Official Update :

“หุ้นจีน” เสน่ห์แรง – ชี้มูลค่าปัจจุบัน ‘ไม่แพง-กำไรโตดี’... สถิติฟ้องลงทุนตอนนี้ถือไป 2 ปี อัพไซด์เฉลี่ยกว่า 60% !!!

สาระ Fund วันละนิด: ย่างเข้า “ปีกระต่ายทอง” เข็มทิศการลงทุนทั่วโลกก็พุ่งเป้ามาที่ “หุ้นจีน” ด้วยเสียงที่เป็นเอกฉันท์ไม่มีแตกแถวแต่ประการใด ถือเป็นตลาดหุ้น Top Pick ในปีนี้เลยทีเดียว


นอกจากจะเป็นหนึ่งในตลาดที่ “ถูก” ตลาดหนึ่งของโลก มี Forward P/E 12M ประมาณ 12 เท่า ในขณะที่กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ยังโตดีประมาณ 15%


แม้ว่าทางการจีนเพิ่งปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนในปีนี้ลงเหลือ 5.0% จากเดิม 5.5% ก็ไม่ได้ทำให้ “หุ้นจีน” น่าสนใจลดลงแต่ประการใด ด้วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่งและพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


โดยตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 มี.ค. 23) หุ้นจีน A-Share บวกมา +3.76% ในขณะที่ดัชนี H-Share ติดลบเล็กน้อย -1.58%




ล่าสุดทาง “Goldman Sachs Group Inc.ก็ออกมาคาดว่าแรงขายในหุ้นจีนตั้งแต่ปลายเดือนม.ค. จะหมดไปแล้วกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังการเปิดประเทศ โดยมองว่าดัชนีMSCI China” มีศักยภาพที่จะจะปรับขึ้นไปได้อีก 24% ในปีนี้จากระดับปัจจุบันอีกด้วย


อะไรที่ทำให้ “หุ้นจีน” กลับมาเป็นดาวเด่น เป็น “มังกรทะยานฟ้า” ในปีนี้ ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย



“ศก.จีน” พ้นเคราะห์-“เปิดประเทศ” หนุนศก.ฟื้นตัวดีและเร็วกว่าคาด...ด้าน “
SCBASHARE(SSFE)” แชมป์ ‘กองหุ้นจีน’ โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี +8.17%

“จีน” กลายเป็น “ยักษ์ตื่น” หลังจากที่ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างหนักจากมาตรการZero Covid” พร้อมกับเซอร์ไพร์สในเชิงบวกจากการ “เปิดประเทศ” จะหนุนให้เศรษฐกิจจีนกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้งและเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดด้วยเช่นกัน


“ฝันร้าย” ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ปัจจัยที่เคยกดดันภาวะการลงทุนในจีนกลับมาเป็นปัจจัยบวกทั้งหมดในปีนี้อย่างไม่ได้นัดหมาย ได้แก่


- การกลับมาเปิดเมืองเร็วกว่าที่คาด และเดินหน้าผ่อนคลายการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง


- การผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มทางอินเตอร์เน็ท


- การกลับมาช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง ด้วยการเพิ่มสภาพคล่องและความเชื่อมั่นต่อตลาด เตรียมผ่อนคลายมาตรการควบคุม Three Red Lines, พิจารณากำหนดเพดานค่า Commission ของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และการคง Mortgage Rate ไว้ในระดับต่ำ


“นอกจากนี้นโยบายทางการเงินของจีนยังคงเป็นไปในทิศทางผ่อนคลาย ตรงข้ามกับฝั่งตะวันวันตกอย่างสหรัฐ ช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจจีนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากปัจจัยลบทั้งหมดในอดีตที่กลับกลายมาเป็นปัจจัยบวกในปีนี้ได้เริ่มเห็นผล ตัวเลข ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีนในเดือนก.พ. 23 อยู่ที่ 52.6 สูงสุดในรอบเกือบ 11 ปี ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการและการก่อสร้าง สูงถึง 56.3 ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนมีโน้มฟื้นตัวดีและเร็วกว่าที่คาดไว้มาก




นั่นส่งผลให้ “หุ้นจีน” ปรับตัวขึ้นมาท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลกจากทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) เป็นสำคัญ โดย “กองหุ้นจีน” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 2 มี.ค. 23) ได้ตั้งแต่ -2.37% ถึง +8.17%


“สำหรับกองหุ้นจีนที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) SCBASHARE(SSFE) ทำผลตอบแทนได้ +8.17, 2) MCHEVO +6.90%, 3) P-CGREEN +5.94%, 4) UOBSGC +5.88% และ GC +5.68%”




