WHART กับการเพิ่มทุนในปี 2565 โอกาสลงทุนบนทรัพย์สินสุดแข็งแกร่ง
การลงทุนในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีปัจจัยต่างๆ เข้ามามีผลกระทบจำนวนมาก ทั้งการเมืองโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เกิดการกีดกันการค้าอย่างรุนแรง ในภาวะที่ดอกเบี้ยกำลังเป็นขาขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนในตลาดหุ้นอาจไม่ได้รับผลดีมากนัก แต่ในทางกลับกันกองทรัสต์กลับเป็นโอกาสลงทุนที่น่าสนใจมากขึ้น ด้วยการจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอฝ่ามรสุมความผันผวนได้ แถมยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นหากสินทรัพย์นั้นสร้างรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
WHART หรือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท กองทรัสต์ชั้นนำของไทย ภายใต้กลุ่ม WHA ผู้นำการพัฒนาคลังสินค้า โรงงานและนิคมอุตสาหกรรมระดับเอเชีย กำลังจะเพิ่มทุนครั้งใหม่ด้วยสินทรัพย์คุณภาพสูง ให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ทำให้การลงทุนใน WHART ตอนนี้เป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่ดีที่สุดในช่วงเวลาแห่งความผันผวนนี้
WHART หนึ่งในกองทรัสต์อันดับต้นๆ ของประเทศไทย และเป็นขวัญใจของนักลงทุนที่ชื่นชอบในการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ โดยความโดดเด่นของ WHART คือ การลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพสูง มีทั้งสิ้น 34 แห่ง พื้นที่อาคารรวม 1,583,733 ตารางเมตร มีขนาดของสินทรัพย์รวมมากถึง 47,905 ล้านบาท ซึ่ง WHART ถือเป็นกองทรัสต์ประเภทอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
หนึ่งในสิ่งที่ช่วยให้กองทรัสต์นี้ประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา คือ การมีที่ตั้งของทรัพย์สินอยู่ในพื้นที่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของประเทศ โดยอยู่ในย่านบางนา-ตราด อยุธยา-สระบุรี เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงสมุทรสาคร ปัจจุบัน WHART ยังมีสัดส่วนทรัพย์สินความเป็นเจ้าของที่ผสมผสานดังนี้
ทั้งการเป็นเจ้าของสินทรัพย์โดยตรง 57%
กรรมสิทธิ์สิทธิการเช่า (30 ปี+ 30 ปี ) 16%
และ สิทธิการเช่า ไม่เกิน 30 ปี 27%
ซึ่งทรัพย์สินโดยส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบเจ้าของกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าระยะยาวมากกว่า 70% ทำให้มั่นใจได้ว่า WHART มีอายุเฉลี่ยของทรัพย์สินที่ยาว
WHART ครองใจกับนักลงทุนมาอย่างยาวนาน จากการสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งส่วนสำคัญ คือ ทรัพย์สินที่มีคุณภาพสูง แม้จะผ่านสถานการณ์ความยากลำบากของ Covid-19 ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา แต่ WHART ยังสามารถรักษาระดับการจ่ายผลตอบแทนได้อย่างแข็งแกร่ง
ปี 2561 ปันผลและลดทุนรวม 0.7585 บาท
ปี 2562 ปันผลและลดทุนรวม 0.7624 บาท
ปี 2563 ปันผลและลดทุนรวม 0.7578 บาท
ปี 2564 ปันผลและลดทุนรวม 0.7578 บาท
ครึ่งปีแรกของปี 2565 ปันผลและลดทุนรวม 0.3835 บาท
เพิ่มทุนในปี 2565 เพื่อความเป็นที่ 1
WHART ยังเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งต่อไป โดยล่าสุดกองทรัสต์ตัดสินใจเพิ่มทุนรอบที่ 7 โดยจะนำเงินไปลงทุนทรัพย์สินเพิ่มเติมจากกลุ่มดับบลิวเอชเอมีพื้นที่เช่าอาคารรวมทั้งหมด 159,963 ตารางเมตร มูลค่าไม่เกิน 4,050.86 ล้านบาทใน 5 โครงการ ประกอบด้วย
-
โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ บางนา-ตราด กม.23 โปรเจกต์ 3 ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
-
โครงการดับบลิวเอชเอ ซิกโนด แฟคทอรี่ ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีราชาตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
-
โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม.21 ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
-
โครงการดับบลิวเอชเอ-เคพีเอ็น เมกกะ โลจิสติกส์เซ็นเตอร์บางนา-ตราด กม.23 โปรเจกต์2 ตั้งอยู่ที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
-
โครงการดับบลิวเอชเอ เซ็นทรัล เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ วังน้อย 63 ตั้งอยู่ที่ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

