Official Update :

“ผจก.กองทุนระดับโลก” ก็มือตกได้-ทำผลงานแป๊ก ‘แย่สม่ำเสมอ’… เปิด 12 “กองหุ้นตปท.” ติด 4th Quartile ทุกช่วงเวลา !!!

สาระ Fund วันละนิด: หนึ่งในความเสี่ยงของการลงทุนใน “กองทุนรวม” ก็คือ การเลือกกองทุนที่ลงทุน เข้าตำรา “ตาดีร้าย ตาร้ายเสีย”


แม้จะเป็นการลงทุนใน “ตลาดหุ้นเดียวกัน” ก็ตาม ผลตอบแทนของกองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” ในระยะยาวก็สามารถแตกต่างกันได้ในระดับเฉลี่ย 10% ต่อปี ได้เลยทีเดียว ซึ่งหากคิดเป็นผลตอบแทนที่ทำตกหล่นสูญหายไปก็ไม่น้อย


แม้แต่ “กองหุ้นต่างประเทศ” ที่มีผลงานแย่สม่ำเสมอก็มีปรากฏให้เห็นเช่นเดียวกัน !!!


จากการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthythai’ โดยดูใน 4 ช่วงเวลา YTD, 1Y, 3Y และ 5Y (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 22) พบว่า...มี 12 “กองหุ้นต่างประเทศ” จาก 6 กลุ่มกองทุน ที่มีผลงานติดอยู่ในกลุ่ม “4th Quartile” ในทุกช่วงเวลา หรือสรุปง่ายๆ คือติดในกลุ่มกองทุนที่มีผลงานแย่สุด 25% สุดท้ายตลอดนั่นเอง


ทั้ง 12 “กองหุ้นหุ้นต่างประเทศ” ที่ผู้จัดการกองทุนฝีมือตกมีอะไรกันบ้างนั้น ได้รวบรวมเอาไว้ให้ดูข้างล่างนี้แล้ว




12 “กองหุ้นตปท.” จาก 6 กลุ่มกองทุน...
‘ผู้จัดการกองทุนมือตก’-ผลงานแย่สม่ำเสมอติด “4th Quartile” ทุกช่วงเวลา

ในการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthythai’ ในครั้งนี้ ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนอื่นของกองทุนที่นโยบายเหมือนกัน) เพื่อดูกองทุนที่มีผลงานติดกลุ่ม “4th Quartile” ที่มีผลตอบแทนแย่สุด 25% สุดท้ายของกลุ่มในทุกช่วงเวลานั่นเอง พบว่า มี 12 กองทุนกระจายอยู่ใน 6 กลุ่มหลัก ทั้งประเทศและภูมิภาค ได้แก่


-“กองหุ้นญี่ปุ่น” มี 3 กอง เป็น Feeder Fund 2 กอง ได้แก่ “PRINCIPAL JEQ-Aลงทุนในกองทุนหลัก T. Rowe Price Funds SICAV - Japanese Equity Fund’ และ “B-NIPPONที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Nomura Japan High Conviction Fund’ ส่วนTISCOJPAเป็นกองทุนประเภท Fund of Funds ลงทุนในกองทุนหลายกองทุน


-“กองหุ้นสหรัฐ” มี 3 กอง เป็น Feeder Fund 2 กอง ได้แก่ “KFUS-Aที่ลงทุนในกองทุนหลัก Baillie Gifford Worldwide US Equity Growth Fund , Class B Acc (USD)’ และ K-USA-A(D)ลงทุนในกองทุนหลัก ‘Morgan Stanley US Advantage Fund – I’ ส่วน “SCBBLNเน้นลงทุนหุ้นสหรัฐอิงดัชนีคนรวยในสหรัฐ Solactive US Top Billionaire Investors





-“กองหุ้นอินเดีย”
มี 1 กอง ได้แก่ “K-INDIAที่ลงทุนในกองทุนหลัก Goldman Sachs India Equity Portfolio Class I Shares (Acc.)’


-“กองหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” มี 3 กอง เป็น Feeder Fund ทั้งหมด มาในธีมประเทศเกาหลีใต้ 2 กอง ได้แก่ “PRINCIPAL KOSและPRINCIPAL KEQที่ลงทุนในกองทุนหลักเดียวกัน iShares MSCI South Korea ETF’ ส่วน “SCBAEMHAลงทุนหุ้นเอเชียผ่านกองทุนหลัก ‘BGF Asian Growth Leaders Fund’ 


-“กองหุ้นตลาดเกิดใหม่” มี 1 กอง ได้แก่ “KWI EE EUROที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Manulife Global Fund – Emerging Eastern Europe Fund (Class AA)’


-“กองหุ้นโลก” มี 1 กอง ได้แก่LHGLIFEE-Dที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Invesco Global Consumer Trends Fund’ 


“การไปลงทุนในต่างประเทศ เราคงปฏิเสธการใช้ความสามารถของเหล่าผู้จัดการกองทุนในต่างแดนไม่ได้ ซึ่งจะเห็นว่าใน 12 กองทุนนั้น กองทุนหลักที่เหล่ากองทุนไทยไปลงทุนก็ล้วนแต่บลจ.ระดับโลกทั้งนั้น น่าจะคุ้นตานักลงทุนไทยเป็นอย่างดี แต่ก็เช่นเดียวกับบลจ.ไทยก็จะมีทั้งกองทุนที่ทำผลงานได้ดีและไม่ดีผสมปนเปกันไป สำคัญคือตัวผู้ลงทุนนี้แหละในท้ายที่สุด”


หากพิจารณาดูแล้ว กองทุนที่ถืออยู่กองไหน ดูไม่มีอนาคต ไม่น่าจะฟื้น ดูผลงานแล้ว “ท้อใจ” การพิจารณาปรับเปลี่ยนไปยังกองทุนอื่นที่มีโอกาสที่ดีกว่าก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’