ปีนี้ ต้อง “หุ้นจีน” ราคาถูก-กำไรโตดี… คว้าโอกาสลุยตลาด ‘A-Share’ กับ “SCBCHAE” !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Greater China Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นจีน” ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี CSI300 ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่
การกลับมาเปิดประเทศของจีน ถือว่าตัวสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศและประเทศโดยรอบได้อีกครั้ง ด้วยตัวเลขประชากรจำนวนมากที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยหลังจากที่อัดอั้นมาเป็นเวลานาน
และนี่ คือ หนึ่งใน “เป้าหมาย” ในเรดาร์การลงทุนอันดับต้นๆ ของปีกระต่ายทองนี้เลยทีเดียว ด้วยราคาที่ยังถูก P/E ประมาณ 12 เท่า ในขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนยังโตในระดับ 15%
และเพื่อเป็นตัวช่วยให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนไทยที่สนใจการลงทุนใน “ตลาดหุ้นจีน” แผ่นดินใหญ่ วันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการหยิบยก “กองทุนรวมหุ้นจีน” ที่น่าสนใจมาแบ่งปันกันในครั้งนี้

“SCBCHAE” คว้าโอกาสเติบโตกับ “หุ้นจีน” แผ่นดินใหญ่...รับศก.จีนฟื้นตัว
“จีน” ขยับช้า แต่ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ หลังจากที่หยุดชะงักไปในช่วง COVID-19 จากมาตรการ “Zero COVID” ในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อจีนสร้าง Surprise กลับนโยบายแบบหักดิบมาเปิดประเทศเร็วขึ้นชนิดไม่กลัว COVID ก็ว่าได้ ผลกระทบในเชิงบวกตามมามหาศาล
พลังของการบริโภคภายในประเทศฟื้นอย่างรวดเร็ว กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาขับเคลื่อนอีกครั้ง จนตลาดประเมินว่าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้จะทะลุ 5% เอาได้ง่ายๆ
จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม?...“ตลาดหุ้นจีน” มีแนวโน้มที่จะนักลงทุนจะกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะในตลาดหุ้น “A-Share” ที่เป็นตลาดหุ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่จะได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภายในประเทศในครั้งนี้

โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์” หรือ “SCBCHAE” ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด’ และมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นจนถูกยกให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar”
ด้านรายละเอียดของกองทุนดังกล่าว เป็นกองทุนที่ลงทุนในกองทุนต่างประเทศในรูปแบบฟีดเดอร์ฟันด์ ที่จะลงทนุในกองทุนหลักเพียงกองเดียว ที่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 214,286,707 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 9.41 บาทต่อหน่วย
สำหรับกองทุนหลักมีชื่อว่า “ChinaAMC CSI 300 Index ETF” ซึ่งเป็นกองทุนประเภท ETF ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (The Stock Exchange of Hong Kong Limited “SEHK”) อยู่ในการบริหารงานภายใต้ความดูแลของ China Asset Management (Hong Kong) Limited และลงทุนในสกุลเงินหยวน (RMB)
“โดยนโยบายลงทุนของกองดังกล่าวจะลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี CSI 300 เพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี CSI 300 ดังกล่าว โดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าว ณ วันที่ 31 ธ.ค. 65 กองทุนมีการลงทุนในกองทุนหลักอยู่ 94.05%”
อย่างไรก็ตาม SCBCHAE จะลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่เทียบกับสกุลเงินบาท ณ ขณะใดขณะหนึ่ง ไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าทรัพย์สิน
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของ ‘กอง SCBCHAE’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
หน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 .ค. 65) กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก จะประกอบไปด้วย
-การเงิน 18.74%
-อุตสาหกรรมหนัก 15.04%
-กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น 13.49%
-เทคโนโลยี 13.34%
-สวอป 9.46%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ CSIN0300 9.46%, Kweichow Moutai Co Ltd 5.25%, Contemporary Amperex Technology Co Ltd 2.79%, Ping An Insurance Group Co of China Ltd 2.46% และ China Merchants Bank Co Ltd. 2.23%”

“ด้านผลการดำเนินงานของ SCBCHAE นั้น ข้อมูลตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 มี.ค. 65) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.84% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 0.25% ต่อปี) ในขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 21.27% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 20.19% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดี โดยกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -41.79%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ ‘ครั้งแรก’ และ ‘ครั้งถัดไป’ เพียง 1 บาท
โดยนักลงทุนหรือผู้อ่านที่สนใจอยากจะลงทุนในกองดังกล่าวด้วยเงื่อนไข “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1 บาท ส่วนการขายคืนขั้นต่ำและยอดคงเหลือก็จะอยู่ที่ 1 บาทเช่นเดียวกัน โดยเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 2 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+2)

สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จํากัดหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและยังมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น SCB EASY
“จากข้อมูลผลการดำเนินงานที่เราได้รวบรวมมานั้น ตัวเลขเฉลี่ยต่อปีถือว่าอยู่ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทอื่นหรือหากเทียบกับ ‘H-Share’ ที่มีความหวือหวามากกว่า ก็อาจทำให้ความน่าสนใจถูกลดทอนลง แต่ในจังหวะที่ภาวะเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวนั้น ก็อาจจะช่วยเพิ่มความเซ็กซี่ให้แก่ ‘A-Share’ ได้ด้วยเช่นกัน เชื่อว่า ‘SCBCHAE’ จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนในหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ได้ไม่มากก็น้อย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