WHART ยังรักษาความโดดเด่นในด้านทำเลที่ตั้งใกล้จุดสำคัญในการเชื่อมต่อกับตัวเมืองกรุงเทพฯ พื้นที่ EEC ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าเรือแหลมฉบัง นอกจากจะมีทำเลพื้นที่ให้เช่าที่ยอดเยี่ยมแล้ว WHART ยังมีพื้นที่คลังสินค้าในรูปแบบ Built-to-Suit (BTS) ที่ออกแบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
สร้างความได้เปรียบในการทำธุรกิจทั้งในด้านต้นทุนการขนส่ง ประหยัดเวลาในการเดินทาง ทำให้มีผู้เช่าชั้นนำของไทย และของโลก เลือกที่จะทำสัญญาระยะยาวด้วยทั้ง บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด, บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งหากการเพิ่มทุนดังกล่าวแล้วเสร็จ จะส่งผลบวกให้กับ WHARTอย่างมาก
โดยจะทำให้อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 92 % ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมมากพอสมควร และมีอายุการเช่าพื้นที่ในระยะยาวอยู่ที่ 3.4 ปี ผลักดันให้ กองทรัสต์มีมูลค่า 51,956.40 ล้านบาท และมีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 1,743,696.80 ตารางเมตร พื้นที่ส่วนที่จอดรถ 32,650.19 ตารางเมตรและพื้นที่เช่าหลังคา 450,777.29 ตารางเมตร
ส่งผลให้ WHART เป็นกองทรัสต์ Industrial ที่ใหญ่ที่สุดในไทย นอกจากนี้ ยังทำให้ผลตอบแทนหลังจากเพิ่มทุนจะเพิ่มขึ้นด้วย โดยคาดว่าจะผลตอบแทนหลังเพิ่มทุนในปี 2565 จะอยู่ที่ 0.80 บาท/1 จากเดิมก่อนการลงทุนที่คาดว่าจะอยู่ที่ 0.78 บาท

อย่างไรก็ตามการเพิ่มทุนครั้งนี้นับว่าเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับใครที่ต้องการรับเงินประโยชน์ตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินทั่วโลก และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น โดยผู้ที่สนใจบริษัทได้กำหนดช่วงระยะเวลาการเสนอขาย และช่องทางการจองซื้อ ได้แก่
-
ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีสิทธิ: สามารถจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2565
-
ประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นบุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์: สามารถจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2565
โดยผู้ถือหน่วยเดิมที่มีสิทธิจะจองซื้อที่ราคาเสนอขายสูงสุดที่ 10 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะมีการคืนส่วนต่างหากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่า
ในส่วนของประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นบุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์จะจองซื้อที่ราคาเสนอขายสุดท้าย โดยราคาเสนอขายสุดท้ายกำหนดโดยกระบวนการ Book Building
ช่องทางการจองซื้อ: เว็บไซต์ K-My Invest (www.kasikornbank.com/kmyinvest) และสาขาของธนาคารกสิกรไทย
สอบถามข้อมูลได้ที่ สาขาของธนาคารกสิกร โทร. 0 2888 8888 ต่อ 819 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.sec.or.th หรือ www.whareit.com
คำเตือน: ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

/1 อ้างอิงจากงบกำไรขาดทุนและการจ่ายประโยชน์ตอบแทนตามสถานการณ์สมมติ สำหรับปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีแล้ว
