Official Update :

กระจายลงทุนใน “สินทรัพย์คุณภาพ” รับศก.ถดถอย... แนะถือ ‘เงินสด-ผลิตภัณฑ์คุ้มครองเงินต้น’ 5-15% ของพอร์ต !!!

Fund Manager View: เศรษฐกิจโลกยังถูกปกคลุมด้วยมรสุมที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งดอกเบี้ยขาขึ้นและทรงตัวในระดับสูง เงินเฟ้อที่ทรงตัวสูงและยังไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนตัวลงโดยง่าย


จนฉุดให้เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงต่อถาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” (Recession) มากขึ้นตามลำดับ กดดันทิศทางตลาดการลงทุนทั่วโลกให้ผันผวนหนัก


นี่ยังไม่นับ “ปัจจัยเสี่ยง” จากกรณีสงครามยูเครน-รัสเซียที่ดูจะกลับมาทวีดีกรีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังการผนวกดินแดนทั้ง 4 ของยูเครน ตลอดจนการรั่วของท่องส่งก๊าซ Nord Stream ในทะเลบอลติก ที่คาดว่าอาจเป็นเหตุ “วินาศกรรม” อย่างตั้งใจ


กูรูมอง “สินทรัพย์ที่มีคุณภาพ” และ “การลงทุนแบบยั่งยืน” จะเป็นทางรอดในช่วงเศรษฐกิจถดถอยเช่นนี้


ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปอัพเดทมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจไปพร้อมๆ กันได้เลย



ชู “การลงทุนแบบยั่งยืน” ทางรอดในช่วงวิกฤติ...แนะปรับแนวคิดจัดพอร์ต 3 ขั้นตอน
‘สู่การลงทุนแบบยั่งยืน’

การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ รวมถึงสร้างความเสี่ยงแก่ภาคธุรกิจและการลงทุนอย่างมหาศาล แต่ “การลงทุนแบบยั่งยืน” จะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะเปิดประตูทางออกสำหรับวิกฤตินี้


โดย “จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์” Executive Chairman, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย มองว่า “การลงทุนแบบยั่งยืน” เป็นทางรอดในวิกฤติที่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง ผ่านการสนับสนุนธุรกิจที่ปรับตัวเข้ากับเศรษฐกิจที่มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นในอนาคต และกลายเป็น “ธุรกิจผู้ชนะ” ในที่สุด โดยหากดูจากผลตอบแทนของ “กองทุนเพื่อความยั่งยืน” ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าส่วนใหญ่มีผลการดำเนินงานเหนือกว่าดัชนีชี้วัด ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนว่าการลงทุนเปลี่ยนโลกไม่ใช่การเสียสละ หรือเป็น ‘ทางเลือก’ ที่มีต้นทุนสูงกว่าราคาเฉลี่ย แต่เป็นการสร้าง ‘ทางรอด’ ให้กับพอร์ตการลงทุนในอนาคต


(จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์)



โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจที่มีแนวทางการผลิตและบริโภคที่สร้างความเสียหายแก่โลก สู่ ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น หรือ ‘CLIC Economy’ ซึ่งหมายถึง เศรษฐกิจที่มีการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน (Circular) ใช้ทรัพยากรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและไม่ผลิตของเสียในกระบวนการ (Lean) มีความเท่าเทียมและคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม (Inclusive) และไม่ส่งผลกระทบหรือทำลายสิ่งแวดล้อม (Clean) การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสครั้งสำคัญของนักลงทุน”


โดยสามารถเริ่มต้นด้วยการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนผ่าน 3 ขั้นตอน ดังนี้

  1. ปรับแนวคิดในการลงทุนมุ่งสู่Net Zero และมองความยั่งยืนในฐานะแหล่งที่มาของผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว

  2. พิจารณาพอร์ตการลงทุนว่า มีสัดส่วนการลงทุนหรือกลไกด้านความยั่งยืนที่ชัดเจนหรือไม่ และที่ปรึกษาด้านการลงทุนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด

  3. เสริมพอร์ตให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยการลงทุนใน “กองทุนเปลี่ยนโลก” ที่สนับสนุนธุรกิจผู้ชนะโดยตรง


กระจายลงทุนใน “สินทรัพย์คุณภาพ” รับศก.ถดถอย...แนะถือ
‘เงินสด-ผลิตภัณฑ์คุ้มครองเงินต้น’ 5-15% ของพอร์ต

ในขณะที่ “ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ” ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีม SCB Chief Investment Office ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB CIO ) มองว่า ตลาดการเงินโลกยังมีความผันผวนค่อนข้างสูงจากอัตราดอกเบี้ยและภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นจึงเน้นกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ดังนี้


(ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ)



1) ในภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยและภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น เราแนะนำให้มี “เงินสด” หรือ “ผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ” (คุ้มครองเงินต้น) 5-15% ของพอร์ต


2) การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (ราคาลดลง) เป็นโอกาสสำหรับลูกค้าที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดในพอร์ต โดยเน้นทยอยสะสมหุ้นกู้คุณภาพดีเพื่อหลีกเลี่ยงการเร่งตัวของ spread ในช่วงความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยสูงขึ้น


3) เรามีมุมมองโดยรวมเป็น Neutral” ต่อหุ้น โดยทยอยสะสมหุ้นบริษัทที่มีการเติบโตยั่งยืนและอัตรากำไรสูงในประเทศที่ได้อานิสงส์จากการเปิดเมืองเปิดประเทศ และการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานของโลก เช่น ตลาดหุ้นไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย หรือประเทศที่มีการเติบโตของค่าจ้างแรงงาน เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐ โดยเริ่มทยอยสะสมหลังธนาคารกลางสหรัฐ’ (FED) ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยช้าลง


4) เพื่อเป็นการจัดการความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงที่ยืดเยื้อ เรายังคงแนะให้มีสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะ “น้ำมัน” ในสัดส่วน 5% ของพอร์ต


5) ลดความผันผวนของพอร์ตด้วยผลิตภัณฑ์สินทรัพย์ทางเลือก เช่น KIKO (สำหรับลูกค้า HNW และ UHNW) และ Private Assets (เฉพาะสำหรับลูกค้า UHNW)


“ในทุกวิกฤติ...ย่อมมีโอกาสเสมอ” แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงจะเข้าสู่ภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” (Recession) ในอนาคตอันใกล้ก็ตาม แต่ “การลงทุนแบบยั่งยืน” ตลอดจนการกระจายการลงทุนไปใน “สินทรัพย์ที่มีคุณภาพ” ก็ถือเป็น “ทางรอด” ในสถาณการณ์เช่นนี้ได้ดีเช่นเดียวกัน

โต๊ะกองทุน Wealthythai