Official Update :

“กองดัชนีSET50” ลดความเสี่ยง ‘เลือกกองทุนผิด’… ไม่พึ่ง ‘ฝีมือผจก.กองทุน’ – เน้นลง “หุ้นองค์ประกอบดัชนี” !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามารู้จักกับ “กองทุนดัชนีSET50” ทางเลือกการลงทุนที่ง่ายกว่าในการลุย “ตลาดหุ้นไทย”


ปัจจุบันมี “กองทุนดัชนีSET50” อยู่เพียง 31 กอง มูลค่ารวมกันกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท ทำผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี (ณ วันที่ 28 ก.พ. 23) ได้ -3.76% ในขณะที่ดัชนี SET50 TRI -3.51%


โดยทั้ง 31 กอง มีผลงานที่เกาะกลุ่มกันเป็นอย่างดี ตามสไตล์ของ Passive Fund ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงซึ่งในที่นี้ก็คือดัชนี SET50 นั่นเอง จึงทำให้กองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด-แย่สุด” ต่างกันเพียง 1.06% เท่านั้น


ดังนั้นหากคุณสนใจจะลงทุนใน “หุ้นไทย” ผ่าน “กองทุนดัชนีSET50” จะช่วยลดความเสี่ยงของการเลือกกองทุนไปได้พอสมควร ไม่ต้องมาปวดหัวเรื่องจะเลือก “กองหุ้นไทย” กองไหนดี




ที่สำคัญ ยังตอบโจทย์การสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยจากการลงทุนในหุ้นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะขอแค่ “ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่าตลาด” หรือที่เรียกว่า ค่า Beta เท่านั้น


“กองทุนดัชนีSET50” มีดีที่ตรงไหน ทำไมจึงน่าสนใจนั้น ตามทีมงาน Wealthythai’ ไปหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย



“กองหุ้นไทย” สไตล์
Active Fund…ผลตอบแทนกองที่มีผลงาน “สูงสุด-ต่ำสุด” ต่างกันเฉลี่ย 10 -20%

“กองหุ้นไทย” ปัจจุบันมีประมาณ 495 กอง ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนที่เป็น Active Fund มุ่งใช้ทักษะและความสามารถของผู้จัดการกองทุนมาคัดเลือกหุ้นโดยมุ่งหวังจะสร้าง “ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาด” ที่เรียกว่า ค่า Alpha” นั่นเอง ซึ่งมีกองทุนให้เลือกมากมายหลายหลากในปัจจุบัน


“จนบางครั้งนักลงทุนเองก็สับสนจนไม่รู้ว่าจะเลือกกองทุนอะไรดีเช่นกัน ที่สำคัญ จากสถิติความแตกต่างของผลตอบแทนระหว่างกองที่ดีสุดและแย่สุดก็แตกต่างกันค่อนข้างมากเฉลี่ย 10-20% ซึ่งหากเลือกผิดไปในระยะยาวนั่นหมายถึงผลตอบแทนที่ตกหล่นหายไปในระหว่างทาง ซึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว”


ถ้านึกภาพไม่ออก ลองมาดูผลงานของ “กองหุ้นไทย” ในภาพรวม ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 28 ก.ย. 23) กัน ในขณะที่ดัชนี SET TRI ติดลบ -2.41% นั้น กองหุ้นไทยที่มี ผลงานดีสุด ทำผลตอบแทนได้ +5.47% ในขณะที่กองที่มี ผลงานแย่สุด -6.31% หรือต่างกันอยู่ 11.78% !!!




