Official Update :

“ขายกองทุน” สมรภูมิเลือด-เส้นทางนี้ ‘ไม่ง่าย’... “ตีโจทย์ไม่แตก” อาจไม่ได้ไปต่อ !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องผลงานของกลุ่ม “บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน” (บลน.) ที่เพิ่งประกาศงบครึ่งแรกปี22 กันออกมา


ซึ่งถือเป็นอีกปีที่ไม่ง่ายสำหรับ “ตลาดขายกองทุน” เลยทีเดียว ตลาดนี้เต็มไปด้วยสารพัดผู้เล่นทั้งตัวบลจ.เอง, ตัวแทนขายกองทุน ซึ่งมีทั้งแบงก์, โบรกเกอร์ และตัวแทนขายอิสระ


การเข้ามาลุยธุรกิจ “ขายกองทุน” ตรงๆ แบบ “บลน.” จึงเป็น “ความท้าทาย” เป็นอย่างยิ่ง!!!


จากการสำรวจผู้เล่นในตลาดนี้ที่เป็น “ดาวเด่น” และ “ผู้เล่นหน้าใหม่” ที่ก้าวเข้ามา 8 ราย พบว่าส่วนใหญ่ผลงานไม่ดีนัก “กำไรวูบ-ขาดทุนเพิ่ม” เป็นไปในทิศทางเดียวกัน


สนามนี้ดูไปจึงไม่ต่างจาก “สมรภูมิเลือด” (Red Ocean) ที่ไม่รู้ว่า...จะมีใคร “ถอดใจ” ถอนตัวออกไปจากตลาดหรือไม่? เพราะในตลาดหลักอย่าง “บลจ.” ก็มีให้เห็นกันมาแล้วเช่นกัน


สำหรับผลงานของ 8 บริษัทที่มีธุรกิจ การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน” ในช่วงครึ่งแรกของปี22 เป็นอย่างไรบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้สรุปมาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย




“บลน.” 6 ใน 8 ราย ครึ่งแรกปี22 “กำไรลดลง-ขาดทุนเพิ่มขึ้น”...“บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น” กำไรเพิ่มมากสุด +1,007.47
% ส่วน “เวลธ์ เมจิก” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -285.42%

จากการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthythai’ ถึงผลประกอบการของกลุ่ม “บลน.” และ “บล.” ที่โฟกัสธุรกิจ “ขายกองทุน” 8 แห่ง ในช่วงครึ่งแรกปี22 พบว่า มี 6 ราย คิดเป็น 75% ที่มี “กำไรลดลง-ขาดทุนเพิ่มขึ้น” โดยผู้นำตลาดอย่าง “ฟินโนมีนา” เองก็มีกำไรช่วงครึ่งปีแรกลดลงเหลือ 13.83 ล้านบาท ลดลงถึง -44.28% ในขณะที่ “เว็ลธ์ เมจิก” ขาดทุนเพิ่มมากสุดในกลุ่ม -285.42%


“มีเพียง 2 บริษัทที่มีผลงานในช่วงครึ่งแรกปี22 ปรับตัวดีขึ้น ได้แก่ บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น ที่เพิ่งเปิดตัวมาไม่นาน เป็นบริษัทลูกของ บลจ.วรรณ มีกำไรเพิ่มขึ้น 1,007.47% โมเดลธุรกิจนอกจากขายกองทุนให้กับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ โฟกัสกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับหนึ่ง ยังมีธุรกิจเป็นตัวแทนขายตราสารหนี้อีกด้วย อีกแห่งคือ โรโบเวลธ์ ขาดทุนลดลง 31.56%



“บลน.” 6 ใน 8 ราย ยัง “ขาดทุน” อยู่...“บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น”
& “ฟินโนมีนา” โชว์ “กำไร” สวนกลุ่ม

จาก 8 ราย มีถึง 6 ราย คิดเป็น 75% ที่ยังมีผล “ขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม” อยู่ ได้แก่ เวลธ์ เมจิก -0.89 ล้านบาท, เวลท์ รีพับลิค -2.32 ล้านบาท, แอสเซนด์ เวลธ์-6.53 ล้านบาท, ฐานเศรษฐกิจ แคปพิตอล-6.54 ล้านบาท, อมุนดิ (ปทท.) -14.87 ล้านบาท และ โรโบเวลธ์-36.04 ล้านบาท


“มีเพียง 2 ราย ที่มี กำไรเบ็ดเสร็จรวม ได้แก่ บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น +21.87 ล้านบาท และ ฟินโนมีนาซึ่งใช้โมเดลธุรกิจแบบ Hibrid ผสานระหว่างคนและระบบในการให้บริการ มีกำไร +13.83 ล้านบาท”




“ตลาดขายกองทุน”
เป็นตลาดที่ท้าทายและไม่ง่ายเลยสำหรับใครที่เข้ามาเล่น สะท้อนผ่านผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี การมีพันธมิตรที่เข็มแข็งอย่าง “TRUE Money”  ของ “แอสเซนด์ เวลธ์ก็ดูจะไม่ได้ช่วยอะไรในเชิงธุรกิจนี้มากนัก ส่วนผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง “ฐานเศรษฐกิจ แคปพิตอล” เองก็ยังไม่มีผลงานอะไรที่เป็นรูปธรรมให้จับต้องได้เช่นกัน แต่ถ้ามองจากภาพรวมตลาดก็ถือว่า “ไม่ง่าย” สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่เช่นเดียวกัน


การจะเอาตัวรอดใน “สมรภูมิเลือด” ตลาดขายกองทุนนั้น ดูราว่าจะ “ไม่ง่าย”...ผู้ที่จะยืนอยู่ได้ในตลาดนี้และสามารถเติบโตได้ต่อไปเป็น “ผู้ชนะ” อาจต้องมีอะไรที่มากกว่าแค่จะมา “ขายกองทุน” ก็เป็นได้ หาก “ตีโจทย์ไม่แตก”...อาจมีผู้เล่นที่ต้องถอนตัวไปจากตลาดนี้เช่นเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นใน “สมรภูมิบลจ.” มาแล้วเช่นกัน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’