Official Update :

ชู “ตราสารหนี้ระยะยาวสหรัฐ” น่าสนใจ-หลังดอกเบี้ยใกล้ขึ้นสุด… พร้อมมอง “หุ้นไทย” ปีนี้ยังโดดเด่น ให้เป้าสิ้นปี 1,730 จุด !!!

Fun of Funds: สำหรับ “บลจ.เอ็กซ์สปริง” เป็นหนึ่งในบลจ.ขนาดเล็กที่มีการปรับโมเดลธุรกิจออกมาให้ “แตกต่าง” จากบลจ.อื่นๆ เพื่อก้าวย่างสู่การเติบโตในอนาคต


โดยวางโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็น “ธุรกิจบลจ.” ที่ผลิตกองทุนตอบโจทย์นักลงทุน กับอีกส่วนเป็น Open Architecture” ที่เป็น Service Base ที่วางไว้เพื่อขายโพรดักท์การลงทุนทุกอย่าง


ซึ่งต่างจากธุรกิจบลจ.ทั่วไป ที่จะทำเฉพาะในส่วนของการผลิตกองทุนออกมาเท่านั้น !!!


สิ้นปี22 ที่ผ่านมา “บลจ.เอ็กซ์สปริง” มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ประมาณ 9.3 พันล้านบาท เดือบทั้งหมดอยู่ในธุรกิจ “กองทุนส่วนบุคคล” ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงและยังคงเป็นเป้าหมายหลักในการทำธุรกิจของบริษัทด้วยเช่นกัน


ในปีนี้บริษัทตั้งเป้า AUM เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% แตะ 1.2-1.5 หมื่นล้านบาท และมีสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำลงทุน (AUA) เพิ่มขึ้นอีก 3-4 พันล้านบาท


ทิศทางธุรกิจของ “บลจ.เอ็กซ์สปริง” วางไว้ยังไง มองการลงทุนในช่วงปีนี้ยังไงนั้น ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปติดตามพร้อมๆ กันได้เลย




“เปิดโมเดลธุรกิจที่ “แตกต่าง”...รุกทั้งธุรกิจ “บลจ.” และ “
Open Architecture”...ตั้งเป้า AUM ปีนี้โตมากกว่า 10% แตะ 1.2-1.5 หมื่นล้านบาท

โดย “ยศกร ฟอลเล็ต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอ็กซ์สปริง ยอมรับว่า การเป็นบลจ.ขนาดเล็กและไม่มีเครือข่ายสาขาแบงก์เหมือนบลจ.ลูกแบงก์ขนาดใหญ่ก็เป็นข้อจำกัดหนึ่งในการทำธุรกิจเช่นกัน บริษัทจึงวางโมเดลธุรกิจใหม่ทั้งส่วนของ “บลจ.” และ “Open Architectureในการขับเคลื่อนธุรกิจที่ต่างจากบลจ.อื่นๆ โดยในส่วนของธุรกิจบลจ.ที่ผลิตกองทุนตอบโจทย์นักลงทุนนั้น ถ้าเป็น “กองทุนรวม” ก็คงต้องมองหาโพรดักท์ที่แตกต่างและขายได้ด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน โอกาสจึงมาอยู่ที่ “กองทุนส่วนบุคคล” ซึ่งจับกลุ่มนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง ซึ่งบริษัทเองมีความเชี่ยวชาญสามารถที่จะจัดตั้งกองทุนออกมาตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในโพรดักท์ที่แตกต่างของเรา คือ Private Market” ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์, หุ้น, หรือตราสารหนี้ เป็นต้น ก็สามารถนำเสนอโอกาสการลงทุนให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี


ในส่วนของธุรกิจ “Open Architectureนั้น วางเอาไว้เพื่อที่จะขาย Investment Product ทั้งหมด แต่เบื้องต้นเราเริ่มจากการขายกองทุนรวมให้กับบลจ.ต่างๆ ก่อน ซึ่งเริ่มทำมาตั้งแต่ช่วงส.ค. 22 ที่ผ่านมา ปัจจุบันขายให้บลจ. 16-17 แห่ง และจะมีเพิ่มเข้ามาอีกในปีนี้ จบสิ้นปีที่ผ่านมาก็มี AUA ประมาณ 300 ล้านบาท แต่ในอนาคตก็จะเป้นช่องทางการขายและช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงโพรดักท์การลงทุนต่างๆ ที่มีในตลาดได้อย่างครบถ้วนม่เฉพาะแค่กองทุนเท่านั้น


(ยศกร ฟอลเล็ต)



“การเติบโตทางธุรกิจของบริษัททั้ง 2 ส่วนจะมาจากการสร้างทีมงาน ‘Wealth Advisor’ จากปัจจุบันมีประมาณ 17 คน เป็น 40 คน และ ตัวแทนขายอิสระ (IP-อิสระ) จาก 10 คน เป็น 50 คน ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำธุรกิจในเชิงรุกเข้าไปให้คำแนะนำด้านการลงทุน ตลอดจนนำเสนอโพรดักท์ให้กับลูกค้าอย่างใกล้ชิด ในปีนี้บริษัทตั้งเป้า AUM เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% แตะ 1.2-1.5 หมื่นล้านบาท และมีสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำลงทุน (AUA) เพิ่มขึ้นอีก 3-4 พันล้านบาท


