Official Update :

ไม่มีตกเทรนด์-ลุย “หุ้นเทคฯ ทั่วโลก” กับ... ‘กอง B-INNOTECH’ !!!

“เทรนด์เทคโนโลยี” ในปัจจุบันถือเป็นอีกเทรนธุรกิจที่ถูกจับตามองและให้ความสนใจจากนักลงทุนหลากหลายประเภท ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เป็นปัจจัยผลักดันให้ธุรกิจดังกล่าวโดดเด่นในช่วงวิกฤตดังกล่าว


รวมถึงเป็นหนึ่งในธีมการลงทุน “เมกะเทรนด์” หรืออิงตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลก ที่ได้ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง จึงไม่น่าแปลกใจนักที่หลายคนจะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก


ซึ่งถ้าพูดถึงการลงทุนก็คงจะอดพูดถึงผลตอบแทนจากลงทุนไม่ได้เช่นกัน เพราะในปีที่ผ่านมา “หุ้นเทคโนโลยี” และ “กองทุนเทคโนโลยี” มีผลตอบแทนที่โดดเด่นที่สุดในตลาด โดยสูงกว่า 50%


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากขอถือโอกาสนำเสนอ “กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยี (B-INNOTECH)” กองทุนเทคโนโลยีที่น่าสนใจอีกหนึ่ง จาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง จำกัด’ ที่นอกจะเป็นกองเทคโนโลยีแล้วยังได้รับการจัดอันดับจาก ‘มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว’ อีกด้วย

“กอง B-INNOTECH” โชว์ผลตอบแทนสุดสวยตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 3 ปี เฉลี่ย 21.06% ต่อปี

“กองทุนเทคโนโลยี” อาจจะดูน่าตื่นเต้นขึ้นมามากในช่วงปีที่ผ่านมา จากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่นท่ามกลาง ‘วิกฤติ COVID-19’ แต่จริงๆ แล้ว...กองทุนประเภทนี้ได้เข้ามาสู่อุตสาหกรรมกองทุนรวมได้ระยะหนึ่งแล้ว โดย ‘กองทุน B-INNOTECH’ ก็เป็นหนึ่งในกองทุนเทคโนโลยีในยุคต้นๆ ในอุตสาหกรรมกองทุนไทยเช่นกัน


ปัจจัยสนับสนุนให้ธีมเทคโนโลยีมีความน่าสนใจนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราเติบโตสูงแม้จะอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เศรษฐกิจโลกมีการเติบโตที่ชะลอลงจาก COVID-19 ก็ตาม, เทคโนโลยียังนำไปสู่โลกของธุรกิจที่สร้างการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมากมาย รวดเร็ว ส่งผลกระทบในวงกว้าง, เงินลงทุนของธุรกิจทางด้านไอทีพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยเพราะธุรกิจต่างเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมทัพให้กับตนเอง


บริษัทในกลุ่มนี้มีอำนาจการต่อรองกับคู่ค้าสูง มีขนาดตลาดที่ใหญ่มากพอรองรับการดำเนินธุรกิจ มีการวิจัยและพัฒนา อีกทั้งมีอุปสรรคขัดขวางผู้เล่นหน้าใหม่ที่คอยจะเข้ามาแสวงหาประโยชน์ อีกทั้งเทคโนโลยีเป็นการเติบโตที่มาจากหลายแขนง ไม่จำกัดเพียงด้านเดียว เช่น Robotic, AI, EV, Cloud, Big data, IoT, Machine leaning จึงเป็นการกระจายความเสี่ยงทางด้านธุรกิจโดยอัตโนมัติ”


เหล่านี้ทำให้เกิดเป็นธีมการลงทุนใหม่ๆ ในธีมเทคโนโลยีเกิดขึ้นตามมาในยุคหลังนี้ แต่ในภาพรวมแล้วต้องถือว่า “ธีมเทคโนโลยี” ยังคงเป็นธีมที่ยังจะเติบโตไปได้อีกไกลเลยทีเดียว

สำหรับ ‘กองทุน B-INNOTECH’ ได้จดทะเบียนขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม 2560 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 6,698,364,654 บาท มีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่  21.46 บาท


ซึ่งตัวนโยบายอย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าเป็นกองทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่กองทุน B-INNOTECH ประเภท Feeder Fund ที่จะลงทุนในหน่วยลงทุนของ ‘Fidelity Funds - Global Technology Fund’ ซึ่งเป็นกองทุนหลัก ชนิดหน่วยลงทุน Class Y-ACC-USD เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV


“ส่วนนโยบายของกองทุนหลักนั้น มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือบริการ อันจะนํามาซึ่งประโยชน์อย่างสูงจากความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี”


ณ วันที่ 30 ธ.ค. 63 ‘กองทุน B-INNOTECH’ มีการลงทุนในกองทุนหลัก 93.26%, เงินฝากและบัตรเงินฝาก 2.16% และสินทรัพย์อื่นและหนี้สินอีก 4.58%


สำหรับกองทุนหลักมีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563) ดังนี้

-Information Technology                 76.6%

-Communication Services                11.2%

-Consumer Discretionary                 5.4%

-Industrials                                      4.1%

-Financials                                        1.4%


โดยสัดส่วนการลงทุนแบ่งตามกลุ่มประเทศ 5 1อันดับแรก (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563) ประกอบไปด้วย

-สหรัฐฯ                                      66.0%

-เกาหลีใต้                                   6.5%

-ไต้หวัน                                      5.4%

-เยอรมัน                                     4.9%

-ญี่ปุ่น                                        4.7%





 

ในด้านผลการดำเนินงานของ ‘กองทุน B-INNOTECH’ (ณ วันที่ 30 ธ.ค. 63) ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีโดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนสามารถทำผลตอบแทนได้อยู่ที่ 21.06% ต่อปี ซึ่งแพ้ดัชนีชี้วัดไม่มากนักโดยอยู่ที่ 22.84% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานของกองทุนอยู่ที่ 18.96% ต่อปี ขณะที่ผลขาดทุนสูงสุดของกองนั้นตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -29.54%


“สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุน ‘กองทุน B-INNOTECH’ ในครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำนั้น ไม่ได้มีข้อกำหนด ส่วนระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน”


ช่องทางการซื้อขายหน่วยลงทุนสามารถทำได้ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ, บริษัทจัดการ, ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และโมบายแอพฯ Bualuang iBanking, Bangkok Bank Mobile Banking


“กอง B-INNOTECH แม้ว่าจะเป็นกองทุนเทคโนโลยีในยุคต้นๆ ของอุตสาหกรรมกองทุนไทย แต่ต้องยอมรับว่าในด้านผลการดำเนินงานค่อนข้างสะดุดตาไม่น้อยเรียกว่าไม่น้อยหน้ากองทุนเทคฯ ในยุคหลังๆ แต่ประการใด อีกความสนใจของกองนั้น คงไม่พ้นเทรนด์ลงทุน ‘เมกะเทรนด์’ ที่เทคโนโลยีก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่จัดอยู่ในกลุ่มดังกล่าวเช่นกัน ใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนก็อาจลองศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ “B-INNOTECH” เพิ่มเติมได้เพื่อโอกาสเพิ่มผลตอบแทนให้แก่พอร์ตการลงทุนของคุณในอนาคต”

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา