ธีม “เปิดประเทศ” พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ... หนุน “หุ้นไทย-ญี่ปุ่น” กลับสู่เรดาร์การลงทุนอีกครั้ง !!!
Fund Manager View: แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ดีกรีของแต่ละภูมิภาคและแต่ละประเทศก็แตกต่างกันออกไป
แต่บางประเทศก็มีปัจจัยบวกเฉพาะของตัวเอง อย่างการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจาก “การเปิดประเทศ” ซึ่งถือเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ ที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกยังคงให้น้ำหนักการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
และกลายเป็นธีมลงทุนที่มิอาจละเลยได้เช่นกัน นั่นก็คือ “หุ้นไทย” และ “หุ้นญี่ปุ่น” นั่นเอง !!!
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญมาอัพเดทให้ฟังกัน
“รัฐบาลญี่ปุ่น” ทุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ...หนุน “ตลาดหุ้น” ฟื้นตัวตาม
ในขณะที่เศรษฐกิจหลักของโลกใน “กลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว” มีสัญญาณชะลอตัวลงชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น “สหรัฐ” หรือ “ยุโรป” และยังมีความเสี่ยงต่อ “ภาวะเศรษฐกิจถดถอย” (Recession) อีกด้วย แต่ “ญี่ปุ่น” กลับดูดีกว่า โดย “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดการเติบโตของญี่ปุ่นในปีนี้และปีหน้าไว้ที่ 1.7% ค่อนข้างทรงตัว ในขณะที่ “หุ้นญี่ปุ่น” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันก็ปรับลงเล็กน้อย ดัชนี Nikkei225 ติดลบไป -2.25% เท่านั้น ดีกว่าตลาดพัฒนาอื่นๆ พอสมควร
โดย “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด มองว่า “หุ้นญี่ปุ่น” น่าสนใจไม่เพียงเพราะปัจจัยด้านราคาที่ย่อตัวลงมา ตัวบริษัทญี่ปุ่นเองก็ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้เข้ากับเทรนด์การลงทุนสมัยใหม่ เช่น Factory Automation, 5G & IOT, eCommerce, FinTech และ Health Tech เป็นต้น เพื่อเพิ่มโอกาส และสร้างศักยภาพในการเติบโตให้สูงขึ้น ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าส่งผลบวกให้ภาคการส่งออก ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายจึงคาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ดี ทำให้หุ้นญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่น่าสนใจ และเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการกระจายสัดส่วนมายังภูมิภาคนี้

(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)
“เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น โดยได้แรงหนุนจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ ที่ช่วยลดผลกระทบเงินเฟ้อ และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ รวมถึง ‘ธนาคารกลางญี่ปุ่น’ (BOJ) ยังคงยืนยันใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง เป็นผลบวกต่อการส่งออก และการท่องเที่ยวของประเทศญี่ปุ่น อีกทั้ง รัฐบาลยังมีแผนการลงทุนผ่านโครงการต่างๆ เช่น Green Energy, Digitalization, Semiconductor ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยหากเราพิจารณาข้อมูลในอดีตพบว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะยาว ถึงแม้ว่าจะมีความผันผวนค่อนข้างสูงในระยะสั้น 1-3 ปีก็ตาม”
ประเมิน “หุ้นไทย” ปลายไตรมาส3 ปรับตัวขึ้น...จากปัจจัยบวก “เศรษฐกิจฟื้นตัว”
ส่วน “ตลาดหุ้นไทย” เองได้มีการปรับตัวลดลงค่อนข้างแรงในช่วงไตรมาสที่2/22 ตามปัจจัยลบต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบ เช่น การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน ความยืดเยื้อของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปรับตัวขึ้นของอัตราเงินเฟ้อทั้งในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม “ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด มองว่า เศรษฐกิจไทยนั้นจะแตกต่างจากประเทศในภูมิภาคยุโรปและในสหรัฐ ตรงที่ประเทศไทยเพิ่งเริ่มการผ่อนคลายนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศในช่วงปลายไตรมาส 2 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศเอง ทำให้เห็นตัวเลขการอุปโภคและบริโภคภาคเอกชน เริ่มที่จะเร่งตัวขึ้นไตรมาสที่ 2 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องโดยมีแรงส่งชัดเจนจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน “ธนาคารแห่งประเทศไทย” (BOT) มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี22 จะมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงระยะหนึ่ง ก่อนที่จะทยอยปรับลดลงตามการลดลงของแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปทานที่จะทยอยคลี่คลายในปี23
ระบบการเงินของไทยโดยรวมมีเสถียรภาพ ธนาคารพาณิชย์มีระดับเงินกองทุนและเงินสำรองที่เข้มแข็ง รวมทั้งสภาพคล่องในระบบการเงินอยู่ในระดับสูง จึงเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี22 มีเงินไหลเข้าสุทธิจากต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นไทยมากกว่าแสนล้านบาท

(ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์)
“มองว่า ‘ตลาดหุ้นไทย’ ได้มีการปรับฐานลดลงมาพอสมควรใกล้จุดต่ำสุดแล้ว และในช่วงปลายไตรมาส 3 มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้จากปัจจัยบวกแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทย คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับเข้าสู่ระดับก่อนการระบาดของ COVID-19 ได้ภายในสิ้นปีนี้และจะขยายตัวต่อเนื่องในระยะต่อไป หุ้นไทยจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุนเช่นกัน”
ทั้ง “หุ้นญี่ปุ่น” และ “หุ้นไทย” จึงเป็น 2 ตลาดที่น่าสนใจที่พร้อมจะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะฟื้นตัวจาก “การเปิดประเทศ” ที่จะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั่นเอง จึงเป็น “โอกาสดีในการเข้าลงทุน” เพื่อหวังผลระยะยาว
