Official Update :

ชี้ราคา 5 บาท ‘ลงทุน 6 ปีก็คืนทุน’ ...เผยข่าวดียังมีช่วยเพิ่ม Upside อีกมาก !!!

“วิกฤติ COVID-19” เป็นเคราะห์ที่เข้ามาเยือนอย่างไม่คาดฝัน ล่าสุดการระบาดระลอกใหม่BTSGIF เผยทำยอดผู้โดยสารเดือนม.ค. ลดลง 43.5% แต่เข้าสู่เดือนก.พ.ตัวเลขก็เริ่มฟื้นตัวคิดเป็น 50% ของช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน


และคาดว่าจำนวนผู้โดยสารปีนี้ 20/21 (เม.ย.20 – มี.ค. 21) จะอยู่ประมาณ 120 ล้านเที่ยว เทียบกับช่วงก่อน COVID 18/19 (เม.ย.18 - มี.ค.19) อยู่ที่ 241 ล้านเที่ยว


แต่ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งจากการมาของวัคซีนป้องกัน COVID-19, กิจกรรมทางเศรษฐกิจของคนกรุงเทพฯ ที่เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ และในอนาคตการกลับมาของนักท่องเที่ยวก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อการใช้รถไฟฟ้า BTS ด้วยเช่นกัน


แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานของ “BTSGIF” ก็ยัง มีกำไร มีกระแสเงินสดที่สามารถข่ายคืนผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยโดยตลอด และมั่นใจว่า...ได้ ผ่านจุดต่ำสุด ไปแล้ว


ราคา “BTSGIF” ในกระดานวันนี้ที่ประมาณ 5 บาทนั้น จึงถือว่าน่าสนใจลงทุนเป็นอย่างมาก ด้วยการจ่ายผลตอบแทนปกติที่ 0.80 บาท ลงทุนเพียง 6 ปี ก็คืนทุนแล้ว !!!


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาอัพเดทกัน



ชี้ “ผ่านจุดต่ำสุด” ไปแล้ว...มั่นใจการใช้บริการฟื้นตัวหลังการระบาดคลี่คลายและมีการกระจายวัคซีน
 


โดย พรชลิต พลอยกระจ่าง” รองกรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บลจ.บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) บอกว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF)’ รายงานจำนวนผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้า BTS (เฉพาะส่วนหลัก สถานีหมอชิต สถานีอ่อนนุช และสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ – สถานีสะพานตากสิน รวม 23.5 กม.) ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ล่าสุด เดือน ม.ค. 21 มีจำนวนผู้โดยสาร 7.0 ล้านเที่ยว ลดลง 43.5% จากเดือนก่อน และลดลง 66.5% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน 



(คุณพรชลิต พลอยกระจ่าง)



“การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ส่งผลต่อประมาณการกระแสเงินสดสำหรับผลการดำเนินงานของรถไฟฟ้าบีทีเอสในไตรมาส 4 ปี20/21 และสำหรับปี 21/22 นอกจากนี้ระยะเวลาคงเหลือของสิทธิในรายได้สุทธิตามสัญญาสัมปทานที่ลดลง ทำให้ ‘กองทุน BTSGIF’ รายงานมูลค่าทรัพย์สิน ณ 31 ธ.ค. 20 ที่ 50,310 ล้านบาท ลดลงจำนวน 2,900 ล้านบาท จากการประเมินครั้งก่อนหน้า และมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยลงทุนอยู่ที่ 8.8598 บาทต่อหน่วย”


สำหรับงบการเงินประจำปีสิ้นสุดเดือนมี.ค. 21 ‘กองทุน BTSGIF’ จะให้ผู้เชี่ยวชาญทำการประเมินมูลค่าทรัพย์สินอีกครั้ง เพื่อทบทวนประมาณการผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 22/23 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน


“เราได้ ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา แต่ท่ามกลางผลกระทบจากวิกฤติ COVID-19 ‘กองทุน BTSGIF’ ก็ยังมีกำไร มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่สามารถจ่ายคืนผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ ผลกระทบตรงนี้เป็นเพียง ระยะสั้น เท่านั้น และหลังจากนี้รายได้ก็น่าจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ตามลำดับ ดังจะเห็นได้จากตัวเลขจำนวนผู้โดยสารในเดือนก.พ.ที่ปรับตัวดีขึ้น หลังจากวัคซีนเข้ามา, มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีคาดว่าจำนวนผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้า BTS จะทยอยกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากประชาชนยังมีความต้องการใช้ระบบขนส่งมวลชนที่อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อการเดินทางภายในเมืองและเชื่อมต่อกับเขตเมืองชั้นนอก ซึ่งปัจจุบันเครือข่ายการเชื่อมต่อในเขตเมืองชั้นในและชั้นนอกก็มีความครอบคลุมมากขึ้น”



ราคา “
BTSGIF” ในกระดานที่ 5 บาท ‘Downside จำกัด-Upside เปิด’…ชี้โอกาสลงทุน ‘ระยะยาว’ 6 ปีก็คืนทุน