แม้กลุ่มลูกค้าที่เราโฟกัสจะยังเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูงก็ตาม แต่เราไม่ทิ้งลูกค้ากลุ่มอื่นๆ แต่ประการใด รวมถึงกลุ่มนักลงทุนทั่วไปด้วยเช่นกัน บริษัทจึงทุ่มเงินพัฒนาด้านเทคโนโลยีทั้งในส่วนของ เวบไซด์และ ‘Mobile App’ เพื่อให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการของบริษัทได้สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงไตรมาสที่2/23 ในส่วนของเวบไซด์น่าจะเรียบร้อยก่อน การเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมกับทางบริษัทจะสามารถทำผ่านช่องทางนี้ได้เลย และในช่วงไตรมาสที่3/23 ส่วนของ Mobil App ก็น่าจะเรียบร้อยเช่นเดียวกัน สามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่แค่มีมือถือเท่านั้น


“การพัฒนาเวบไซด์และ Mobile App จะช่วยการเติบโตในระยะยาว ช่วยให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงบริการของบริษัทได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่ลงทุนทำตั้งแต่วันนี้ก็อาจจะช้าไป ในแง่ของขนาดของธุรกิจจากช่องทางออนไลน์คงไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวังในช่วงแรกนี้ แต่จะเป็นการช่วยขยายฐานลูกค้าให้นักลงทุนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้เป็นสำคัญ”



คาด
FED ชะลอขึ้นดอกเบี้ย-ชู “ตราสารหนี้” น่าสนใจ…พร้อมมอง “หุ้นไทย” ปีนี้ยังเด่น ให้เป้าสิ้นปี 1,730 จุด

ส่วนปัญหา Bank Run ในสหรัฐนั้น “ธนวัต ภู่เจริญ” กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารสายงานการขายและการตลาด บลจ.เอ็กซ์สปริง มองว่า จะไม่ลุกกลามขยายวงจนเป็นวิกฤติการเงินโลกแต่ประการใด เพราะเป็นปัญหาเฉพาะแบงก์ ซึ่งหน่วยงานที่เข้ามากำกับดูแลก็สามารถจัดการกับปัญหาได้เร็ว เช่นเดียวกับปัญหาของ Credit Suisse ของสวิสเซอร์แลนด์เช่นเดียวกัน ในภาพรวมจากปัญหาที่เกิดขึ้นคาดว่าจะทำให้ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (FED) จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ในส่วนของ Recession มองว่าจะไม่ลึก นั่นทำให้การลงทุนใน “ตราสารหนี้ระยะยาว” ในสหรัฐในปัจจุบันมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเน้นไปในกลุ่มที่เป็น Investment Grade ไม่เอา High Yield (HY) เพราะหากเกิด Recession ขึ้นจะกระทบกับ HY มากกว่า


(ธนวัต ภู่เจริญ)



“สำหรับพอร์ตการลงทุนที่เราแนะนำให้กับลูกค้าขึ้นกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของลูกค้าเป็นสำคัญ ถ้าพอร์ตกลางๆ ก็บริหารให้ผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ยประมาณ 6-8% โดยมีการสผสมการลงทุนทั่วในตลาดโลก, Private Asset, Thematic เป็นต้น ในส่วนของ หุ้นไทย นั้นเรามองเป้าหมายดัชนีสิ้นปีไว้ที่ 1,730 จุด และถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจลงทุนในปีนี้เช่นเดียวกัน”



“สร้างตัวแทนขายอิสระ...หนุนธุรกิจเติบโตก้าวกระโดด”

ด้าน “ฐปนันท์ รัตนเนตร” ผู้อำนวยการอาวุโส และผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน บลจ.เอ็กซ์สปริง มองว่า การทำธุรกิจเชิงรุกเป็นจุดสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตขึ้นได้ ทั้งในส่วนของ Wealth Advisor” หรือ “ตัวแทนขายอิสระ” (IP-อิสระ) ก็ตาม โดยเรามีการให้ผลตอบแทนที่จูงใจและเป็นธรรม และยังมีโพรดักท์ที่แตกต่างสำหรับนำไปเสนอกับลูกค้าซึ่งบลจ.อื่นไม่มี เช่น Private Market ไม่เพียงเท่านี้เรายังพัฒนาระบบเพื่อสนับสนุนการทำงานของทีมงานเหล่านี้ด้วย ในอนาคตทั้งเวบไซด์และ Mobile App ก็จะมีประโยชน์กับทีมงานเช่นกัน


(ฐปนันท์ รัตนเนตร)



“ในส่วนของโพรดักท์กองทุนรวมนั้น ก็ไม่ได้ทิ้งแต่ก็ต้องดูที่แตกต่างและขายได้ด้วย ต้องตอบโจทย์ลูกค้าได้ ซึ่งโพรดักท์ทางกองทุนส่วนบุคคลเราน่าจะทำออกมาได้ง่ายกว่าในตอนนี้และตอบโจทย์ลูกค้าเราซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงในปัจจุบัน”


เป็นไงกันบ้างกับโมเดลธุรกิจของ “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ที่ขอฉีกออกจากแนวทางการทำธุรกิจบลจ.แบบเดิมๆ เพราะเชื่อว่านั่นจะไม่สามารถตอบโจทย์สู่เป้าหมายการกลับมาเติบโตได้ในระยะยาวแต่ประการใด แต่ด้วย “โมเดลที่แตกต่าง” นี้ จะนำพาบริษัทให้เลื่อนชั้นไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน ก็น่าจะเป็นบลจ.อีกแห่งที่บลจ.ร่วมธุรกิจจะต้องจับตาดูอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

โต๊ะกองทุน Wealthythai