“บลจ.” กว่า 82% AUM ‘กองทุนรวม’ ปี22 หดตัว -2.4% ถึง -21.54%... “บลจ.เอไอเอ” สวนตลาด-ครองแชมป์โตสูงสุด +34.17% !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องการเติบโตของอุตสาหกรม “กองทุนรวม” ในปี22 ที่ผ่านมากันบ้าง โดยภาพรวมนั้นก็มีการหดตัวลง -9.13% มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) วูบเหลือ 4.9 ล้านล้านบาท
ด้วยสัดส่วนโครงสร้างที่เป็นกลุ่ม “กองตราสารหนี้” กว่า 42% ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นในปีที่ผ่านมา ก็กดให้ผลตอบแทนลดลงรวมถึงเงินทุนที่ไหลออกไปด้วย
ในส่วนของ “กองหุ้น” เองที่มีสัดส่วนกว่า 30% ก็ได้รับผลกระทบจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลงอย่างพร้อมเพรียง มากบ้าง น้อยบ้างแตกต่างกันออกไป
จึงกดให้อุตสาหกรม “กองทุนรวม” หดตัวลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ !!!
นั่นทำให้ “บลจ.” ส่วนใหญ่ (82%) มี AUM ของกองทุนรวมปรับตัวลดลงกันถ้วนหน้า มีเพียง 4 แห่ง (12%) เท่านั้น ที่ยังโตสวนตลาดได้ ได้แก่ บลจ.เอไอเอ, บลจ.ทาลิส, บลจ.เอ็กซ์สปริง และบลจ.ฟิลลิป
ส่วนการเติบโตของททั้ง 22 บลจ. ในปี22 ที่ผ่านมาจะเป็นเช่นไรนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้สรุปข้อมูลเอาไว้ให้ด้านล่างเรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

4 บลจ. AUM ‘กองทุนรวม’ ปี22 โตสวนตลาด...“บลจ.เอไอเอ” แชมป์โตสูงสุด +34.17%
จากการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthythai’ ในปี22 ที่ผ่านมานั้น พบว่า อุตสาหกรรมกองทุนโตเฉลี่ย 9.13% มีบลจ.ที่โตกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ 50% แต่ที่ยังเติบโตเป็นบวกได้มีเพียง 4 แห่ง คิดเป็น 12% เท่านั้น นำมาโดย อันดับ1 “บลจ.เอไอเอ” มี AUM เพิ่มขึ้นเป็น 5.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น +34.17% แสดงถึงความแข็งแกร่งของช่องทางตัวแทนขายประกันของค่าย AIA ได้เป็นอย่างดี

“ส่วนบลจ.อีก 3 แห่งที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้น เป็นกลุ่มบลจ.ขนาดเล็กทั้งหมด ได้แก่ อันดับ2 ‘บลจ.ทาลิส’ มี AUM 3.0 พันล้านบาท +15.93%, อันดับ3 ‘บลจ.เอ็กซ์สปริง’ AUM 39.02 ล้านบาท +15.75% และ อันดับ4 ‘บลจ.ฟิลลิป’ มี AUM 4.1 พันล้านบาท +1.64%”
18 บลจ. AUM ‘กองทุนรวม’ ปี22 ปรับตัวลดลง...ด้าน “บลจ.วรรณ” AUM หดตัวมากสุด -21.54%
ส่วน 18 บลจ. ที่เหลือซึ่งเป็นส่วนใหญ่คิดเป็น 82% นั้น มีการเติบโตลดลง ตั้งแต่ -2.4% ถึง -21.54% โดยบลจ.ที่มีปรับตัวลดลงสูงสุด 5 อันดับในปีที่ผ่านมา ได้แก่ อันดับ1 “บลจ.วรรณ” มี AUM 6.5 หมื่นล้านบาท -21.54%, อันดับ2 “บลจ.ทิสโก้” AUM 5.3 หมื่นล้านบาท -19.71%

“ถัดมาเป็น อันดับ3 ‘บลจ.พรินซิเพิล’ มี AUM 6.9 หมื่นล้านบาท -18.99%, อันดับ4 ‘บลจ.กรุงไทย’ AUM 5.6 แสนล้านบาท -18.20% และ อันดับ5 ‘บลจ.เคดับบลิวไอ’ มี AUM 2.6 พันล้านบาท -16.99%”
“บลจ.กสิกรไทย” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาด ‘กองทุนรวม’ ปี22 สูงสุด 21.85%...ด้าน “บลจ.ไทยพาณิชย์” มีส่วนแบ่ง ‘กองหุ้นไทย’ มากสุด 16%
หันมาดูส่วนแบ่งการตลาดกันบ้าง พบว่า บลจ. ที่มีส่วนแบ่งมากสุด 5 อันดับแรก นั้น มีส่วนแบ่งรวมกันถึง 75.05% เลยทีเดียว นำมาโดย อันดับ1 “บลจ.กสิกรไทย” เป็นบลจ.เดียวที่มี AUM เกิน 1 ล้านล้านบาท ด้วยขนาด 1.1 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 21.85% ตามมาด้วย อันดับ2 “บลจ.ไทยพาณิชย์” AUM 8.9 แสนล้านบาท มีส่วนแบ่ง 18.29%
อันดับ3, 4 และ 5 ได้แก่ “บลจ.บัวหลวง”, “บลจ.กรุงไทย” และ “บลจ.กรุงศรี” มีส่วนแบ่ง 15.34%, 11.51% และ 8.07% ตามลำดับ
แต่ถ้านับเฉพาะส่วนแบ่ง “กองหุ้นไทย” (ไม่รวม LTF, RMF, SSF) จากข้อมูลของทาง “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุถึง 5 บลจ.ที่มีส่วนแบ่งมากสุด นำมาโดยอันดับ1 “บลจ.ไทยพาณิชย์” มี AUM 3.7 หมื่นล้านบาท มีส่วนแบ่ง 16.0%, อันดับ2 “บลจ.อีสท์สปริง (ปทท.)” AUM 3.5 หมื่นล้านบาท ส่วนแบ่ง 15.1%
อันดับ3 “บลจ.บัวหลวง” AUM 3.3 หมื่นล้านบาท ส่วนแบ่ง 14.4% อันดับ4 “บลจ.เอไอเอ” AUM 2.7 หมื่นล้านบาท ส่วนแบ่ง 11.6% และสุดท้ายอันดับ5 “บลจ.กสิกรไทย” AUM 2.6 หมื่นล้านบาท มีส่วนแบ่ง 11.2%
ทั้งหมดนี้ คือ บทสรุปการเติบโตของธุรกิจ “กองทุนรวม” ในปี22 ที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ตลาดก็ไม่ได้คาดหวังการเติบโตที่สูงมากเช่นกันแม้เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตมากขึ้นกว่าในปีก่อนก็ตาม ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายทุกบลจ.ใน “ปีกระต่าย” นี้ อีกปีเลยทีเดียว
