ปี22 “กองทุนรวมไทย” มีเงินไหลออกสุทธิทั้งปีกว่า -2 แสนล้านบาท... “กองทุนตราสารหนี้” เลือดสาด-เงินไหลออกต่อเนื่องทั้งปีเซ่น ‘ดอกเบี้ยขาขึ้น’ !!!
สาระ Fund วันละนิด: จะพามาส่องธุรกิจ “กองทุนรวมไทย” ใน “ปีเสือ-2022” ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามคาดด้วยสภาพตลาดทุนทั่วโลกที่ทรงไม่สู้ดีนัก ทั้งหุ้นและตราสารหนี้
กดมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (AUM) “กองทุนรวมไทย” (เฉพาะกองทุนเปิด ไม่รวมกองทุนปิด, ETF, REIT, Infrastructure fund) วูบเหลือ 3.8 ล้านล้านบาท หดตัว 11.1% จากสิ้นปี21
แม้ไตรมาสสุดท้ายของปีมีเงินไหลเข้าสุทธิ 2.7 หมื่นล้านบาท แต่ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ทั้งปีมีเงินไหลออกสุทธิกว่า -2 แสนล้านบาท !!!
มองภาพใน “ปีกระต่าย-2023” นี้ ทาง “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” มองว่า โอกาสที่กองทุนรวมไทยจะฟื้นมี AUM กลับมาก่อนยุค COVID-19 เหนือระดับ 4.0 ล้านล้านบาท เป็นเรื่องที่ยาก แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวก็ตาม เพราะมรสุมจากนอกประเทศยังคงอยู่และดีกรีความรุนแรงอาจไม่ด้อยลงกว่าในปีที่ผ่านมาแต่ประการใด
บทสรุป “เงินไทยไหลเข้า-ออก” ในปีที่ผ่านมาเป็นยังไงกันบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้สรุปเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

“กองหุ้นเวียดนาม” แชมป์กองตปท.เงินไหลเข้าสุทธิมากสุดปี22 กว่า 2.2 หมื่นล้านบาท...ส่วน “กองตราสารหนี้โลก” เงินไหลออกสุทธิมากสุดกว่า -2.2 หมื่นล้านบาท
จากข้อมูลของ “บจ.มอรนิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า กลุ่ม “กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น” จบปีไปด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิหดตัวลง 31.7% ไปอยู่ที่ 3.9 แสนล้านบาท จากเงินไหลออกสุทธิอย่างต่อเนื่องทั้ง 4 ไตรมาสหรือสะสมสูงสุดในอุตสาหกรรมที่ -1.3 แสนล้านบาท เช่นเดียวกับกองทุนตราสารหนี้ “Flexible Bond” และ “Mid/Long-Term Bond” ที่มีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้ายและมีเงินไหลออกสุทธิทั้งปีรองลงมาที่ -6.7 หมื่นล้านบาท และ -6.6 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ
...ขณะที่ term fund มีการเปิดกองใหม่รวม 79 กองทุน
กองทุนกลุ่ม “Bond Fix Term” มีกองทุนเปิดใหม่จำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นมา ทำให้กองทุนกลุ่มนี้มีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดต่อเนื่องอีกหนึ่งไตรมาส รวมทั้งปีเป็นเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 1.5 แสนล้านบาท มากเป็น “อันดับ1” มูลค่าทรัพย์สินขึ้นมาอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท จากระดับ 2 หมื่นล้านบาทในปี21 ทั้งนี้ในไตรมาสล่าสุดมีกองทุนเปิดใหม่เพิ่ม 32 กองทุน รวมกองทุนเปิดใหม่ในกลุ่มนี้ตลอดทั้งปีจำนวน 79 กองทุน

ส่วนอันดับ2, 3 และ 4 ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากสุดเป็นกลุ่ม “กองหุ้นต่างประเทศ” ได้แก่ กองหุ้นเวียดนาม, กองหุ้นจีน และกองหุ้นโลก โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิ 2.2 หมื่นล้านบาท, 2.1 หมื่นล้านบาท และ 1.7 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ
ปิดท้ายด้วย “กองทุนต่างประเทศ” ที่มีเงินไหลออกมากสุดในปี22 นั้น นำมาโดย “กองตราสารหนี้โลก” -2.2 หมื่นล้านบาท เป็นผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้นในปีที่ผ่านมา ตามด้วยอันดับ2, 3 และ 4 ได้แก่ “Foreign Investment Miscellaneous”, “Property- Indirect Flexible” และ “กองหุ้นยุโรป” ที่มีเงินไหลออกสุทธิ -2.1 หมื่นล้านบาท, -7.5 พันล้านบาท และ -7.4 พันล้านบาท ตามลำดับ

