ชู “เฮลธ์แคร์อินโนเวชั่น” & “การฟื้นตัวของจีน”…2 ธีมเด่นปี64 !!!

แผนการลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) โดยอิงตามธีมการลงทุนที่เป็น “กระแสโลก” คงเป็นธีมที่นักลงทุนมองหาโอกาสอยู่อย่างสม่ำเสมอเพื่อการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น


แต่การจะลงทุนตามธีมการลงทุนต่างนั้นๆ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจ อย่างแนวโน้มการเติบโต ความเสี่ยง ไปจนถึงปัจจัยที่จะเข้ามามีผลต่อสินทรัพย์ที่เข้าไปลงทุนในแต่ละครั้ง


ในบางครั้งจึงต้องอาศัยมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเป็นข้อมูลเสมอหรือไกด์ไลน์เบื้องต้น เพื่อให้มีความเข้าใจมากขึ้นก่อนจะลงทุนในหนึ่งครั้ง


วันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงนำมุมมองการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง สาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ที่จะมาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจหรือผู้อ่านกันในครั้งนี้



“หุ้น” ปี 2564 ยังคงเป็น
‘ขาขึ้น’ และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าสินทรัพย์อื่น

โดยในปี 2564 สินทรัพย์เสี่ยง อย่าง “ตราสารทุน (หุ้น)” ยังคงเป็น ขาขึ้นหรือปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง จึงยังทำให้การลงทุนในหุ้นนั้นมีความน่าสนใจและให้ผลตอบแทนได้สูงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น เห็นได้จากผลตอบแทนจากตลาดหุ้นในประเทศต่างที่ยังคงปรับตัวขึ้นได้



การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก...เป็นปัจจัยหนุนให้หุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดหุ้นนั้น มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ปีนี้คาดการณ์ว่าจะกลับมาเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 3-5% ซึ่งประเทศจีนจะเป็นประเทศที่มีการเติบโตมากที่สุดหรืออยู่ที่ 8% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 น้อยกว่าประเทศอื่นๆ




(คุณสาห์รัช ชัฏสุวรรณ)




“ขณะเดียวรัฐบาลในประเทศต่างๆ จะยังคงเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยากลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 รวมไปถึงนโยบายการเงินทั่วโลกยังคงมีทิศทางที่ผ่อนคลาย โดยจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบต่อเนื่อง และรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ที่ระดับต่ำ”


ส่วนความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศจีนและสหรัฐฯ คาดว่ามีทีท่าไปในทิศทางที่จะผ่อนคลายมากขึ้นในยุคประธานาธิบดีของ “โจ ไบเดน” ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นและทำให้ตลาดหุ้น ไม่ผันผวนมากเท่ายุคประธานาธิบดี “โดนัลล์ ทรัมป์”



“วัคซีน”...จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน

แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามประเด็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมจะมีแนวโน้มที่คลี่คลายมากขึ้น จากการเริ่มแจกจ่ายวัคซีนในบางประเทศ แต่ตัวเลขการแจกจ่ายยังไม่สูงมากนัก จึงอาจจะต้องติดตามว่าการแจกจ่ายให้ครบทั่วโลกจะช้าหรือเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์  ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก



แม้หุ้นจะเป็นขาขึ้น...แต่
‘ปัจจัยลบ’ ยังมี

สำหรับปัจจัยที่จะมีผลต่อเชิงลบต่อตลาดหรือปัจจัยที่ต้องติดตาม ประกอบไปด้วย แนวโน้มเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และฐานที่ต่ำในช่วงการแพร่ระบาด COVID-19 ในปีที่แล้ว,US Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินระดับที่อาจจะทำให้การลงทุนในหุ้นลดความน่าสนใจลง (ESU มองที่ระดับ 1.40%)



“2 ธีม” การลงทุนหลัก...
‘เฮลธ์แคร์อินโนเวชั่น-การฟื้นตัวของประเทศจีน’

ธีมการลงทุนในปีนี้ที่เราอยากแนะนำ ประกอบไปด้วย 2 ธีมใหญ่หลักๆ ประกอบไปด้วย “เฮลธ์แคร์ อินโนเวชั่น” ที่จะมีทิศทางการเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่ยุค Aging Society ทำให้กระแสการใส่ใจดูแลสุขภาพ Health Preventive&Anti Aging ของผู้คนมีมากขึ้น


“ขณะเดียวกันวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี AI, Big Data, Cloud Computing, Super Computer ทำให้เกิดแนวทางในการรักษาและการคิดค้นยารักษาโรคร้ายแรงและโรคที่รักษายาก รวมถึงการให้บริการทางการแพทย์ที่ประสิทธิภาพมากขึ้น”



 


นอกจากนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบ New Normal ทางการแพทย์และคาดว่าจะเกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมทางการแพทย์อย่างมากในอนาคต



ซึ่งกองทุนที่แนะนำ ประกอบไปด้วย ‘กองทุนเปิด ทิสโก้ Genomic Revolution (TGENOME)’, ‘กองทุนเปิด ทิสโก้ ไบโอเทคโนโลยี เฮลธ์แคร์ (TBIOTECH)’ และ กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล ดิจิตอล เฮลธ์ อิควิตี้ (TGHDIGI)’


ส่วนธีมการลงทุนอีกหนึ่งที่น่าสนใจ คือ “การฟื้นตัวของประเทศจีน” โดยจีนเป็นประเทศที่เติบโตสูงในปี 2564 ผลกระทบจาก COVID-19 ต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ขณะที่นโยบายจีนมุ่งการลงทุนและเติบโตจากภายในด้วยนโยบาย Self  Reliance จากความตึงเครียดเรื่องสงครามการค้าและสงครามเทคโนโลยี


“ส่วนความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนในยุคสมัยของประธานาธิบบดี โจ ไบเดนประเมินว่าจะมีทิศทางที่จะผ่อนคลายกว่ายุคสมัยประธานาธิบดีโดนัลล์ ทรัมป์”


นอกจากนี้คาดว่าฟันด์โฟลว์มีทิศทางที่ไหลเข้าลงทุนในกลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่” จากทิศทางค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า และเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว ส่วน Valuation เองก็อยู่ในระดับที่ ถูกกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ


กองทุนที่แนะนำ ‘กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า A-Shares อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า (TISCOCHA-A) และ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า คอนซูเมอร์ (TCHCON)


ธีมการลงทุนแฮลธ์แคร์และประเทศจีน ถือเป็นอีก 2 ธีมการลงทุนที่นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญให้ความสนใจและจับตามองก่อนจะเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งการมาของ COVID-19 ก็ถือเป็นตัวเร่งธีมการลงทุนมีความโดดเด่นและมีบทบาทมากขึ้น

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 19 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 22 hours ago
Follow Us