ไม่พลาดโอกาสลงทุนรับ “ตลาดฟื้นตัว” แนะ 4 “กองทุนเด่น” มีนา-ปีเถาะ ลุย 2 ธีมสุดแกร่ง "หุ้นจีน" & "ESG" !!!
ลายแทงกองทุน: ในวันที่โลกยังคงจับตาดูท่าทีและทิศทางดอกเบี้ยของ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) กันอย่างใกล้ชิดและยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดการเงินโลกยังคงผันผวนต่อเนื่อง
แต่ที่ตลาดส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าในที่สุด “ดอกเบี้ยขาขึ้น” จะสิ้นสุดลงในปีนี้ และนั่นเพียงพอที่จะเป็นปัจจัยบวกให้กับตลาดหุ้นทั่วโลกได้ในที่สุดและปีนี้การลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกก็น่าจะดีกว่าในปีที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน
โดย 2 ธีมที่ยังปังในปีนี้ หนึ่งก็คือ “หุ้นจีน” หลังทำเซอร์ไพรส์ในเชิงบวกหักมุมกลับมาเปิดประเทศเร็วกว่าที่ตลาดคาด เมื่อยักษ์เช่นจีนตื่น...โลกก็ขยับตาม
อีกธีมคือ “ESG” ที่มองกันยาวๆ มีแต่ยิ่งแข็งแกร่งเป็นธีมที่ทั่วโลกกำลังมุ่งไปในทุกๆ ด้านไม่เฉพาะแค่เรื่องของการลงทุนเท่านั้น
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ จึงได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” มีนา-ปีขาล ที่พร้อมโตไปกับ 2 ธีมสุดปัง “หุ้นจีน” และ “ESG” มาฝากกัน
“ASP-EVOCHINA”...เฟ้น "หุ้นจีน" ดาวเด่นในตลาดหุ้นทั่วโลก
เริ่มกันที่ “หุ้นจีน” หนึ่งในตลาดที่ถูกและยังไม่ได้ไปไหนไกลเลย แต่ในแง่ของพื้นฐานเองถือว่าแข็งแกร่ง กับเป้าหมายในก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ซึ่งทำได้ดีจน “สหรัฐ” และพันธมิตรต้องสะกัดดาวรุ่งกันเลยทีเดียว และนั่นคือโอกาสในการลงทุนในบริษัทจีนยุคใหม่เหล่านี้ที่มีกระจายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก
โดยกองทุนที่น่าสนใจ ได้แก่ “ASP-EVOCHINA: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อีโวลูชั่น ไชน่า อิควิตี้” ที่จะพาคุณเปิดประตูสู่การลงทุนในหุ้นจีนยุคใหม่ โดยเน้นลงทุนใน “หุ้นจีน” ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ผสมผสานทั้ง “กองทุนรวม” และ “หุ้นรายตัว” ด้วยฝีมือทีมผู้จัดการกองทุนคนไทยจาก “บลจ.แอสเซท พลัส”

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ม.ค. 23) นั้น มีการกระจายลงทุนหุ้นจีนใน 4 ภูมิภาคหลัก ได้แก่ จีน 37.90%, ฮ่องกง 34.96%, สหรัฐ 9.22% และลักเซมเบิร์ก 7.86% ส่วน 5 อุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากสุด ประกอบด้วย Consumer Discretionary 43.28%, Information & Communication Technology 8.59%, INFORMATION TECHNOLOGY 8.39%, COMMUNICATION SERVICES 2.84% และ Insurance 1.99% ตามลำดับ
“โดยสินทรัพย์ที่มีการลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก น่าจะคุ้นชื่อนักลงทุนไทยและทั่วโลกเป็นอย่างดี ได้แก่ ALIBABA GROUP HOLDING LTD 9.88%, TENCENT HOLDINGS LIMITED CMN 8.59%, LI NING CO LTD 8.14%, JD.COM 7.92% และกองทุน TROWE PRICE Funds SICAV-China Evolution Equity Fund 7.86% ตามลำดับ”
“T-ES-GGREEN”...คว้าโอกาสลงทุน "หุ้นพลังงานสะอาด" ทั่วโลก
มาต่อกันด้วยการลงทุนในธีมความยั่งยืน “ESG” ที่มาพร้อมโอกาสการลงทุนภายใต้การผลักดันของภาครัฐแต่ละประเทศในการออกเกณฑ์ที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลาดจนปัญหา Supply Chain Disruption เองได้กระตุ้นให้ความสำคัญในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการลงทุนอย่างยั่งยืน จึงเป็นโอกาสในการลงทุนแห่งอนาคตได้เป็นอย่างดี

