Official Update :

หวั่น “Bank Crisis” ดับฝัน “Pre-Election Rally”... คาด “FED” ชะลอขึ้นดอกเบี้ย-แต่ตลาดยัง “ผันผวนต่อเนื่อง” !!!

Fun of Funds: “วิกฤติแบงก์” (Bank Crisis) ฝั่ง “สหรัฐ” และ “ยุโรป” ดูจะกดดัน “ตลาดหุ้นไทย” ให้ดำดิ่งลึกหนักกว่าเจ้าของปัญหาเสียอีก


ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 17 มี.ค. 23) หุ้นไทยดิ่งไปแล้ว -7.86% ต่างชาติเทขายรวมกว่า -4.96 หมื่นล้านบาท !!!


“พ..ฎ.ยุบสภา” ก็ยื่นทูลเกล้า และลงประกาศใน “ราชกิจจานุเบกษา” เรียบร้อยแล้ววันนนี้ !!!


...จะดับฝันหุ้นไทย “Pre-Election Rally” ที่กำลังจะมาถึงหรือไม่?


แต่ด้วยมูลค่าปัจจุบันของหุ้นไทยที่ “ถูก” และสถิติที่ฟ้องว่าในช่วงก่อนเลือกตั้ง 3 เดือน และ 1 เดือน ตลาดหุ้นจะปรับขึ้นเฉลี่ย 6.8% และ 3.0% ตามลำดับ


ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุนในปีนี้เช่นเดียวกัน ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปอัพเดทมุมมองพร้อมๆ กันได้เลย




“หุ้นไทย” ต่ำกว่า
1,600 จุด น่าสนใจ...สถิติฟ้อง “ก่อนเลือกตั้ง” หุ้นวิ่ง

โดย “วรรณจันทร์ อึ้งถาวร” รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายการลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก บลจ.ยูโอบี มองว่า “หุ้นไทย” ปีนี้เป็นหนึ่งในตลาดที่บริษัทชอบ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมาขยายตัวได้ในปีนี้ 2.7-3.7% หลังภาคท่องเที่ยวกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกครั้ง รวมถึงการขยายตัวของการลงทุนของภาคเอกชนและรัฐบาล การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงก็จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศให้ดีขึ้นด้วย ในส่วนของดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าทาง “แบงก์ชาติ” จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% มาอยู่ที่ 1.75% ในการประชุมเดือนมี.ค. นี้ และมีเป้าหมายดอกเบี้ยไปจบสิ้นปีที่ระดับ 2.0% ซึ่งยังสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยก็ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตาดูที่อาจส่งผลให้การเติบโตลดลงได้เช่นกันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง รวมถึงความเสี่ยงของเงินเฟ้อภาคบริการที่อาจปรับตัวสูงขึ้น


(วรรณจันทร์ อึ้งถาวร)



“ในส่วนของสถิติก่อนการเลือกตั้ง
10 ครั้งตั้งแต่ปี1997 เป็นต้นมานั้น พบว่า ก่อนเลือกตั้ง 3 เดือน และ 1 เดือน หุ้นไทยจะปรับขึ้นเฉลี่ย 6.8% และ 3.0% ตามลำดับ เป็นข้อมูลเชิงสถิติเท่านั้น อย่างไรก็ตามการปรับตัวลงของ หุ้นไทย ในปัจจุบันจากข่าวปัญหาแบงก์ในสหรัฐและยุโรปนั้นมองเป็นโอกาสการลงทุน โดยเฉพาะที่ระดับดัชนีต่ำกว่า 1,600 จุดลงมาถือเป็นระดับที่น่าสนใจเข้าลงทุน เรามองเป้าหมายดัชนีปีนี้ไว้ที่ 1,700 จุด แต่นักลงทุนอาจจะต้องเลือก Sector เพื่อลงทุนด้วยเช่นกัน โดยกลุ่มที่น่าสนใจยังอิงกับการ Reopening, Medical Tourism, EV and Renewables และ Digital Ecosystem



คาด “
FED” ชะลอขึ้นดอกเบี้ย-ตลาดยังผันผวน…ชู “Life Settlement” ทางเลือกกระจายการลงทุน

ในขณะที่ “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ มองว่า จากเหตุการณ์สถาบันการเงินในต่างประเทศส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินไทยค่อนข้างน้อย เนื่องจากสภาพคล่องของธนาคารในไทยสูง ประกอบกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและการบริหารจัดการความเสี่ยงในการลงทุนที่ดี  จึงไม่น่ามีความกังวลต่อระบบสถาบันการเงินและตลาดทุนไทยแต่ประการใด


สถานการณ์การลงทุนในปัจจุบัน ตลาดเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) อาจลดการใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัว โดยมองว่าอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อยู่ที่ 0.25% ในการประชุมในวันที่ 21-22 มี.ค. นี้ และคาดว่า FED อาจจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปีเป็นต้นไป หลังจากก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า FED จะพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.50% หลังความไม่แน่นอนของภาคธนาคารเพิ่มสูงมากขึ้น ทั้งจากเหตุการณ์การสั่งปิดกิจการของ Silicon Valley Bank (SVB) และ Signature Bank รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของ Credit Suisse ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงในระบบในปัจจุบัน


(พจน์ หะริณสุต)



ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ในตลาด จากความกังวลในภาคธนาคารที่เกิดขึ้นสะท้อนได้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องใช้เวลาเพื่อพิจารณาถึงการดำเนินทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรอบคอบ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ รวมถึงรักษาเสถียรภาพในระบบการเงิน สถานการณ์ความไม่แน่นอนดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง ตลาดหุ้น และผลตอบแทนของ ตราสารหนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้บริษัทคาดว่า ผลกระทบจะจำกัดเฉพาะในกลุ่มธนาคารขนาดเล็กและธุรกิจที่มีสถานะทางการเงินที่อ่อนแอ นอกจากนี้ การลงทุนใน สินทรัพย์เสี่ยง อาจจะยังมี downside risk จากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ยังมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยมองว่าจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้นในปี2024” 


ในภาวะที่ตลาดผันผวน การกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Life Settlement” ลงทุนในกรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งมีความเกี่ยวข้องต่ำกับสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ และปัจจัยทางเศรษฐกิจ จึงช่วยในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้เป็นอย่างดี


“หุ้นไทย” ดูจะอ่อนไหวกับปัญหา “วิกฤติแบงก์” (Bank Crisis) ค่อนข้างมาก จนกดให้หุ้นไทยดำดิ่งลงมาค่อนข้างลึกจนมีมูลค่าที่ถูกและน่าสนใจในปัจจุบัน ส่วนมรสุมปัจจัยลบในต่างประเทศจะมาดับฝัน Pre-Election Rally” ที่กำลังจะมาถึงหรือไม่? คงต้องจับตาดูกันต่อไป แต่ใครที่พร้อมที่ระดับต่ำกว่า 1,600 จุด ก็สามารถทยอยลงทุนได้เช่นเดียวกัน

โต๊ะกองทุน Wealthythai