เตือน! “ดอกเบี้ย FED” & “ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์”... ยังเป็น “ปัจจัยเสี่ยงหลัก” กระทบการลงทุนปีนี้ !!!
สาระ Fund วันละนิด: “ปีกระต่ายทอง” ถือเป็นปีแห่ง “การเริ่มต้นใหม่” (Reset) เป็นจังหวะใน “การปรับพอร์ตการลงทุน” (Rebalance) และ “เศรษฐกิจถดถอย” (Recession) จะเกิดขึ้นหรือไม่ในปีนี้ ? ยังเป็นคำถามที่นักลงทุนทั่วโลกเฝ้ารอคำตอบ !!!
หลังจากในปีที่ผ่านมา ทั้ง “ตลาดหุ้น” และ “ตลาดตราสารหนี้” ถูก “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) บอมพ์ใส่ด้วยการ “ขึ้นดอกเบี้ย” อย่างรุนแรงและหนักหน่วง
จนผลตอบแทนของสินทรัพย์ต่างๆ ในโลกปี22 “แดงเดือด” ไปตามๆ กัน และเป็นปีที่ “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ต่างกอดคอกันร่วงติดลบไปพร้อมๆ กัน ซึ่งถือว่าเป็นปีที่พิเศษมากๆ (ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย)
เปิดเดือนแรกปีกระต่ายทอง “ตลาดหุ้น” บวกกันสนั่นโลก จากความคาดหวังว่า FED จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยและอาจหั่นดอกเบี้ยลงในช่วงปลายปี หลังรอบล่าสุดขยับดอกเบี้ยเพียง 0.25% เท่านั้น มาอยู่ที่ 4.75%
“ตลาดหุ้น” จะไปต่อหรือพอแค่นี้?...วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจมาอัพเดทให้ฟังกัน

“ตลาดเดือนม.ค.ไม่ปกติ”...เตือนนลท.มอง “แง่ดีมากเกินไป” กับทิศทางดอกเบี้ย “FED”
โดย “ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มองว่า ปีนี้มี 3 Trend ที่นักลงทุนสนใจ ได้แก่ 1) การเติบโตของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปที่ชะลอตัวค่อนข้างมากว่าจะมีโอกาสเกิด Recession หรือไม่? 2) นโยบายการเงินและเงินเฟ้อ และ 3) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ในส่วนของเศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตท่ามกลางความกังวลเรื่อง “เศรษฐกิจถดถอย” (Recession) โดยเศรษฐกิจหลักทั้งสหรัฐ ยุโรป และจีนคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว ในขณะที่ไทยเองปีนี้ค่อนข้างดีไม่น่าจะโตต่ำกว่า 3.7% น่าจะกลับมามากกว่าช่วงก่อนเกิด COVID-19 แล้ว

(ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล)
“ตลาดเดือนม.ค.ปรับตัวขึ้นมาถือว่าไม่ปกติ เป็นการมองในแง่บวก (Optimistic) เกินไปของนักลงทุนคิดว่า FED จะลดดอกเบี้ยลงได้ แต่ถ้ามองถ้อยแถลงของประธาน FED ล่าสุดก็อยากให้นักลงทุนระมัดระวัง แม้ตัวเลขเงินเฟ้อที่ปรับตัวลงจะเป็นข่าวดี แต่ยังเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงและการเคลื่อนไหวของเงินเฟ้อค่อนข้างดื้อ ทั้งนี้เงินเฟ้อในปัจจุบันระดับที่ระดับ 6.5% ก็ยังห่างไกลจากเป้าหมาย 2% ค่อนข้างมาก โอกาสที่ FED อาจจะลดดอกเบี้ยได้น้อย หรือทิ้งดอกเบี้ยไว้ระดับสูงไว้นานกว่าที่ตลาดคาดก็มี เพราะเขาซีเรียสกับเรื่องเงินเฟ้อค่อนข้างมาก ดังนั้นการที่ตลาดปรับขึ้นมามากในเดือนม.ค. จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุนมอง Optimistic มากเกินไป”
ดังนั้นการลงทุนใน “หุ้นโลก” และ “สินทรัพย์ดิจิทัล” (Digital Asset) ยังคงต้องใช้ความ “ระมัดระวัง” สำหรับตลาดที่มีพื้นฐานรองรับ เศรษฐกิจยังเติบโต กำไรบริษัทจดทะเบียนยังโตได้ ก็สามารถเลือกลงทุนได้ แต่สำหรับตลาดที่ไม่มีพื้นฐานรองรับ เช่น Digital Asset นักลงทุนก็คงต้องถามตัวเองว่าราคาในช่วงที่ผ่านมาขึ้นมาได้ยังไง แต่การที่สินทรัพย์ต่างๆ ปรับตัวขึ้นในเดือนม.ค.ถือว่า “ไม่ปกติ”
“ไม่อยากให้กลัว Recession”…ปีนี้แนะเพิ่มน้ำหนัก “หุ้น” ในพอร์ตได้ !!!

ส่วนความกังวลเรื่องของ Recession นั้น “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ มองว่า ปีนี้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว คนห่วงเรื่อง Recession แต่ก็ไม่อยากให้นักลงทุนกลัวเรื่องนี้จนเกินไป เศรษฐกิจสหรัฐอาจไม่ถดถอยในปีนี้ หรือถดถอยแบบไม่รุนแรง โดยในไตรมาสที่4/22 เศรษฐกิจสหรัฐยังโต 2.9% แต่การจับจ่ายใช้สอยเริ่มชะลอตัว อย่าลืมว่า 2 ใน 3 ของเศรษฐกิจสหรัฐมาจากการบริโภคในประเทศ ในช่วงที่ผ่านมาดอกเบี้ยขาขึ้นคนไม่จับจ่ายใช้สอย แต่ถ้ามองไปในปี24 การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าได้ผล เงินเฟ้อเริ่มลดลงแล้ว ดังนั้น FED ก็น่าจะจบ Cycle ของดอกเบี้ยขาขึ้นได้ ก็น่าจะเป็นผลดีต่อการบริโภคของคนสหรัฐ นอกจากนี้ธนาคารกลางกลุ่มประเทศหลักก็มีแนวโน้มผ่อนคลายการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นในปีนี้หลังตัวเลขเงินเฟ้อเริ่มลดลง ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน

(พจน์ หะริณสุต)
“ที่สำคัญหลัง FED หยุดขึ้นดอกเบี้ย ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นตลอด 5 ใน 6 ครั้ง หลังสุด มองไปข้างหน้าแล้วปีนี้น่าจะเป็นปีที่สามารถเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน ‘หุ้น’ ได้มากกว่าในปีที่แล้ว แต่สำหรับนักลงทุนที่ยังคงกลัวหลัง FED ขึ้นดอกเบี้ยมาต่อเนื่องและอาจจะยังไม่หยุดแค่นี้ ก็แนะนำมาลงทุนสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง ‘Life Settlement’ ที่ลงทุนในกรมธรรม์ชีวิตในตลาดรอง ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์ใดเลย ไม่ได้เกี่ยวกับหุ้น, เงินเฟ้อ, ดอกเบี้ย, ราคาทองคำ หรือน้ำมันเลย ปีที่ผ่านมาที่สินทรัพย์ทั่วโลกตอดลบ ก็สามารถทำผลตอบแทนได้ +11.57% จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน”
“หุ้น” กลับมาเทรดสูงกว่าค่าเฉลี่ยได้ในปีนี้...ตาม “ความคาดหวัง” ของนักลงทุน
เช่นเดียวกับ “สุทธิโรจน์ สิทธิวัฒนานนท์” หัวหน้าฝ่ายจัดการลงทุนตลาดต่างประเทศ บลจ.วรรณ ที่ยอมรับว่า ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นเหตุการณ์พิเศษที่ “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ปรับตัวลงพร้อมกัน และน้อยครั้งที่จะติดลบต่อเนื่อง ในปีนี้จึงไม่น่าจะเลวร้ายต่อเนื่อง ส่วน “หุ้น” น่าจะสะท้อนปัจจัยลบไปแล้ว ตลาดจึงพร้อมจะกลับเข้าไปลงทุนทำให้ตลาดหุ้นช่วงเดือนม.ค.ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างโดดเด่น แต่เราก็ไม่ได้มองว่ามันจะดีมากๆ เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ให้จับตาอยู่อย่างความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้ามารบกวนตลาดทำให้มีความผันผวนอยู่บ้าง

(สุทธิโรจน์ สิทธิวัฒนานนท์)
“ปี23 ภาพรวมผลประกอบการกำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตชะลอลง ก่อนที่จะเร่งตัวขึ้นในปี24 เป็นจังหวะของตลาดจากที่แย่ในปีก่อน และนักลงทุนคาดหวังว่าปีนี้จะดีขึ้น จึงพร้อมที่จะกลับเข้าไปลงทุน ดังนั้นตลาดอาจจะขึ้นไปเทรดในระดับที่แพงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตได้ตามความคาดหวังของนักลงทุนนั่นเอง สำหรับกองทุนที่เราแนะนำ ได้แก่ ONE-UGG-RA, ONE-ALLCHINA และ ONE-Life Settlement”
ช่วงต้นปีนี้ใครยังไม่ได้ขยับปรับพอร์ตของตัวเอง ก็ถือเป็น “จังหวะที่ดี” ที่จะทำ จัดให้ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนและคความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองยังเป็นสิ่งที่สำคัญ “หุ้น” เพิ่มน้ำหนักขึ้นมาได้จากปีก่อน แต่ยังคงต้องระมัดระวังการลงทุนอยู่เพราะมีปัจจัยเสี่ยงที่พร้อมจพเข้ามากระทบตลาดการลงทุนได้เสมอเช่นกัน
