“ผ่าทางตัน” เปิดสูตรโตเร่งรัด “ต่างชาติ” ลุยธุรกิจ ‘กองทุนไทย’... ช้อป “บลจ.ยักษ์ใหญ่” ไม่ใช่แค่ “ข่าวลือ” – “KAsset” เป้าหมายถัดไป !!!
สาระ Fund วันละนิด: ในวันที่บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกดูไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก จะพาไปส่องดูผลประกอบการของ “บลจ.” ที่ทำธุรกิจกองทุนรวมในช่วงครึ่งแรกปี22 กันบ้าง
ปี21 ที่ผ่านมา “บลจ.” ในอุตสาหกรรมโชว์ผลกำไรรวมกันกว่า 1.36 หมื่นล้านบาท โตขึ้น +27.22% จากปี20
แต่ครึ่งแรกปี22 กลายเป็นหนังคนละม้วนตัวเลขกำไรที่ 23 บลจ.ทำได้อยู่ที่ 5.6 พันล้านบาท ลดลง -10.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบลจ.ส่วนใหญ่กว่า 65% นั้น มีการเติบโตที่ลดลง !!!
“บลจ.กสิกรไทย” เป็นบลจ.ที่มีกำไรมากสุด 1.4 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนกว่า 25% ของกำไรทั้งอุตสาหกรรม และเป็นบลจ.เดียวที่มีกำไรเกินระดับ “พันล้าน” อีกด้วย
ผลประกอบการของทั้ง 23 บลจ. ในช่วงครึ่งแรกปี22 จะเป็นยังไงบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ทำการสำรวจสรุปเอามาไว้ให้ครบทุกบลจ.แล้ว ตามไปดูข้อมูลเพิ่มเติมต่อในเวบกันได้เลย

ครึ่งปีแรกกำไร “บลจ.” วูบเหลือ 5.6 พันล้านบาท ลดลง -10.75%...ด้าน “บลจ.ฟิลลิป” แชมป์กำไรโตสุด +209.77%
จากการสำรวจข้อมูลผลประกอบการของกลุ่ม “บลจ.” ที่ทำธุรกิจกองทุนรวมในช่วงครึ่งแรกปี22 ที่ผ่านมานั้น พบว่า ทั้ง 23 บลจ. มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 5,664.10 ล้านบาท ลดลง -10.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยมีเพียง 8 บลจ. คิดเป็น 34.78% ที่มีกำไรเติบโตขึ้น หรือขาดทุนลดลง ในขณะที่อีก 15 บลจ. คิดเป็น 65.22% ที่กำไรโตลดลง หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นภาพที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการเติบโตของอุตสาหกรรมกองทุนในภาพรวมในปีนี้ที่ชะลอตัวลงเช่นกัน
สำหรับบลจ.ที่มีการเติบโตสูงสุด ได้แก่ “บลจ.ฟิลลิป” (งบปีสิ้นสุด 30 มิ.ย. 22) มีกำไร 14.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 209.77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในขณะที่ “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” เป็นบลจ.ที่กำไรหดตัวมากที่สุดจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไร 2.06 ล้านบาท พลิกเป็นขาดทุน -11.53 ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น -659.71% ซึ่งทั้งบลจ.ที่เติบโตสูงสุดและแย่สุดนั้นเป็น “บลจ.ลูกโบรก” ด้วยกันทั้งคู่