ชี้มูลค่า “หุ้นจีน” ปัจจุบันไม่แพง...สถิติฟ้องลงทุนตอนนี้ถือไป 2 ปี อัพไซด์เฉลี่ยกว่า 60
%

ด้าน “วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์” รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวางแผนกลยุทธ์ และรักษาการ Chief Investment Officer สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บลจ.กสิกรไทย มองว่า การลงทุนปีนี้เหมือนซื้ออนาคต คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะหยุดขึ้นดอกเบี้ยแต่จะยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยลง ในส่วนของ Recession คงไม่หนัก FED คงรอดูก่อนเช่นกัน ถ้าเกิด Recession ลึกกว่าคาดก็อาจจะลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเศรษฐกิจ ในส่วนของ “จีน” ถือเป็นยักษ์ตื่นและเศรษฐกิจสวนทางกับฝั่งสหรัฐและยุโรปชัดเจน เศรษฐกิจเติบโต, เงินเฟ้อต่ำ และดอกเบี้ยจีนลงมาตลอด “หุ้นจีน” เป็นตลาดที่เราชอบมากในปีนี้ ในช่วงที่ปิดประเทศจากมาตรการ Zero COVID นั้น ทำให้เงินออมของครัวเรือนจีนปรับตัวสูงขึ้นเพราะไม่มีช่องทางให้ไปจับจ่ายใช้สอยนั่นเอง แต่เมื่อจีนกลับมาเปิดประเทศคนก็พร้อมจะนำเงินมาจับจ่ายใช้สอยเป็นปัจจัยที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจีนที่สำคัญในปีนี้


(วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์)



“การที่จีนเปิดประเทศไม่เพียงจะส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกดีขึ้นเท่านั้น ในปีนี้เองจะเห็นการปรับประมาณการตัวเลข กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ในตลาดหุ้นจีนขึ้นเป็นครั้งแรก หลัง 2 ปีที่ผ่านมาถูกปรับลดลงต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี นอกจากนี้ มูลค่า หุ้นจีน ในปัจจุบันก็ไม่แพง หากดู Price-to-book ratio ของดัชนี MSCI China ในปัจจุบันประมาณ 1.39 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยต่ำสุดในอดีต จากมูลค่าปัจจุบันดังกล่าวสถิติบอกว่าถ้าลงทุนระดับนี้แล้วถือไป 24 เดือน ข้างหน้า หุ้นจีนยังมีอัพไซด์เฉลี่ยประมาณ 60% เลยทีเดียว จึงเป็นตลาดที่แนะนำให้นักลงทุนในปีนี้”


ที่ผ่านมา “หุ้นจีน” เป็นหนึ่งในตลาดที่นักลงทุนทั่วโลกรวมทั้งนักลงทุนไทยให้ความสนใจเข้าไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงที่ผ่านมาก็เรียกว่าราคาไม่ไปไหนไกล ผลตอบแทนไม่ได้เป็นอย่างที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดหวัง แต่ก็ไม่มีใคร “ละทิ้ง” ตลาดจีนไปได้ เข้าสู่ “ปีกระต่ายทอง” หุ้นจีนได้กลายร่างจากหมีเหงามาเป็น “กระทิงน้อย” ไปเรียบร้อยแล้ว และเป็นหนึ่งในตลาดที่ถูกคาดการณ์ว่าจะให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นตลาดหนึ่งของโลกในปีนี้เลยทีเดียว

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
Updated 21 hours ago
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
Updated 3 hours ago
News Highlight
D โชว์ผลงาน ครึ่งปีแรก 2569 กวาดรายได้ 554 ลบ. ธุรกิจทันตกรรมแข็งแกร่ง ลูกค้าต่างชาติเติบโตสูงเชื่อมั่นมาตฐานระดับสากล
Updated 2 hours ago
News Highlight
ธนจิรา กรุ๊ป ส่งสัญญาณฟื้นตัว ครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 983.8 ลบ. เติบโต 9.0% กำไรสุทธิ 35.3 ลบ. เพิ่มขึ้น 26.9%
Updated 2 hours ago
News Highlight
หลักทรัพย์บัวหลวง ยกระดับพอร์ตลงทุนหุ้นนอกด้วย “กลยุทธ์ DR Stock Focus” ชูจุดเด่น “จัดพอร์ตเชิงรุก” ผ่าน DR01 ตัวท็อป
Updated 2 hours ago
Follow Us