ลงทุนเกาะ Trend ฝ่า ‘ศก.โลกถดถอย’ ไปกับ 4 “กองทุนเด่น” ตุลา-ปีขาล... ในธีม “พลังงานสะอาด-สุขภาพ-ESG-พลังงานแพง” !!!
ลายแทงกองทุน: “เดือนตุลา” ในช่วงเวลาที่แสนจะยากในการลงทุนจาก 3 ปัจจัยเสี่ยงหลัก “เงินเฟ้อสูง-ดอกเบี้ยขาขึ้น-เศรษฐกิจชะลอตัว”
ซึ่งอาจจะตามมาด้วย “เศรษฐกิจถดถอย” (Recession) ในที่สุด จากการที่ธนาคารกลางทั่วโลกพาเหรดกันขึ้นดอกเบี้ยเพื่อปราบ “เงินเฟ้อ” นั่นเอง
ความผันผวนระยะสั้นเป็นความจริงที่ต้องเผชิญ การเลือกลงทุนในธุรกิจที่มี Trend มีแนวโน้มที่ดีทั้งในระยะสั้น-กลาง-ยาว จึงน่าจะเป็น “โอกาส” มากกว่า
ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” ตุลา-ปีขาล ไว้ลงทุนแบบมี Trend มาฝากกัน
“P-CGREEN”...ลุยกระแสหลักโลกลงทุน-โฟกัสไปใน Trend “พลังงานสะอาดของจีน”
สำหรับ Trend แรกมากับธีม “พลังงานสะอาดของจีน” โดยเฉพาะ แต่มองกันยาวๆ นี่คืออนาคตของโลกการลงทุนคงไม่ใช่แค่ในเฉพาะในจีนเท่านั้นสำหรับเทคโนโลยีสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
กองทุนที่จะแนะนำนี้อยู่ในกลุ่มกองหุ้นจีน ได้แก่ “P-CGREEN: กองทุนเปิดฟิลลิปไชน่า กรีน เอ็นเนอร์จี แอนด์ เอ็นไวรอนเมนท์” ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีนกลุ่มพลังงานสะอาดรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านกองทุนหลัก ‘KraneSharesMSCI China Clean Technology Index ETF’ ซึ่งจะโฟกัสใน 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มพลังงานทางเลือก (Alternative Energy),การพัฒนาและการจัดการ ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน (SustainableWater), การออกแบบอาคารที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (GreenBuilding), การป้องกันมลพิษ (Pollution Prevention) และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) ซึ่งมีโอกาสเติบโตจากการสนับสนุนของรัฐบาลจีน
“โดยพอร์ตกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ส.ค. 22) มีหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ LI AUTO INC 11.03%, NIO INC 10.76%, PILBARA MINERALS LTD 8.38%, BYD CO LTD 7.33% และ ALLKEM LTD 7.20% ซึ่งหนึ่งในหุ้นที่ถืออยู่เพิ่งเข้ามาเปิดตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยด้วยนั่นก็คือค่าย BYD นั่นเอง”
“SCBGHC”...คว้าโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปกับ Trend “สุขภาพ” ระยะยาว
อีก Trend ก็เป็นธีมการลงทุนระยะยาว จัดเป็น “Mega Trend” ใหญ่ของโลกที่เกิดขึ้นมานานแล้วและยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องต่อไป นั่นก็คือ “ธีมสุขภาพ” นั่นเอง ซึ่งจะมีความเสี่ยงของกองทุนอยู่ “ระดับ 7” เพราะโฟกัสในธุรกิจสุขภาพโดยเฉพาะ
โดย “SCBGHC: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นโกลบอลเฮลธ์แคร์” จะเน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต (Life Sciences) ผ่านกองทุนหลัก ‘Janus Henderson Global Life Sciences Fund’

ซึ่ง “หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต” (Life Sciences) นั้น ครอบคลุมไปในหลายกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเกี่ยวข้องกับกับการวิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตัวเอง การแพทย์หรือเภสัชกรรม รวมไปถึงบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตหลักมาจากผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี การจดสิทธิบัตร หรือความได้เปรียบทางการตลาดอื่นๆ จากวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต
