“B-ASEANRMF” ตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณ... ด้วย “หุ้นอาเซียน” คุณภาพดี-ฝีมือ ‘คนไทย’ !!!

กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง(Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม ASEAN Equity ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนหุ้นกลุ่มอาเซียน” รวมถึงหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในประเทศอื่นที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับ “อาเซียน” ด้วยฝีมือ “ผู้จัดการกองทุนคนไทย”


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ได้หยิบยกกองทุนในกลุ่ม กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ที่น่าสนใจมาแบ่งปันกันในครั้งนี้



B-ASEANRMF”...ลุย “หุ้นอาเซียน” ตอบโจทย์เกษียณแบบเน้นๆ

โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ “B-ASEANRMF ที่เป็นหนึ่งในภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บัวหลวง จำกัด และด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นก็ทำให้ถูกยกให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” โดย “มอร์นิ่งสตาร์” อีกด้วย


สำหรับกองทุน ‘B-ASEANRMF’ จะมีการลงทุนทั้งหุ้นในประเทศและต่างประเทศ ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 21 ธันวาคม 2565) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 845,174,977 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 10.13 บาทต่อหน่วย


“โดยตัวนโยบายอย่างที่บอกไว้ข้างต้นจะเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งประเทศที่กองทุนเลือกลงทุนจะเป็นในกลุ่มประเทศอาเซียน ปัจจุบันมีสมาชิก 10 ประเทศ ได้แก่ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนาม ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา”


แต่เกณฑ์การคัดเลือกหุ้นหรือการให้น้ำหนักการลงทุนจะเป็นการมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีปัจจัยพื้นฐานดีมีความมั่นคง และมีศักยภาพในการให้ผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ทั้งนี้กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ณ วันที่ 30 พ.ย. 65 มีการลงทุนใน “หุ้นต่างประเทศ” 74.89% และ “หุ้นในประเทศ” 15.00%




หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของ ‘กอง B-ASEANRMF’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า” เป็นสำคัญ


โดยสัดส่วนแบ่งตามประเทศ 5 อันดับแรกที่มีสัดส่วนการลงทุนสูงสุด (ณ วันที่ 30 พ.ย. 65)  ประกอบไปด้วย

-สิงคโปร์                                       20.97%

-อินโดนีเซีย                                   17.60%

-เวียดนาม                                     13.59%

-มาเลเซีย                                     10.88%

-พิลิปปินส์                                    10.78%


และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

-ธนาคาร                                                35.00%

-อาหารและเครื่องดื่ม                                8.51%

-พัฒนาอสังหาริมทรัพย์                             7.13%

-พาณิชย์                                                 7.07%

-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6.39%




ในด้านผลการดำเนินงานของ ‘กอง B-ASEANRMF’ (ณ วันที่ 30 พ.ย. 65) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.72% ต่อปี (ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 0.73% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินเฉลี่ยอยู่ที่ 11.97% ต่อปี (ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 13.68% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -41.14%



เงินลงทุนขั้นต่ำ
‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 500 บาท

ส่วนนักลงทุนที่สนใจหรืออยากเข้าลงทุนในกองทุนนั้น มูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนไม่มีการกำหนดไว้ โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 5 วันทำการนับหลังจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน


ขณะที่ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่าน สาขาธนาคารกรุงเทพโดยมีบริการหักบัญชีเงินฝาก/บัตรเครดิตเพื่อซื้อหน่วยลงทุนกองทุนเปิดแบบถัวเฉลี่ย และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน นอกจากนี้ยังมีช่องทางออนไลน์โดยผ่านโมบายแบงก์กิ้งจากธนาคารกรุงเทพ และบัวหลวงไอแบงก์กิ้ง


สำหรับนักลงทุนที่ยังลังเลว่าจะลงทุนในกองทุนประเภทใดหรือจะให้น้ำหนักการลงทุนไปยังประเทศใด การลงทุนใน หุ้นอาเซียนเองก็ถือเป็นกลุ่มที่มีความน่าสนใจ ด้วยการได้รับประโยชน์จากการเปิดเมืองเปิดประเทศซึ่งจะช่วยให้ภาพรวมของเศรษฐกิจกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง ซึ่ง ‘กอง B-ASEANRMF’ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจด้วยฝีมือคนไทยบริหารเองอีกด้วย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม