“ผู้จัดการกองทุน-หุ้นไทย” มือตก... กว่า 46% ทำผลตอบแทน 5 ปี ต่ำกว่า ‘Management Fee’ ที่เรียกเก็บ !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องดูผลงานของ “กองหุ้นไทย” ที่มีผลงานย้อนหลัง 5 ปี (ณ วันที่ 21 พ.ย. 22) ต่ำกว่า 1.5% ต่อปี กันดูบ้าง
ซึ่งครอบคลุมทั้งในส่วนของ “กองหุ้น” และ “Aggressive Allocation” กองทุนผสมที่ปกติแล้วจะเน้นลงทุนในหุ้นเช่นเดียวกัน จากการจัดกลุ่มตาม “Morningstar” พบว่า จาก 570 กอง นั้น มีถึง 265 กอง คิดเป็น 46.49% ที่ผลตอบแทนต่ำกว่า 1.5% ต่อปี !!!
โอกาสที่ “กองหุ้นไทย” ที่คุณเลือกจะทำผลงาน 5 ปี ได้มากกว่า 1.5% ต่อปีนั้น เกือบจะ “ครึ่ง-ครึ่ง” เลยทีเดียว
วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน

“ค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ” กลุ่ม “กองหุ้นไทย” เฉลี่ยประมาณ 1.5%
ใครที่ลงทุนใน “กองทุนรวม” ก็จะทราบดีว่า การบริหารจัดการกองทุนเองนั้น จะมีการเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ” (Management Fee) ที่เรียกเก็บจากกองทุนเป็น “% ต่อปีของ NAV” ซึ่งตัวเลขนี้ก็จะมากหรือน้อยขึ้นกับความยากง่ายในการบริหารสินทรัพย์นั้นๆ เป็นสำคัญ
ในส่วนของ “กองหุ้นไทย” ที่มีสไตล์การบริหารเชิงรุก (Active) นั้น เฉลี่ยจะเก็บกันอยู่ที่ 1.5% บวกลบ ถ้าเป็นกองที่บริหารเชิงรับ (Passive) ก็จะต่ำลงมาหน่อยเฉลี่ย 0.5-1.0%
“ถ้ากองทุนบริหารผลตอบแทนได้ต่ำกว่า ‘ค่าธรรมเนียมจัดการ’ ที่เรียกเก็บ ในมุมมองของ ‘นักลงทุน’ อาจมองว่า ‘ไม่คุ้ม’ ไม่ต่างอะไรกับถ้าบริหารแล้วผลตอบแทนแพ้ดอกเบี้ยเงินฝาก คนก็คงเลือกเอาเงินไปฝากดีกว่า ไม่เอามาลงทุนแน่ คุณว่าจริงมั้ย?”
เป็นการมองต่างมุมกับฝั่งของ “ผู้จัดการกองทุน” ที่จะบริหารกองทุนให้เป็นไปตามนโยบายและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุน โดยมี “ดัชนีชี้วัด” (Benchmark) เป็นเหมือนไม้บรรทัดไว้ใช้วัดผลงานของกองทุนนั้นๆ นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายก็เพื่อให้ผลตอบแทนดีกว่าหรือชนะดัชนีชี้วัดเป็นสำคัญสำหรับกอง Active Fund
“เช่น ดัชนีชี้วัด +10% กองทุนทำได้มากกว่า +10% หรือดัชนีชี้วัด -10% กองทุนก็ต้องทำให้ติดลบน้อยกว่า -10% นั่นเอง”

"กองหุ้นใหญ่" ผลงาน 5 ปี ต่ำกว่า 1.5% ต่อปี มีถึง 53% !!!
นั่นคือสมมติฐานในการสำรวจผลงาน “กองหุ้นไทย” ในครั้งนี้ จากการสำรวจ (ณ วันที่ 21 พ.ย. 22) พบว่า “กองหุ้นใหญ่” เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนกองทุนที่มีผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ต่ำกว่า 1.5% ต่อปี มากสุดคิดเป็นสัดส่วนถึง 52.97% คือมีถึง 187 กอง จากทั้งหมด 353 กอง
“ในจำนวนนี้มีที่ผลตอบแทน ‘ติดลบ’ ถึง 135 กอง คิดเป็น 72.19% ของกลุ่มที่ผลงานต่ำกว่า 1.5% ต่อปีอีกด้วย โดยกองทุนที่ผลงาน ‘แย่สุด’ ทำได้ -6.45% ต่อปี”
"กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก" ผลงาน 5 ปี ต่ำกว่า 1.5% มีอยู่ 33.08% !!!
ถัดมาเป็นกลุ่ม “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ในภาพรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี จาก 133 กอง มี 44 กอง คิดเป็นสัดส่วน 33.08% เท่านั้น ที่มีผลงานย้อนหลัง 5 ปี ต่ำกว่า 1.5% ต่อปี
“แต่ในจำนวนนี้ มีถึง 37 กอง คิดเป็น 84.09% ที่มีผลตอบแทน ‘ติดลบ’ ภาพตรงนี้จะใกล้เคียงกัน โดยกองทุนที่มีผลงาน ‘แย่สุด’ ทำได้ -6.83% ต่อปี”

"Aggressive Allocation" ผลงาน 5 ปี ต่ำกว่า 1.5% ต่อปี มีกว่า 40% !!!
สุดท้ายเป็น “Aggressive Allocation” เป็นกลุ่มกองทุนผสมที่เน้นลงทุนในหุ้นจาก 84 กอง มี 34 กอง คิดเป็น 40.48% ที่มีผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ต่ำกว่า 1.5% ต่อปี
“ในจำนวนนี้มีอยู่ 27 กอง คิดเป็น 79.41% ที่มีผลตอบแทน ‘ติดลบ’ โดยกองทุนที่มีผลงาน ‘แย่สุด’ ทำได้ -7.57% ต่อปี”
ในมุมของ “นักลงทุน” คงอยากให้ “ผู้จัดการกองทุน” บริหารชนะดัชนีชี้วัดด้วย และบริหารจัดการให้ดีกว่า “ค่า Fee” ที่เก็บกันไปด้วยเช่นกันแบบ “2 in 1” ก็น่าจะเรียกได้ว่า “คุ้มค่า” ยิ่งทำได้ดีกว่ามากๆ ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ การสำรวจนี้ดูในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งผลงานในอดีตไม่ได้ยืนยันถึงผลงานในอนาคตแต่ประการใด
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
