22 “กองหุ้นตปท.” จาก “9 กลุ่ม” พาเหรดโชว์ผลงานสุดปัง... ดีสม่ำเสมอ ติด “1st Quartile” ทุกช่วงเวลา !!!
สาระ Fund วันละนิด: จะดีกว่ามั้ย?...ถ้ามี “กองหุ้นต่างประเทศ” ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาวให้เลือกลงทุน
เพราะ “จักรวาลการลงทุน” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศไทย “หุ้น” เองก็เช่นกัน ยังมีอีกหลากหลายตลาดในโลกให้เลือกลงทุนกันได้ ไม่เพียงช่วยในเรื่องของ “การกระจายความเสี่ยง” แต่ยังช่วย “เพิ่มโอกาส” ในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ด้วย
ไม่ใช่ปีนี้ดี ปีถัดไปแย่ เหวี่ยงไปมาไม่ต่างอะไรกับ “หุ้นซิ่ง” จนแม้แต่นักลงทุนยัง ‘ทำใจไม่ได้’ และ ‘ตามไม่ค่อยจะทัน’
เพื่อตอบโจทย์นี้ ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้สำรวจผลงานของกลุ่ม “กองหุ้นต่างประเทศ” โดยดูใน 4 ช่วงเวลา YTD, 1Y, 3Y และ 5Y พบว่า...มี 22 กอง ที่สามารถทำผลงานติดอยู่ในกลุ่ม “1st Quartile” ได้ทุกช่วงเวลา หรือสรุปง่ายๆ คือติดในกลุ่มกองทุนที่มีผลงานดีสุด 25% แรกตลอดนั่นเอง
ทั้ง 22 “กองหุ้นต่างประเทศ” มีอะไรกันบ้างนั้น ได้สรุปเป็นข้อมูลเอาไว้ให้เรียบร้อย ไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย

“กองหุ้นโลก” แชมป์กองทุนผลงานดี...มีกองทุนติด “1st Quartile” มากสุดถึง 7 กอง
ในการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthythai’ ในครั้งนี้ ใช้ช่วงเวลาข้อมูล ณ 31 ส.ค. 22 ดูใน 4 ช่วงเวลาตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD), ย้อนหลัง 1 ปี, ย้อนหลัง 3 ปี และย้อนหลัง 5 ปี พบว่า มี 22 “กองหุ้นต่างประเทศ” ที่มีผลงานดีสม่ำเสมอติด “1st Quartile” ในทุกช่วงเวลา (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนอื่นของกองทุนที่นโยบายเหมือนกัน) ซึ่งถือว่ามีผลงานดีสม่ำเสมอในช่วงเวลาที่สำรวจนี้ คือมีผลงานติดกลุ่มที่มีผลตอบแทนดีสุด 25% แรกของกลุ่มในทุกช่วงเวลานั่นเอง
โดยกระจายอยู่ใน 9 กลุ่มหลัก ทั้งภูมิภาค, ประเทศ และธีมการลงทุน ประกอบด้วย
-“กองหุ้นโลก” ที่ลงทุนในหุ้นทั่วโลกเน้นประเทศพัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศในทวีปยุโรป เป็นต้น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV เป็นกลุ่มที่มีมากสุดถึง 7 กอง ได้แก่ T-GlobalEnergy, SCBPGF, KT-ENERGY, TMBWDEQ, KT-FINANCE, K-GLOBE และ T-INFRA
-“กองหุ้นตลาดเกิดใหม่” ที่ลงทุนหุ้นกลุ่ม emerging market ในทวีป เอเชีย ละตินอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เป็นต้น โดยเฉลี่ย ในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV มี 3 กอง ได้แก่ KF-BRIC, TMBEMEQ และ 1AM-GEM
-“กองหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ที่ลงทุนหุ้นต่างประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิค เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และ เกาหลี เป็นต้น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV มี 2 กอง ได้แก่ UOBSCI-N และ B-ASIA

-“กองหุ้นสหรัฐ” ลงทุนในหุ้นประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉลี่ยในรอบปี บัญชี ≥ 80% ของ NAV มี 1 กอง ได้แก่ TUSEQ-UH
-“กองหุ้นยุโรป” ที่ลงทุนหุ้นประเทศกลุ่มยุโรป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV มี 1 กอง ได้แก่ TMBEG
-“กองหุ้นญี่ปุ่น” ลงทุนหุ้นของประเทศญี่ปุ่น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV มี 1 กอง ได้แก่ ASP-NGF

-“กองหุ้นจีน” ลงทุนหุ้นกลุ่มเกรทเทอรไชน่า คือ จีน ฮ่องกง และไต้หวัน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV มี 2 กอง ได้แก่ UOBSGC และ TMBCHEQ
-“กองหุ้นอินเดีย” ที่ลงทุนหุ้นของประเทศอินเดีย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV มี 2 กอง ได้แก่ KWI INDIA-A และ TISCOIN
-“กองหุ้นสุขภาพโลก” เป็นธีมการลงทุนที่เน้นลงทุนหุ้นกลม Healthcare โดยเฉลี่ยใน รอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV มี 3 กอง ได้แก่ K-GHEALTH(UH), KFHEALTH-D และ KWI HCARE-A
การลงทุนระยะยาวในหุ้นนั้น หากสามารถเลือกกองทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณได้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามกองทุนบางประเภทไม่มีในการสำรวจนี้ อาจเพราะยังมีผลการดำเนินงานไม่ยาวเพียงพอในช่วงเวลาที่สำรวจ หรือในประเภทกองนั้นไม่มีกองทุนที่เข้าเกณฑ์แต่ประการใด อย่าลืมว่า...ไม่มีกองทุนไหนจะ “ยืนที่1” ได้ทุกปีเช่นเดียวกัน มองหา “ความสม่ำเสมอ” เป็นเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
