Official Update :

“K-SF-A” กลุ่มกองตราสารหนี้ ‘แชมป์ใหญ่สุด’ ในอุตสาหกรรม 1.43 แสนล้านบาท... ด้าน “TMB50” โตได้ไม่ง้อภาษี-แชมป์ ‘กองหุ้นไทยปกติ’ ด้วยขนาด 1.32 หมื่นล้านบาท !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่อง “กองทุนไทย” ไซส์ใหญ่ที่เข้าตำราว่า Too Big to Ignore” หรือใหญ่เกินกว่าจะนิ่งเฉยไม่สนใจนั่นเอง


เพราะถ้าไม่มีอะไรดีจริง กองทุนเหล่านี้คงจะใหญ่ขึ้นมาเกินเบอร์มาตรฐานกองทุนทั่วๆ ไปไม่ได้อย่างแน่นอน ส่วนจะดีที่นโยบายโดนใจ ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ทีมขายแข็งแกร่ง ฯลฯ นั้น ทิ้งไว้เป็นปริศนาให้นักลงทุนที่สนใจเข้าไปค้นหาคำตอบกันด้วยตัวเองก็แล้วกัน


รู้หรือไม่ว่า...“กองทุนไทย” ที่มีขนาดใหญ่สุดในอุตสาหกรรมนั้น มีขนาดกว่า 1.43 แสนล้านบาท อยู่ในกลุ่ม “กองตราสารหนี้”


มีขนาดใหญ่กว่า “กองหุ้นไทย” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ 4.59 หมื่นล้านบาท กว่า 3.12 เท่า !!!


Top 5 “กองทุนไทย” บิ๊กไซส์ในฝั่งของ “กองหุ้น” และ “กองตราสารหนี้” เป็นกองทุนอะไรกันบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย



K-SF-A” ใหญ่สุดในกลุ่ม “กองตราสารหนี้ไทย” และ “ใหญ่สุดในอุตสาหกรรม” ด้วยขนาด 1.43 แสนล้านบาท

จากการสำรวจ “กองทุนไทย” ในกลุ่ม “กองหุ้น” และ “กองตราสารหนี้” ที่มีขนาดใหญ่ “เกินหมื่นล้านบาท” ขึ้นไปนั้น พบว่า มี “กองตราสารหนี้ไทย” ติดเข้ามาในโผกองทุนหมื่นล้านถึง 35 กองด้วยกัน ในขณะที่ฝั่งของ “กองหุ้นไทย” นั้นมีเพียง 17 กอง เท่านั้น สะท้อนถึงความคุ้นเคยของนักลงทุนไทยที่ยังชื่นชอบสินทรัพย์ที่ไม่เสี่ยงมากนักและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากเป็นสำคัญ




โดยกองทุนที่มีขนาดใหญ่สุด 5 อันดับแรก เป็นกลุ่มที่เน้นสภาพคล่อง แต่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากอาจเอาไว้พักเงินเพื่อรอลงทุนหรือเอากระจายออกมาเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีขึ้นกว่าการทิ้งไว้ในเงินฝากออมทรัพย์ ประกอบไปด้วย 3 ประเภท ได้แก่


-Short Term General Bond มีติดมาถึง 3 กอง และกองที่มีขนาดใหญ่สุดก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ได้แก่ K-SF-A มีขนาด 1.43 แสนล้านบาท ,SCBSFFPLUS-A ใหญ่เป็น อันดับ2 ด้วยขนาด 1.15 แสนล้านบาท และ K-SFPLUS ขนาด 7.18 หมื่นล้านบาท


-Short Term Government Bond มี 1 กอง ได้แก่ B-TNTV มีขนาด 9.78 หมื่นล้านบาท


-Money Market Government มี 1 กอง ได้แก่ K-CASH มีขนาด 9.15 หมื่นล้านบาท



อานิสงส์ “
LTF” หนุน “กองหุ้นไทย” ใหญ่ทะลุหมื่นล้านบาท...“B-LTF” แชมป์ขนาดใหญ่สุด 4.59 หมื่นล้านบาท

