“หุ้นจีน” ร่วงรับผิดหวัง GDP ปีนี้พลาดเป้า... มั่นใจพื้นฐานยังแกร่ง จังหวะช้อป “ของดี-ราคาถูก” !!!
Fun of Funds: “ตลาดหุ้นจีน” เป็นตลาดที่นักลงทุนกล่าวถึงอย่างหนาหูที่สุดในช่วงที่ผ่านมา เต็มไปด้วย “ความคาดหวัง” และ “ความกลัว” สะท้อนผ่านความเคลื่อนไหวของตลาดที่มีปรับตัวขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
และเป็นหนึ่งใน “ตลาดที่ถูกสุด” ตลาดหนึ่งของโลก ก็ยังคงถูกต่อไป ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันดัชนี CSI300 ยังติดลบ -16.99% ในขณะที่ดัชนี HSCEI -19.82%
นอกจากตัวเลข GDP ในไตรมาสที่2/22 ที่ออกมาน่าผิดหวังเพียง 0.4% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 1.0% ก็ทำให้เป้าการเติบโตของจีนที่วางไว้ 5.5% ในปีนี้ อาจจะเป็น “งานยาก” ไหนจะความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวัน นโยบาย Zero COVID ตลอดจนภัยแล้งจาก China Heatwave ที่เข้ามาซ้ำเติม จนรัฐบาลจีนต้องจดมาตรการกระตุ้นพร้อม “หั่นดอกเบี้ย” เร่งรับมือทันที
นั่นทำให้ผลงาน “กองหุ้นจีน” แดงทั้งกระดานไปตามๆ กัน เรียกว่ามาพร้อมส่วนลดน่าช้อปทั้งแผง ผลงานตั้งแต่ต้นปีมีตั้งแต่ -28.44% ถึง -8.97%
จนเกิดเป็นข้อถกเถียงและข้อสงสัยของนักลงทุนสายต่างประเทศ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตลาดและ “จังหวะไหน” กันแน่ที่จะช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลงทุนอีกครั้ง?
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอคำแนะนำและมุมมองในอนาคตของ “ตลาดหุ้นจีน” มาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจ
มอง “หุ้นจีน” รับข่าวร้ายหั่นเป้า GDP ปีนี้ไปแล้ว...เชื่อ “ตลาดหุ้น” ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ก็ปรับประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ลงเหลือ 3.3% และปีหน้ากลับมาโตได้ 4.6% แต่ก็ยังต่ำกว่าเป้าของทางการจีนในปีนี้และหลังเห็นตัวเลข GDP ไตรมาส2 ของจีน มีสถาบันการเงินบางค่ายก็ทยอยหั่น GDP ของจีนในปีนี้ลงอีกก็มี

(ศุภกร ตุลยธัญ)
โดย “ศุภกร ตุลยธัญ” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด ให้มุมมองว่า “ตลาดหุ้นจีน” ถือเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจที่สุดในตอนนี้ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังมีแนวโน้มที่ดีโดยเฉพาะพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มีการฟื้นตัวขึ้นมาและดีต่อเนื่องทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ซึ่งในปี 2565 คาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเติบโตได้ 3.3% และในปี 2566 จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 4.60% จึงทำให้เศรษฐกิจในปีหน้าเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้ตลาดหุ้นได้ โดยในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นได้สะท้อนข่าวเชิงลบจากการปรับประมาณการเศรษฐกิจไปมากแล้ว
“สำหรับ ‘ตลาดหุ้นจีน’ อย่างหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่อย่าง ‘A-Share’ ในช่วงที่ผ่านมานับตั้งแต่จุดที่ดัชนีของตลาดได้ทำสถิติสูงสุดมาถึงปัจจุบันตลาดได้มีการปรับตัวลดลงถึง 35% จึงเชื่อว่าจะเป็นจุดต่ำของตลาดแล้วและการปรับตัวขึ้นมาในครั้งนี้จะเป็นการทดสอบว่าจะผ่านไปได้หรือไม่”
“ศก.จีน” โตเหนือ ‘ตลาดพัฒนา’ ต่อเนื่อง...คาดใหญ่แซงหน้า “สหรัฐ” อีก 7 ปีข้างหน้า-หนุน “หุ้นจีน” ระยะยาว
อีกหนึ่งจุดความน่าสนใจของ “ตลาดหุ้นจีน” ในระยะยาว ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ค่อนข้างดีและมีแนวโน้มที่จะดีต่อเนื่อง อย่างอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่ในปี 2566 จะเร่งตัวเพิ่มขึ้นโดยมีส่วนสำคัญอย่าง “จีดีพีต่อหัว” (GDP per capita) ที่ปัจจุบันอยู่ในระดับ 11,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคน ยังอยู่ในระดับที่ต่ำแต่มีอัตราการเติบโตของสูงจึงจะช่วยประสิทธิภาพเศรษฐกิจมีการเติบโตได้ดี

(ที่มา: Google Finance)
“ในประเทศขนาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่นจะมีตัวเลขจีดีพีต่อหัวอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง แต่ก็จะทำให้มีอัตราเติบโตที่ต่ำ แต่สำหรับจีนตัวเลขที่ยังค่อนข้างต่ำจึงมีโอกาสที่จะเติบโตได้ในระดับที่ค่อนข้างสูงและต่อเนื่องซึ่งในอีก 5-10 ปีข้างหน้าก็เชื่อจะเติบโตได้ดีกว่าสหรัฐฯ และจะทำให้ขนาดของเศรษฐกิจแซงสหรัฐฯ ได้ในอีก 7 ปีข้างหน้า” นาย ศุภกร กล่าวเพิ่มเติม
ส่วนใน “ระยะสั้น” เริ่มเห็นสัญญาณของเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว หลังจากการผ่อนคลายการดำเนินนโยบาย Zero COVID อย่างเข้มงวดและทางการได้เริ่มตื่นตัวการเข้ามาช่วยเศรษฐกิจทั้งการปรับลดนโยบายอัตราดอกเบี้ยและแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งด้วยระดับราคาของหุ้นที่ค่อนข้างถูก จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุน
“หุ้นจีน” ด้วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจในระยะยาวถือว่ายังแข็งแกร่ง นักลงทุนทั่วโลกยังมองบวก เหมือน “ของดี-ราคาถูก” จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายในเรดาร์การลงทุนเสมอมา แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้อาจจะชะลอตัวต่ำกว่าเป้าหมายทางการไปบ้างก็ตาม