สำหรับกองทุนที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่ “T-ES-GGREEN: กองทุนเปิดธนชาต อีสท์สปริง Global Green Energy” ที่เน้นลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและโครงสร้างพื้นฐานแบบยั่งยืนทั่วโลก โฟกัสกลุ่มอุตสาหกรรมทำให้กองทุนมีความเสี่ยงที่สูงขึ้นเป็น “ระดับ 7” โดยลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘KBI Global Energy Transition Class E USD’
“โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนส่วนใหญ่ในธุรกิจโซลูชั่นครบวงจรที่เกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานมวลชีวภาพ พลังงานน้ำ พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง และพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นต้น”
“KWI DRAGON”...ลุย "หุ้นจีน" ในตลาดฮ่องกง
ขยับกลับมาที่ “หุ้นจีน” กันอีกครั้ง เป็นหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงกันบ้าง โดยกองทุนที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ ได้แก่ “KWI DRAGON: กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ ดรากอน โกรท เอฟไอเอฟ” ที่เน้นลงทุน “หุ้นจีนในตลาดฮ่องกง” ที่ได้ประโยชน์ทางธุรกิจสำคัญจากฮ่องกงและจีน ผ่านกองทุนหลัก ‘Manulife Global Fund – Dragon Growth Fund (Class AA)’

หน้าตาพอร์ตกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ม.ค. 23) นั้น มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Consumer Discretionary 31.21%, 2) Financials 17.06%, 3) Communication Services 13.94%, 4) Industrials 9.58% และ 5) Information Technology 8.03%
“ส่วนหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย Tencent Holdings Ltd. 9.45%, Alibaba Group Holding Ltd. 6.73%, AIA Group Limited 5.11%, Meituan 4.59% และ China Merchants Bank Co., Ltd. 3.14% ตามลำดับ”
“UESG”...พร้อมเติบโตไปกับ "หุ้นยั่งยืน" คุณภาพดีทั่วโลก
ส่งท้ายกันด้วยกองทุนในธีม “ESG” อีกกองที่น่าสนใจ ได้แก่ “UESG: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์” ที่เน้นลงทุนในหุ้นยั่งยืนที่มีคุณภาพทั่วโลกเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก ‘Robeco Sustainable Global Stars Equities IL EUR’ บริหารกองทุนโดย “Robeco Institutional Asset Management B.V.” ซึ่งเป็นบริษัทที่เป็นผู้นำระดับโลกด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ “1 ใน 75” บริษัทผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ม.ค. 23) นั้น มีการกระจายการลงทุนไปในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก แต่หลักๆ จะอยู่ใน “สหรัฐ” และ “ยุโรป” ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่ให้ความสำคัญในเรื่องของ ESG อย่างเข้มข้นและเป็นต้นกำเนิดในเรื่องนี้เช่นกัน โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุดได้แก่ 1) Information Technology 25.8%, 2) Financials 14.1%, 3) Consumer Discretionary 12.8%, 4) Health Care 12.6% และ 5) Industrials 10.0%
“ส่วนหน้าหุ้น Top5 ในพอร์ต ก็น่าจะคุ้นชื่อนักลงทุนไทยและทั่วโลกเป็นอย่างดี ประกอบด้วย Alphabet Inc (Class A) 4.37%, Microsoft Corp 4.04%, Apple Inc 3.84%, Visa Inc 3.72% และ UnitedHealth Group Inc 3.49% ตามลำดับ”
ใครกำลังมองหาธีมเด่นลงทุนรับปีกระต่าย ต้องไม่พลาด 2 ธีมนี้ “หุ้นจีน” และ “ESG” ซึ่งอยู่ในเรดาห์การลงทุนของนักลงทุนทั่วโลก ทั้ง “4 กองทุนเด่น” มีนา-ปีเถาะ นี้ น่าจะสามารถจะตอบโจทย์นักลงทุนได้เป็นอย่างดี ไม่มากก็น้อย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
