“ASP-GLTF-T” ลุย “หุ้นไทย” แบบ ‘มีจังหวะ’... พร้อมปรับสัดส่วนให้เหมาะกับ ‘ภาวะตลาด’ !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity General” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นไทย” ทั้ง SET และ mai โดยปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นให้เหมาะกับภาวะตลาด
เป็นอดีต “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) ที่ปัจจุบันกลายสภาพมาเป็นกองหุ้นปกติ ที่ยังคงจุดเด่นของนโยบายการลงทุนเอาไว้เพื่อให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้ามาลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง (เพียงแต่ไม่มีประโยชน์ทางภาษีให้เท่านั้นเอง)
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จะพานักลงทุนและผู้อ่านที่สนใจไปดูความเคลื่อนไหวของ “กองทุนหุ้นระยะยาว” (LTF) ที่น่าสนใจที่เราได้หยิบยกขึ้นมาในครั้งนี้กัน
“ASP-GLTF-T”...ปรับจังหวะลงทุนใน “หุ้นไทย” ให้เหมาะสมกับภาวะตลาด
โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดแอสเซทพลัสหุ้นระยะยาวทวีกำไร ชนิดมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี” หรือ “ASP-GLTF-T” ที่เป็นหนึ่งในภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด’ และด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นจึงถูกยอมรับจาก “Morningstar” ให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”
สำหรับรายละเอียดของกองทุนนั้น จะเป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นภายในประเทศผ่านการคัดสรรและกลยุทธ์ของผู้จัดการกองทุน ซึ่งได้จัดตั้งกองหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม 2549 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 13 ธันวามคม 2565) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 262,646,010 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 31.90 บาทต่อหน่วย
“ด้านนโยบายจะลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนหรือตราสารแห่งทุนซึ่งผลตอบแทนของตราสารดังกล่าวอ้างอิงกับผลตอบแทนของหุ้นหรือกลุ่มหุ้นของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนใน mai โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 35% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ณ วันที่ 30 พ.ย. 65 มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยอยู่ 87.87%”

ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนในตราสารแห่งทุนตามสภาวการณ์ที่เหมาะสม และจะเลือกลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพของการเพิ่มขึ้นของราคาสูงเมื่อเทียบกับตลาด (high beta stocks) ในภาวะที่ตลาดมีแนวโน้มที่ราคาหลักทรัพย์จดทะเบียนปรับเพิ่มขึ้น (ภาวะกระทิง)
และจะเลือกลงทุนในหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาต่ำเมื่อเทียบกับตลาด (low beta stocks) ในภาวะที่ตลาดมีแนวโน้มที่ราคาหลักทรัพย์จดทะเบียนปรับลดลง (ภาวะหมี) กองทุนอาจจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivative)
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของ ‘กอง ASP-GLTF-T’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า” เป็นสำคัญ
โดยการจัดสรรการลงทุนแบ่งตามรายกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 30 พ.ย. 65) จะประกอบไปด้วย
-ธนาคารพาณิชย์ 15.41%
-พลังงานและสาธารณูปโภค 14.82%
-การแพทย์ 10.40%
-พาณิชย์ 9.39%
-พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 8.93%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก มีน้ำหนักรวมกัน 30.76% ของพอร์ต ได้แก่ GULF 6.65%, KTB 6.38%, AOT 6.06%, PTTEP 5.88% และ BH 5.79%”

“ในแง่ของผลการดำเนินงานของ ASP-GLTF-T (ณ วันที่ 30 พ.ย. 65) เฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมานั้นก็อยู่ในระดับที่ 7.62% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 9.42% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 18.71% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 18.66% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็ยังมีความเสี่ยงด้านผลการดำเนินงานโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -38.84%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 5,000 บาท
สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้ด้วยเงิน 5,000 บาท ตามเงื่อนไขมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ที่บริษัทได้กำหนด ในขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำจะไม่มีข้อกำหนด แต่การขายในหนึ่งครั้งระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะอยู่ที่ภายใน 3 วัน (T+3)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัสจำกัด และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์ แอสเซทพลัส จำกัดแต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น ASP FUND
“ใครที่ยังหาโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นทั้ง SET และ mai ก็อาจจะลงทุนผ่านกองทุนอย่าง ‘ASP-GLTF-T’ ที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะยาวโดยปรับการลงทุนให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในขณะนั้นๆ ซึ่งนักลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะยาวและต้องการให้หน่วยลงทุนเติบโตไปกับตลาดทุน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