“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรกในพอร์ต (ณ วันที่ 31 ส.ค. 22) ประกอบด้วย UnitedHealth Group Inc 6.70%, AstraZeneca PLC 4.60%, AbbVie Inc 3.80%, Eli Lilly & Co 2.90% และ Thermo Fisher Scientic Inc 2.80% ซึ่งหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนไทยน่าจะคุ้นเคยก็คือ AstraZeneca ที่ทำวัคซีน COVID-19 นั่นเอง”
“X-SEQS-RA”...เฟ้น ‘หุ้นไทย ESG’ ลงทุน-ไม่ตก Trend โลก
ส่วน “X-SEQS-RA: กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง หุ้นไทยยั่งยืนซิสเทมาติก ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (แบบสะสมมูลค่า)” ก็มาใน Trend ที่เป็นกระแสหลักของโลกอย่างธีม ESG เช่นเดียวกัน แต่เน้นในประเทศไทยเป็นหลัก โดยจะลงทุนหุ้นไทยในบริษัทที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านธรรมาภิบาล (ESG) ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
“หน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 1 ส.ค. 22) หุ้น 5 อันดับแรกที่ลงทุน ได้แก่ BAY 2.75%, KTB 2.34%, PTTEP 2.32%, KKP 2.28% และ BH 2.26%”
“KT-ENERGY”...จับจังหวะลงทุน-เกาะ Trend ‘พลังงานแพง’
ส่งท้ายกันด้วย Trend ที่แข็งแกร่งสุดในปีนี้นั่นก็คือ “ธีมพลังงาน” ที่ปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่ช่วงสงครามยูเครน-รัสเซียและยืนสูงต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน จึงเป็นกลุ่มที่ Outperform มากในปีนี้ ในระยะสั้นๆ Trend พลังงานแพงก็ยังน่าจะคงอยู่ต่อไปอีกสักระยะ
โดยกองทุนที่คัดสรรมานี้ “ไม่ใช่กองทุนน้ำมัน” แต่ประการใด แต่เป็น “กองหุ้นโลก” ที่โฟกัสการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน จึงทำให้ความเสี่ยงของกองทุนจะขยับขึ้นมาอยู่ใน “ระดับ7” มากกว่ากองหุ้นทั่วไป ได้แก่ “KT-ENERGY: กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เอ็นเนอร์จี ฟันด์” ที่เน้นลงทุนในหุ้นชั้นนำทั่วโลกซึ่งมีธุรกิจหลักในการสำรวจ พัฒนา และจัดจำหน่ายพลังงาน ผ่านกองทุนหลัก ‘BGF World Energy Fund’
หุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 31 ส.ค. 22) ได้แก่ CONOCOPHILLIPS 9.97%, SHELL PLC 9.14%, EXXON MOBIL CORP 8.75%, CHEVRON CORP 5.32% และ EOG RESOURCES IN 5.24% เชื่อว่าหุ้นหลายตัวในพอร์ตน่าจะคุ้นหูคุ้นตานักลงทุนไทยอยู่ไม่มากก็น้อยเช่นกันไม่ว่าจะเป็น SHELL, EXXON MOBIL หรือ CHEVRON”
ผ่าน 9 เดือนแรกไปแล้ว สินทรัพย์ส่วนใหญ่ในโลกการลงทุนล้วนพากัน “ติดลบ” ไปถ้วนหน้า มองไปข้างหน้าความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ “เศรษฐกิจถดถอย” (Recession) ยังมีอยู่ แต่การที่“ตลาดย่อ” ก็ถือเป็น “โอกาส” เช่นเดียวกัน มองหา Trend ในธุรกิจที่ดีแล้วลงทุนเพื่อเป้าหมายทั้งสั้น-กลาง-ยาวก็จะช่วยให้คุณไม่พลาดการลงทุนไปแต่ประการใด และนี่คือ “4 กองทุนเด่น” ตุลา-ปีขาล ที่จะทำให้คุณลงทุนแบบมี Trend กัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
