เปิดกลยุทธ์ลุย “หุ้นสหรัฐ”... ครึ่งปีแรก เน้น “Defensive” ส่วนครึ่งปีหลัง เน้น “Cyclical” !!!

Fun of Funds: ตลาดทั่วโลกกำลังจับตาตัวเลข “เงินเฟ้อ” ของสหรัฐเดือนม.ค.ที่จะประกาศออกมาคืนพรุ่งนี้ (วันที่ 14 ก.พ. 23) แม้ภาพรวมแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐน่าจะผ่าน “จุดสูงสุด” ไปแล้วก็ตาม โดยล่าสุดตัวเลขลงมาอยู่ที่ระดับ 6.5% จากครั้งก่อนที่ 7.1%


“หุ้นสหรัฐ” เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่เกินกว่าที่นักลงทุนทั่วไปจะละเลยได้ อย่างน้อยที่สุดก็คงต้องมีติดพอร์ตเอาไว้ไม่มากก็น้อย


ปีนี้แม้ “ความผันผวน” จะยังคงมีอยู่และมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงได้อีก แต่ก็ใช่ว่าจะลงทุนไม่ได้เสียทีเดียว แค่ต้องเลือกเท่านั้นเอง


ในขณะที่ “ธีมการลงทุนอย่างยั่งยืน” (ESG) ไม่ใช่เป็นแค่กระแสหากแต่เป็นวิถีการลงทุนของนักลงทุนทั่วโลกไปแล้ว ที่ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน


วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับทั้ง 2 ตลาดมาฝากกัน



“กำไรต่อหุ้น” หุ้นสหรัฐมีโอกาสถูกปรับประมาณการลงอีกกว่า
10%...แนะครึ่งปีแรกเน้น “หุ้น Defensive” ส่วนครึ่งหลัง “หุ้น Cyclical”

ปีนี้เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัว เงินเฟ้อเองน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ในขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) ยังมีแนวโน้มขาขึ้นอยู่อย่างน้อยก็ในช่วงครึ่งปีแรกนี้


ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ดัชนี “Morningstar US Market Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.84% โดย Sectors ที่ปรับขึ้นได้ดีที่สุดในเดือนม.ค. ได้แก่ Consumer cyclicals, Communication services, Technology, Real estate, Financial services แม้จะปรับขึ้นมาแล้วแต่ยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (ที่มา: morningstarthailand.com)


(ณัฐพล จันทร์สิวานนท์)



โดย ณัฐพล จันทร์สิวานนท์” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุน บลจ.แอสเซท พลัส มองว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในช่วงครึ่งปีแรกยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันตลาดทั่วโลก แม้ตัวเลขเงินเฟ้อในภาพรวมของสหรัฐจะชะลอตัวลง แต่ถ้าไปดูไส้ในแล้วจะพบว่า ‘เงินเฟ้อภาคบริการ’ กลับลดลงยากกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ก็เพียงพอให้ FED ไม่น่าจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงเหมือนในช่วงที่ผ่านมา ในครึ่งปีแรกยังมีการประชุม FED อีก 3 ครั้ง โดยมีแนวโน้มที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งละ 0.25% ไปจบที่ระดับ 5% ก่อนที่จะทยอยลดดอกเบี้ยลงเมื่อเห็นสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว


“ในส่วนของกำไรต่อหุ้นของ S&P500 มีแนวโน้มลดลง อาจถูกปรับประมาณการณ์ลงได้อีก กำไรต่อหุ้นของ S&P500 ถูกปรับประมาณการต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี22 จากที่เคยทำจุดสูงสุดประมาณ 239 ล่าสุดถูกปรับลงมาเหลือ 229 และปีนี้มีโอกาสจะถูกปรับลงไปเหลือ 200 หรือมีโอกาสปรับลดลงได้อีกประมาณ 10% อย่างไรก็ตามมองว่าหลังจากนี้แนวโน้มความรุนแรงในการปรับประมาณการจะลดน้อยถอยลง และเมื่อไรที่ถูกปรับประมาณกำไรขึ้นอีกครั้ง จะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐมีแนวโน้มกลับมาให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นได้อีกครั้งหนึ่ง”




ด้วยสภาพตลาดของหุ้นสหรัฐดังกล่าว กลยุทธ์การลงทุนจึงแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยในช่วง “ครึ่งปีแรก” สภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว จึงแนะนำลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มีความทนทานต่อทุกสภาพตลาด (Defensive) เช่น Health care, Utilities และ Consumer staples


“สำหรับในช่วง ครึ่งปีหลัง ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังธนาคารกลางหลักเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย แนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical) เช่น Technology, Autos และ Media& Entertainment มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนได้ดี”



ชี้ “เงินลงทุนทั่วโลก” มองหาบริษัทที่มี
ESG ลงทุน...เตือน “บริษัทดี-แต่ไม่มี ESG” จะไม่มีใครสนใจลงทุน

ด้าน Bill Maldonado Chief Investment Officer, Eastspring Investments (Singapore) มองว่า


“ ธีมการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG)” ไม่ใช่แค่เพียงกระแสแต่เป็นวิถีของการลงทุนทั่วโลก นักลงทุนสถาบันของยุโรป ตลอดจนนักลงทุนต่างประเทศที่จะมาลงทุนในไทยหรือในเอเชียก็ตาม เขาอยากเข้าถึงบริษัทที่ให้ความสำคัญกับ ESG อยากให้แน่ใจว่าบริษัทที่เขาเลือกลงทุนมีการนำมุมมองที่เป็น ESG เข้าไปใช้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทด้วย และจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ไปเกี่ยวข้องกับการทำลานสิ่งแวดล้อม ทำลายภูมิอากาศ เป็นต้น เรื่องของ ESG จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมาก ทั้งใช้ประกอบการเลือกในประเทศหรือในบริษัทใดก็ตาม


(Bill Maldonado)



“อย่างไรก็ตามบริษัทในเอเชียดูยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าวและมีการสื่อสารเรื่อง
ESG ต่อโลกภายนอกค่อนข้างน้อย นั่นอาจเป็นราคาที่คุณต้องจ่ายในอนาคต หากไม่มีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในบริษัท หรือมีการถอนเงินลงทุนออกไป ตัวอย่าง ตราสารหนี้ของบริษัทเกี่ยวกับเหมืองถ่านหิน ผลประกอบการดีมาก แต่ทำลายสิ่งแวดล้อม นักลงทุนเขาก็ไม่เอาแล้วขายออกแม้บริษัทจะดีก็ตาม เป็นต้น ดังนั้นเรื่อง ESG อยากให้มองเป็น Trend เป็นวิถีในโลกของการลงทุนไปแล้ว”


นอกจากนี้ยังจะเห็นบริษัทมีการออกนโยบาย ESG และมีการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น รวมถึงนักลงทุนจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับบริษัท มากกว่าใช้เงื่อนไขทาง ESG ในการคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น 


ใครที่สนใจ “หุ้นสหรัฐ” ในปีนี้ก็คงต้องหาจังหวะในการเข้าลงทุนด้วยเช่นกัน ต้องเลือกมากขึ้น ภาพในครึ่งปีแรกกับครึ่งปีหลังก็ต่างกันออกไป กลยุทธ์ก็ต่างกันออกไป ส่วนใครที่มองหาโอกาสลงทุนในธีมระยะยาวที่ยั่งยืนก็ต้อง “ธีม ESG” ที่ทั่วโลกต่างเดินไปสู่ธีมการลงทุนนี้แน่นอน

โต๊ะกองทุน Wealthythai

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
Updated 1 day ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
Follow Us