หันมาดูราคา “BTSGIF” ในกระดาน นับว่าได้สะท้อนข่าวร้ายกันไปมากพอสมควรแล้ว ปัจจุบันที่เราคาประมาณ 5 บาท ถือว่าน่าสนใจมาก โดยปกติกองทุนจะจ่ายผลตอบแทนประมาณ ปีละ 80 สตางค์ถ้ามอง cashflow คงที่ไม่เพิ่มขึ้น 6 ปีก็คืนทุน ขณะที่สัญญาสัมปทานเหลืออีก 9 ปี ผลตอบแทนปัจจุบันคิดเป็นตัวเลข 2 หลัก ราคาปัจจุบันถือว่า ต่ำมากๆแล้วเงินกองทุนก็คืนให้ตลอดไม่ว่าจะคืนในรูป ปันผล หรือ คืนทุน ก็ตาม ก็ทยอยจ่ายให้ผู้ถือหน่วยอย่างสม่ำเสมอ


“ปัจจุบันกองทุนยังมีขาดทุนสะสมอยู่ประมาณ 5,000 กว่าล้านบาท ซึ่งยังไม่สามารถ ปันผล ให้ได้ แต่ก็มีกระแสเงินสดที่เพียงพอที่สามารถจะจ่ายรูปของ เงินคืนทุน ให้ แต่ในภาพรวมต้องถือว่ากองทุนยังสามารถจ่ายคืนผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่น่ากังวลแต่ประการใด”





ที่สำคัญผลในไตรมาส 2 ปี20/21 ที่ผ่านมา กองทุนมีกระแสเงินสด 700 ล้านบาท ซึ่งหากเป็นปกติก็จะอยู่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ช่วงไตรมาส 3 ปี20/21 ตัวเลขคาดว่าจะดีขึ้น เพราะจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 20/21


“กำไรจากผลประกอบการจะเป็นส่วนที่จะมาช่วยล้างขาดทุนสะสมได้เช่นกัน แต่หากมีการปรับโครงสร้างค่าโดยสารใหม่เรียบร้อย แล้มีการประเมินราคาทรัพย์สินใหม่เพิ่มขึ้น ตรงนั้นก็จะมาช่วยในเรื่องของการล้างขาดทุนสะสมได้ด้วย”



“ข่าวดี” ช่วยเพิ่ม
Upside ให้ในระยะยาวก็มี...แนะไม่ใช่จังหวะขาย-แต่เป็นจังหวะเข้าลงทุนระยะยาว


แล้วไม่ใช่ว่า ‘BTSGIF’ จะมีแต่ข่าวร้ายนะ ข่าวดีก็มีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กองทุนมีรายได้และอายุกองทุนมากขึ้น คือ


-Core line : สัญญาสัมปทานจะหมดปี 2029 ถ้า ครม. อนุมัติการต่อขยายสัมปทาน (30 ปี) กองทุนก็มีสิทธิในการลงทุนเพิ่ม


-ส่วนต่อขยาย : ถ้า “บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC)” ได้รับการต่อสัญญาสัมปทาน รายได้ค่าโดยสารส่วนต่อขยายจะเข้ามาด้วย กองทุนก็มีสิทธิในการลงทุนเพิ่ม


-การปรับโครงสร้างราคาโดยสารใหม่: ให้สูงสุดไม่เกิน 65 บาท ตรงนี้ราคาถูกลง จะทำให้มีผู้มาใช้บริการมากขึ้น ก็คงต้องมีการประเมินราคาทรัพย์สินใหม่ ซึ่งราคาประเมินน่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5,000 – 6,000 ล้านบาท


“จะเห็นว่า กอง BTSGIF’ ไม่ใช่จะมีแต่ข่าวร้าย ข่าวดีที่ช่วยเพิ่ม Upside ก็มีอยู่เช่นกัน จังหวะนี้คนที่มีอยู่ก็ไม่ใช่จังหวะขาย คนที่สนใจก็มองเป็นโอกาสในการซื้อลงทุนระยะยาว”



ปัญหาระหว่าง “กทม.” กับ “
BTSC” ไม่เกี่ยวกับกองทุนโดยตรง


ส่วนข่าวคราวปัญหาระหว่าง “กทม.” กับ BTSC” นั้น ไม่เกี่ยวกับ “กองทุน BTSGIF” โดยตรงแต่ประการใด กองทุน ซื้อรายได้ค่าโดยสาร ซึ่ง BTSC เก็บโดยตรงจากผู้โดยสารแล้วส่งให้กองทุน


“ถ้าคุยกันรู้เรื่อง คุยจบเรื่องโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ รวมทั้งสัญญาต่อขยายสัมปทานจะเป็นประโยชน์ต่อกองทุน ในส่วนของการทวงหนี้กัน ไม่กระทบกองทุนโดยตรง ภาระหนี้กทม. ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อกองทุน ปัจจุบันกองทุนไม่เกี่ยวอะไรกับกทม. เลย เช่นเดียวกับเรื่อง ‘BTSC’ ดำเนินการส่วนต่อขยายให้ กทม. ค่าจ้างส่วนที่ค้างกัน ก็ไม่กระทบต่อกองทุนเช่นเดียวกัน ผู้ลงทุนสบายใจได้”


ในระยะยาวการจัดสรรเงินส่วนหนึ่งลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” ก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจให้กับผู้ลงทุนได้ สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนอยู่ “กองทุน BTSGIF” ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่เติมเต็มพอร์ตให้คุณได้ไม่มากก็น้อย

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, '