5 บลจ.ที่มีกำไรมากสุด ครองส่วนแบ่งกำไรถึง 72.03% ของอุตสาหกรรม...“บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรสูงสุดหนึ่งเดียวที่ทะลุ “พันล้าน”
ทั้งนี้ พบว่า 5 บลจ.ที่มีกำไรสูงสุดนั้น มีกำไรรวมกัน 4,079.92 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 72.03% ของอุตสาหกรรมเลยทีเดียว โดย 4 อันดับแรกเป็น “บลจ.ลูกแบงก์” ทั้งหมด นำมาโดย “บลจ.กสิกรไทย”, “บลจ.บัวหลวง”, “บลจ.กรุงศรี” และ “บลจ.ไทยพาณิชย์” ตามลำดับ
โดย “บลจ.กสิกรไทย” เป็นบลจ.ที่มีกำไรมากสุด 1,392.87 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนกว่า 25% ของกำไรทั้งอุตสาหกรรม และเป็นบลจ.เดียวที่มีกำไรเกินระดับ “พันล้าน” อีกด้วย
“ส่วน ‘บลจ.ที่มีกำไรมากเป็น ‘อันดับ 5’ นั้น ได้แก่ ‘บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย)’ ที่เบียดแทรกเข้ามาอยู่ในทำเนียบที่ไม่ใช่บลจ.ลูกแบงก์ ด้วยตัวเลขกำไร 449.54 ล้านบาท”
5 บลจ. กลุ่ม “บลจ.ลูกโบรก-บลจ.ต่างชาติ” ยังโชว์ผลประกอบการ “ขาดทุน”... “บลจ.เคดับบลิวไอ” ขาดทุนมากสุด -17.17 ล้านบาท
จาก 23 บลจ.นั้น มี 18 บลจ. คิดเป็น 78.26% ที่ยังโชว์ผลประกอบการเป็น “กำไร” ได้ ในขณะที่อีก 5 บลจ. คิดเป็น 21.74% ยังคงมีตัวเลข “ขาดทุน” อยู่ ซึ่งเป็นกลุ่มของ “บลจ.ลูกโบรก” และ “บลจ.ต่างชาติ” เป็นสำคัญ ได้แก่ “บลจ.เอเชียเวลท์”, “บลจ.ดาโอ”, “บลจ.เอ็กซ์สปริง”, “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” และ “บลจ.เคดับบลิวไอ”
“ต้องบอกว่า อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยแม้จะดูแข่งขันได้ ‘เสรี’ ก็จริงอยู่ แต่ตลาดส่วนใหญ่ก็อยู่ในมือของกลุ่ม ‘บลจ.ลูกแบงก์’ เป็นหลัก จึงไม่น่าแปลกใจว่า สูตรใหม่ในการเติบโตของ ‘บลจ.ต่างชาติ’ ที่เข้ามาแล้วอยากโตเร็ว ก็คือ ‘การซื้อบลจ.’ ที่มีสินทรัพย์และฐานลูกค้าในมือเลยง่ายกว่า ตัวอย่างล่าสุดก็มีให้เห็นจากกลุ่ม ‘พรูเด็นเชียล’ ที่เข้าซื้อบลจ.ทหารไทยและบลจ.ธนชาติ จนขยับขึ้นเป็นบลจ.ใหญ่ ‘อันดับ5’ ของอุตสาหกรรมในไม้เดียว

“บลจ.กสิกรไทย” เป้าหมายต่างชาติสนใจซื้อ...สูตรโตเร่งรัดใน “ธุรกิจกองทุนในไทย”
ก่อนหน้านั้นช่วงต้นปี22 ทาง “Bloomberg” เคยเสนอข่าวว่า ทางแบงก์ใหญ่ไทย 2 แห่งเอง ได้แก่ “SCBX” และ “KBANK” สนใจจะขายธุรกิจหรือหุ้นบางส่วนในบลจ.ลูกมาแล้ว แต่แบงก์ก็ออกมาสยบข่าวและสงวนท่าทีไป
ล่าสุด “Bloomberg” รายงานข่าวโดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า KBANK กำลังจะมีการเปิดประมูลในการซื้อหรือลงทุนในกิจการของ “บลจ.กสิกรไทย” ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หลังจากมีสถาบันการเงินจากต่างประเทศหลายรายสนใจในกิจการธุรกิจบริหารกองทุน
“โดยมีการเปิดเผยรายชื่อผู้ที่สนใจประมูลกิจการมาด้วยในครั้งนี้ ‘Amundi’ ซึ่งเป็นบลจ.รายใหญ่จากฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่ลงทุนในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity) ชื่อดังระดับโลกอย่าง ‘TPG’ และ ‘CVC Capital Partners’ ที่สนใจเข้าร่วมประมูลด้วยเช่นกัน”
ท้ายที่สุดข่าวจะลงเอยเป็น “ความจริง” หรือแค่ “ข่าวปล่อย” ก็คงจะได้รู้กัน แต่นักลงทุนคงไม่ได้รับผลกระทบอะไรอยู่แล้ว เพราะรูปแบบการจะมาโตแบบ “ก้าวกระโดด” ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ประการใด เพียงแต่ครั้งนี้บลจ.เป้าหมายเป็น “เบอร์1 และ 2” ของอุตสาหกรรมกองทุนไทยเท่านั้นเอง