TDEX” แชมป์กลุ่ม ‘กองทุนดัชนีSET50’…ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบ -3.39%

ในขณะที่ “กองทุนดัชนีSET50” นั้น เป็นสไตล์การบริหารแบบ Passive Fund มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง ซึ่งก็คือดัชนี SET50 นั่นเอง เอาผลตอบแทนแค่ “เท่าตลาด” หรือเรียกว่าค่า Beta” ก็พอ ในระยะยาวการได้ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับตลาดก็ถือเป็นทางเลือกที่โอเคเลยทีเดียว (อาจจไม่ได้ชนะตลาดมาก แต่ก็จะไม่แพ้ตลาดมากด้วยเช่นกัน เป็นทางสายกลางๆ ไป)


มาดูผลงานของกลุ่ม “กองทุนดัชนีSET50” ตั้งแต่ต้นปี (ณ วันที่ 28 ก.พ. 23) กันบ้าง ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ -3.76% ในขณะที่ดัชนี SET50 TRI -3.51% โดยกองทุนที่มีผลงาน ดีสุด ทำได้ -3.39% ในขณะที่กองที่มีผลงาน แย่สุด ผลตอบแทน -4.45% หรือต่างกันเพียง 1.06% เท่านั้น !!!


“สำหรับกองทุน Top5 ที่มีผลงานดีสุด (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนที่มีกองหลักเดียวกัน) ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ได้แก่ 1) TDEX ผลตอบแทนติดลบ -3.39%, 2) KT-SET50-A ติดลบ -3.56%, 3) T-SET50Acc ติดลบ -3.58%, 4) PRINCIPAL SET50SSF-SSF ติดลบ -3.66% และ 5) M-S50 RMF ติดลบ -3.70%



“ไม่ใช้ฝีมือผู้จัดการกองทุน”...เน้นลงทุนใน “หุ้น” ที่เป็นองค์ประกอบดัชนี “
SET50

โดยกองทุน “ไม่ได้ใช้ฝีมือผู้จัดการกองทุน” ในการเลือกหุ้น แต่จะลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีSET50 เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงมากที่สุดเป็นสำคัญ


ดังนั้น “กองทุนดัชนีSET50” ค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการจึงต่ำกว่ากองหุ้นที่เป็น Active Fund โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.4 -0.5% และในบางชนิดหน่วยลงทุนเช่น ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เก็บค่าธรรมเนียมส่วนนี้ก็มี ซึ่ง “ค่าธรรมเนียม” ที่เรียกเก็บต่างกันนี้ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้ผลตอบแทนของกองทุนกลุ่มนี้แตกต่างกันไปด้วยนั่นเอง โดยมีส่วนต่างผลตอบแทน “ต่ำสุด-สูงสุด” ในแต่ละช่วงเวลาประมาณ 1.0 – 1.6% ก็เป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนที่สนใจอาจจะใช้ในการพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุนได้เช่นกัน




“ด้วยจุดเด่นของ ‘กองทุนดัชนีSET50’ นี้เอง ทำให้นักลงทุนสามารถลดความเสี่ยงในการเลือกกองทุนผิดไปได้พอสมควร ใช้เงินลงทุนน้อย แต่ได้กระจายลงทุนไปในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีSET50 ครบครัน ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นหุ้นใหญ่ที่เป็นบริษัทชั้นนำในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมของไทยก็คงไม่ผิดนัก ไม่ว่าจะเป็น DELTA, AOT, PTT, PTTEP, SCC เป็นต้น ลงทุนไปก็อุ่นใจ หลับสบายได้ เพราะบริษัทเหล่านี้ผ่านมาแล้วไม่รู้กี่วิกฤติก็ยังยืนหยัดคู่กับตลาดหุ้นไทยมาได้”


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสเข้ามาลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” อยู่ หรือลงทุนอยู่แล้วก็ตาม “กองทุนดัชนีSET50” เป็นอีกทางเลือกที่ง่ายและควรมีติดพอร์ตไว้ จะมือใหม่หรือมือเก่าเองที่ลงทุนในหุ้นโดยตรงอยู่แล้ว ก็สามารถลงทุนได้เช่นเดียวกัน ช่วยกระจายความเสี่ยงจากหุ้นรายตัวได้เช่นกัน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’