หันมาดูกลุ่ม “กองหุ้นไทย” ไซส์ใหญ่ “เกินหมื่นล้านบาท” กันบ้าง จาก 17 กองทุนที่ติดโผเข้ามานั้น มีถึง 12 กอง คิดเป็นสัดส่วน 71% ที่เป็นกลุ่ม “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) เดิมมาในอดีตซึ่งถือว่ามีรากฐานการเติบโตที่มาจากประโยชน์ทางภาษีที่ยังต่อยอดมาถึงปัจจุบัน แม้ในวันนี้จะเป็นกองหุ้นปกติที่ไม่มีประโยชน์ทางภาษีให้แล้วก็ตาม แต่บุญเก่าก็ส่งอานิสงส์ให้ขนาดกองทุนเติบโตขึ้นมาได้จวบจนทุกวันนี้




โดย Top5 ที่มีขนาดใหญ่สุด ก็เป็นกองหุ้นที่มาจากกลุ่มนี้ทั้งหมด และเป็นกองทุนในกลุ่ม “กองหุ้นทั่วไป” (Equity General) ทั้งหมดและเป็น Active Fund นำมาโดย 1) B-LTF มีขนาดใหญ่สุด 4.59 หมื่นล้านบาท 2) BLTF75 ขนาด 2.53 หมื่นล้านบาท 3) KFLTFDIV ขนาด 2.44 หมื่นล้านบาท 4) SCBLT1 ขนาด 2.22 หมื่นล้านบาท และ 5) K70LTF-C(L) มีขนาด 1.74 หมื่นล้านบาท



“กอง
Passive Fund” โดนใจนักลงทุน...หนุน “TMB50” ขึ้นแท่น ‘กองหุ้นไทยปกติ’ ที่มีไซส์ใหญ่สุด 1.32 หมื่นล้านบาท

ปิดท้ายกันด้วย “กองหุ้นไทยปกติ” ที่ต้องถือเป็นกองหุ้นพิมพ์นิยมของนักลงทุนไทยก็คงไม่ผิดนัก เพราะโตมาได้ด้วยตัวเอง “ไม่ต้องมีประโยชน์ทางภาษี” มาเป็นแรงจูงใจให้ลงทุนแต่ประการใด ซึ่งมีติดโผเข้ามาในทำเนียบเพียง 5 กองเท่านั้น คิดเป็น 29% ของกองหุ้นหมื่นล้านทั้งหมด


โดยกองที่มีขนาดใหญ่สุด ได้แก่ TMB50” นั้น มีขนาด 1.32 หมื่นล้านบาท เป็นกองทุนแบบ Passive Fund ประเภท “กองทุนดัชนีSET50” ด้วยการลงทุนที่เข้าใจง่าย มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัดเป็นสำคัญ ในระยะยาวขอแค่ “ผลตอบแทนเท่าตลาด” (Beta) อีกทั้งยังมีค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการที่ถูกกว่ากอง Active Fund ด้วย ซึ่งถือเป็นแต้มต่อที่ดีสำหรับการลงทุนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี




อีก 4 กอง ประกอบไปด้วย 2 กลุ่ม ได้แก่


-กองหุ้นขนาดใหญ่ มี 2 กอง ได้แก่ AIA-ES50 มีขนาด 1.28 หมื่นล้านบาท และ KFSDIV มีขนาด 1.10 หมื่นล้านบาท


-กองหุ้นทั่วไป มี 2 กอง ได้แก่ SCBSET เป็นกองทุนสไตล์ Passive Fund มีขนาด 1.20 หมื่นล้านบาท และ AIA-TEQ มีขนาด 1.11 หมื่นล้านบาท


ผ่านกันไปแล้ว สำหรับที่สุด “กองทุนหมื่นล้านบาท” ของไทย ใครถือกองไหนกันติดพอร์ตเอาไว้บ้าง แต่ด้วยขนาดใหญ่โตเกินเบอร์ ก็สะท้อนให้เห้นถึงความ “ไม่ธรรมดา” ของกองทุนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ต้องมีอะไรดีพอที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้ามาได้มากมายขนาดนี้ จนขึ้นแท่น “กองทุนพิมพ์นิยม” ก็คงไม่ผิดแต่ประการใด


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’