“กองรีทโรงแรม” แรงรับอานิสงส์ “เปิดประเทศ”... Top5 โชว์ผลงาน 6.42-34.15% Outperform ตลาด !!!
Fun of Funds: กลุ่ม “กองทุนอสังหาริมทรัพย์” ยังเป็นกลุ่มที่ Laggard ตลาดหุ้นไทยอยู่พอสมควร ดัชนี PF&REIT ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 22 ก.ย. 22) ยังติดลบ -7.98% ในขณะที่ดัชนี SET -1.50% เท่านั้น
แต่หลัง “การเปิดประเทศ” ก็ทำให้กลุ่ม “ท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา ได้กลายเป็นกลุ่มที่คาดหวัง “การฟื้นตัว” ค่อนข้างดีจากนี้ไปเช่นกัน
สะท้อนผ่านผลงานของ TOP5 “กองรีทโรงแรม” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันทำผลตอบแทนได้ 6.42-34.15% outperform ตลาดหุ้นไทยและกลุ่มกองทุนอสังหาริมทรัพย์อย่างชัดเจน
อย่างที่นักลงทุนหลายคนทราบกันดีว่า “เศรษฐกิจของไทย” จะมีฟันเฟืองหลักอยู่หลายปัจจัยที่เป็นตัวค่อยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจซึ่ง “ภาคการท่องเที่ยว” ก็เป็นหนึ่งในหัวใจหลักด้วยเช่นกัน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนี้ในการนำเสนอความเคลื่อนไหวของราคา “กองรีทโรงแรม” 5 อันดับแรกที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ
Top5 “กองรีทโรงแรม” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 6.42-34.15%...“LHHOTEL” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด
แน่นอนว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับ “ภาคการท่องเที่ยว” จึงได้รับความสนใจจากนักลงทุนตามไปด้วย โดยเฉพาะ “ธุรกิจโรงแรม” ที่เปิดให้ลงทุนได้ทั้งแบบหุ้นรายตัวและกองรีท
ซึ่งนักลงทุนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นก็จะเริ่มเห็นว่าราคา “หุ้นของกลุ่มโรงแรม” มีส่งสัญญาณที่ขยับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทาง “กองรีทโรงแรม” นั้นจะเป็นเช่นไร?
โดยกองแรกที่เราหยิบมาเป็นกองเคลื่อนไหวในแดนบวกเยอะที่สุดหรือเป็น “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล” (LHHOTEL) ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันทำผลตอบแทนได้ +34.15% ที่จะลงทุนใน 3 สินทรัพย์หลักแบบ Leasehold หรือการเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว
“ซึ่งทั้ง 3 สินทรัพย์จะประกอบไปด้วย โครงการ ‘โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21’ เป็นระยะเวลา 25 ปี, ‘โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ’ เป็นระยะเวลาประมาณ 21 ปี (ถึง 31พฤษภาคม 2581) และโครงการ ‘โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55”

อันดับต่อมาเป็น “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี” (DREIT) ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ +19.81% ที่จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Freehold) และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (Leasehold) ซึ่งในปัจจุบันจะมีสินทรัพย์ในกองอยู่ด้วยกัน 4 โครงการ ประกอบไปด้วยโครงการ ‘โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต’, ‘โครงการโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน’, ‘โครงการโรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่’ และโครงการ ‘โรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์’
ถัดมา “กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ ฮอสพิทอลลิตี้” (QHOP) ทำผลตอบแทนได้ +7.55% ซึ่งจะเป็นลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) บนที่ดินและอาคารของโครงการ ‘โรงแรมบูเลอวาร์ด กรุงเทพ’ รวมทั้งซื้อเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับโครงการโรงแรมดังกล่าว
ต่อมาเป็น “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา” (SRIPANWA) ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ +7.30% ที่จะลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) ที่ดิน อาคารสิ่งปลูกสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และระบบสาธารณูปโภคของโครงการ ‘โรงแรมศรีพันวา’ และ ‘โรงแรมบาบา บีช คลับ ชะอำ’ ทรัพย์สินประกอบด้วยโรงแรม บ้านพักตากอากาศ และเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์
สุดท้าย “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ควอลิตี้ เฮ้าส์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์” (QHHR) ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี +6.42% ที่จะลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในโครงการ ‘เซนเตอร์ พอยต์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ เพชรบุรี’ และโครงการ ‘เซนเตอร์ พอยต์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ สุขุมวิท’ และลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) ในโครงการ ‘เซนเตอร์ พอยต์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ หลังสวน’
“ทั้ง 5 กองที่เราหยิบยกขึ้นนั้นเป็นเพียงส่วนใหญ่ของอุตสาหกรรมที่ยังมีกองอื่นที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เพียงอาจจะขึ้นอยู่กับจังหวะและปัจจัยแวดล้อมอื่น ซึ่งนักลงทุนที่สนใจก็ต้องคอยติดตามข่าวสารเพื่อความแม่นยำและจังหวะในการลงทุนที่ดี”
