พอร์ตหุ้น “กองทุนวายุภักษ์1” กระจุกตัวใน 2 หุ้น “PTT-SCB” กว่า 79%... ลุยหุ้นได้ไม่จำกัด “ไม่ใช่หุ้น-ก.คลัง” ก็ลงได้ !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องพอร์ตหุ้นของ “กองทุนวายุภักษ์1” กันบ้าง กองทุนที่เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
จากการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthythai’ พบว่า ปัจจุบัน “กองทุนวายุภักษ์1” มีพอร์ตหุ้นขนาด 269,373.34 ล้านบาท ลงทุนในหุ้น 17 ตัว ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่หุ้นที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นหลักๆ เท่านั้น
ที่น่าสังเกต คือ หุ้นที่ลงทุนมากสุด 2 อันดับแรก มีสัดส่วนรวมกันกว่า 78.91% ของพอร์ตเข้าไปแล้ว ได้แก่ PTT 47.71% และ SCB 31.19% ถือเป็น 2 หุ้นหลักในพอร์ตของ “กองทุนวายุภักษ์1” ในปัจจุบันเลยก็ว่าได้
สำหรับหุ้นทั้ง 17 ตัวในพอร์ต “กองทุนวายุภักษ์1” มีอะไรกันบ้างนั้น ได้รวบรวมเอาไว้ในตารางด้านล่างไว้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

“PTT-SCB” ครองส่วนแบ่งพอร์ต “กองทุนวายุภักษ์1” รวมกันกว่า 79%
ทั้งนี้ จะพบว่า หุ้นในพอร์ต “กองทุนวายุภักษ์1” นั้น กว่า 79% อยู่ในหุ้น 2 ตัวแรก ได้แก่ PTT และ SCB เป็นหลัก ซึ่งถ้าเป็นกองทุนปกติทั่วไปทำไม่ได้แน่นอน ส่วนที่เหลืออีก 21% ก็กระจายไปในหุ้นต่างๆ ดังนี้ TTB, KTB, BCP, AOT, ADVANC, ESSO, IVL, SCGP, THAI, SCCC, KTB-P, PTG, AMATA, KWC และ BBGI ซึ่งก็มีทั้งหุ้นที่ก.คลังถือหุ้นหลัก รวมทั้งหุ้นปกติทั่วไปด้วยเช่นกัน (ไม่ได้จำกัดว่าต้องลงทุนในหุ้นภาครัฐเท่านั้น)
ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 20 ก.ย. 22) หุ้นในพอร์ตทั้ง 17 ตัวนั้น แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
-กลุ่มหุ้นผลตอบแทน ‘ติดลบ’ คิดเป็น 35% มี 6 ตัว ได้แก่ PTT -2.63%, IVL -5.78%, AMATA -6.67%, TTB -14.29%, ADVANC -16.96% และ SCGP -20.22%
-กลุ่มหุ้นราคา ‘ไม่เปลี่ยนแปลง’ คิดเป็น 24% มี 4 ตัว ได้แก่ SCB, THAI, KTB-P และ BBGI
-กลุ่มหุ้นผลตอบแทน “เป็นบวก’ คิดเป็น 41% มี 7 ตัว ได้แก่ SCCC +1.60%, KWC +5.53%, PTG +5.96%, AOT +20.08%, BCP +24.75%, KTB +28.79% และ ESSO +79.59%
“โดยมีหุ้น 12 ตัว ที่ ‘จ่ายปันผล’ ได้ คิดเป็น 70% ของพอร์ต มีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุดเฉลี่ย 3.96% ซึ่งถือว่าดีกว่าอัตราเงินปันผลของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันที่ 2.60%”

“ลงทุนหุ้นได้ไม่จำกัด” ...ไม่ใช่แค่ “หุ้น-ก.คลัง” ถือเท่านั้น
มาย้อนดูที่มาที่ไปของ “กองทุนวายุภักษ์1” ในวันนี้กันอีกสักครั้ง จากกองทุนปิดในอดีตที่ขายให้นักลงทุนทั่วไปลงทุนได้แปรสภาพมาเป็น “กองทุนเปิด” ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2013 (พ.ศ.2556) เป็น “กองทุนผสม” ที่ถือหน่วยหลักเป็น ‘ผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข’ ซึ่งหลักๆ ก็คือ “ก.คลัง” นั่นเอง
บริหารจัดการกองทุนโดย 2 บลจ. ได้แก่ “บลจ.กรุงไทย” และ “บลจ.เอ็มเอฟซี” มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ 3 ประเภท ได้แก่
1) หลักทรัพย์เพื่อการดําเนินงานหรือรักษาสภาพคล่อง
2) หลักทรัพย์เชิงรุก เช่น หุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ เป็นต้น
3) หลักทรัพย์อื่น เช่น Unlisted Securities ตราสารหนี้ Non-Investment Grade และ/หรือ Unrated Securities โดยจะมีสัดส่วนการลงทุนได้ไม่เกิน 15% NAV
“พอร์ตหุ้นทั้ง 17 ตัว ของ ‘กองทุนวายุภักษ์1’ นั้น จัดอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์เชิงรุกนั่นเอง และไม่ได้จำกัดแค่หุ้นที่ก.คลังถือหุ้นหลักเท่านั้น แต่เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีเป็นสำคัญ”
จะเห็นว่าพอร์ตหุ้นของ “กองทุนวายุภักษ์1” เองนั้น ก็มีการกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นต่างอุตสาหกรรมกัน ซึ่งถือเป็นแนวทางให้นักลงทุนทั่วไปสามารถประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดี มองการลงทุนเป็น Portfolio ไปเพื่อตอบโจทย์การลงทุนเป็นสำคัญ
