที่ลดลง จึงโอกาสที่ตลาดจะปรับฐานลงอีก 10-15%
“สำหรับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ ‘ธนาคารกลางสหรัฐฯ’ (FED) มองความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป ทำให้มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดหรือไปพีคที่ 4.25% ในช่วงครึ่งปีแรกปี 2566 และจากการที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะเข้าสู่ ‘ภาวะถดถอย’ โดยกรณีที่ดีที่สุดคาดว่าจะเกิดขึ้นในต้นปี 2566”
ใครที่ชื่นชอบ “หุ้นสหรัฐ” หรือลงทุนอยู่แล้วก็คงไม่ต้องรีบร้อนอะไร แม้ราคาจะปรับตัวลงมามากก่อนหน้าก็ตาม เพราะยังมีโอกาสที่ตลาดจะ “ปรับฐาน” ลงได้อีก 10-15% ในช่วงไตรมาสที่3-4/65 นี้ เพื่อสะท้อนภาพความกังวลต่อ “ดอกเบี้ยขาขึ้น” และ “เศรษฐกิจถดถอย” ที่กำลังจะมาเยือนในอนาคตอันใกล้นั่นเอง