“บลจ.เอไอเอ” แชมป์เงินไหลเข้าสุทธิมากสไตรมาสที่4/22 กว่า 4.4 พันล้านบาท...ส่วน “บลจ.กสิกรไทย” เงินไหลออกสุทธิมากสุดกว่า -2.8 หมื่นล้านบาท
สำหรับบลจ.ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิในไตรมาส4/22 (ไม่รวม Term Fund) มากสุดนั้น ได้แก่ “บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย)” มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้น 14.8% มาอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท จากเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุด 4.4 พันล้านบาท โดยกว่า 60% เป็นเงินจากกองทุนผสม และจากการที่มีเงินไหลเข้าสุทธิต่อเนื่องเป็นอันดับต้น ๆ ตลอดทั้งปี ทำให้บลจ.เอไอเอ มีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดในรอบปี (ไม่รวม term fund) ที่มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท
ด้านอันดับ2, 3 และ 4 ได้แก่ “บลจ.บัวหลวง”, “บลจ.เกียรตินาคินภัทร” และ “บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)” มีเงินไหลเข้าสุทธิ 4.1, 3.6 และ 1.2 พันล้านบาท ตามลำดับ โดยในส่วนของบลจ.บัวหลวงเป็นการไหลเข้าในกลุ่มกองทุนประหยัดภาษีเป็นหลัก ในส่วนของบลจ.เกียรตินาคินภัทรนั้น ส่วนใหญ่ไหลเข้ากอง KKP Fixed Income Plus ที่มีเงินไหลเข้ากองนี้กองเดียวกว่า 2.4 พันล้านบาท

“ทางฝั่งเงินไหลออกสุทธิยังคงคล้ายไตรมาสก่อนหน้า โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ ‘บลจ.กสิกรไทย’, ‘บลจ.กรุงไทย’ และ ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ มีเงินไหลออกสุทธิมากที่สุด -2.8, -1.7 และ -1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินออกจากกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นหลักในบลจ.ทั้ง 3 ราย”
“K-VIETNAM” แชมป์เงินไหลเข้าสุทธิไตรมาส4/22 มากสุด 2.2 พันล้านบาท...ส่วน “KKP SEMICON-H” เงินไหลออกสุทธิมากสุด -1.4 พันล้านบาท
ปิดท้ายกันด้วยกลุ่มกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากสุดในไตรมาสที่4/22 ที่ผ่านมา นำมาโดย “อันดับ1” กอง K-VIETNAM มีเงินไหลเข้าสุทธิในไตรมาสสุดท้าย 2.2 พันล้านบาท หรือเท่ากับ organic growth เกือบ 40% และจากเม็ดเงินไหลเข้าต่อเนื่อง ทำให้กองทุนนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดของกลุ่มกองทุนหุ้นเวียดนามแทนที่กองทุนจากบลจ.พรินซิเพิลไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้กอง K-VIETNAM-RMF ที่เปิดใหม่ในปีนี้มีเงินไหลเข้ามากเป็น “อันดับ 4” ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิขึ้นไปแตะระดับ 1 พันล้านบาท

“อันดับ 2 ได้แก่ กอง KKP NDQ100-H ยังคงติดอันดับกองทุนเงินไหลเข้าสูงสุดต่อเนื่องในไตรมาสล่าสุดที่ 2.1 พันล้านบาท มูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 4.3 พันล้านบาทหรือสูงสุดในกลุ่มกองทุนหุ้นสหรัฐ ขณะเดียวกันมีเงินไหลออกจากกอง KKP SEMICON-H มากที่สุด 1.4 พันล้านบาท ซึ่งมีส่วนมาจากผลตอบแทนจากหุ้น semiconductor เป็นบวกในไตรมาสสุดท้าย ทำให้มูลค่าทรัพย์สินลดลงไปอยู่ระดับต่ำกว่า 1 พันล้านบาท”

แม้สถานการณ์กองทุนหุ้นเทคโนโลยีในปีนี้ไม่สู้ดีนัก แต่กอง B-INNOTECH RMF ยังมีเงินไหลเข้าต่อเนื่อง มากเป็น “อันดับ3” ในไตรมาสล่าสุด และเป็นกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสุทธิสะสมของปีมากที่สุดของกลุ่ม Global Technology โดยกองทุนนี้และกอง B-INNOTECH เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ (Standard Deviation) และผลตอบแทนที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นในกลุ่มในรอบปีที่ผ่านมา
นี่คือ บทสรุปบางส่วนของ “เงินทุนไหลเข้า-ออก” ในปี22 ที่ผ่านมา มองไปใน “ปีกระต่าย-23” นี้ “ดอกเบี้ยสหรัฐ” ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่โลกต้องจับตามองว่าจะขึ้นไปอีกแค่ไหน? แล้วจะทรงตัวในระดับสูงไปอีกนานแค่ไหน? ซึ่งอาจตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในตลาดหลักของโลกและผลกระทบให้เกิดความผันผวนในสินทรัพย์การเงินต่างๆ ได้เช่นกัน ดังนั้น แม้เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นในปีนี้ก็ตาม แต่โอกาสจะเห็นธุรกิจ “กองทุนรวมไทย” AUM จะกลับไปเหนือระดับ 4 ล้านล้านบาท ช่วงก่อน COVID-19 ยังเป็นอะไรที่ยากอย่างยิ่ง
