Official Update :

ชู “หุ้นเอเชีย” ปีนี้น่าสนใจสุด-ห่างไกลปัญหา ศก.ยังโตดี... แนะ “หุ้นไทย” ร่วงให้ทยอยลงทุน คงเป้าดัชนีสิ้นปี 1,760 จุด !!!

Fun of Funds: รู้หรือไม่?...“บลจ.ไทยพาณิชย์” เป็นบลจ.ที่มีขนาดสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม 1.61 ล้านล้านบาท และยืนระยะมาได้อย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน


เพื่อก้าวข้าม “กับดักการเติบโต” ให้ได้นั้น การขยายฐานนักลงทุนจากกว่า 7 แสนราย ขึ้นเป็น 1 ล้านราย ภายใน 2 ปี นับจากนี้ จะเป็นกุญแจที่สำคัญ ที่เชื่อว่าจะปลดล็อกให้ “บลจ.ไทยพาณิชย์” มีการเติบโตที่ก้าวกระโดดได้อีกครั้ง


ส่วนแผนในระยะยาวช่วง “ทศวรรษ” ข้างหน้า ก็หวังที่จะยังยืนหยัดเป็น “อันดับ1” ในธุรกิจกองทุนต่อไป


โดยเตรียมพร้อมที่จะมุ่งสู่ “องค์กรดิจิทัลยุคใหม่” พร้อมเดินหน้า “เป็นหนึ่ง” ด้านบริหารจัดการกองทุนระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน !!!


ทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจและมุมมองการลงทุนของ “บลจ.ไทยพาณิชย์” ยักษ์ใหญ่อันดับ1 ของธุรกิจกองทุนไทยจะเป้นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย



ลั่นขอ
“เป็นหนึ่ง” ด้านบริหารจัดการกองทุนระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน...มั่นใจปีนี้ยังรั้ง “เบอร์หนึ่ง” ต่อเนื่อง

การเป็น “อันดับ1” ว่ายากแล้ว...การรักษาตำแหน่งอันดับ1 ไว้กลับยากยิ่งกว่า แต่ “บลจ.ไทยพาณิชย์” ก็ทำได้มาอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นที่จะยืนหยัดต่อไปในช่วงทศวรรษข้างหน้าด้วยเช่นกัน หนึ่งในปัญหาของบลจ.ระดับ 1 ล้านล้านบาท” ก็คือ “กับดักของการเติบโต” ที่อุ้ยอ้ายและเชื่องช้าจนเสมือนไม่ได้ไปไหนไกลนั่นเอง


โดย “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ ยอมรับว่า แม้บริษัทจะเป็นบลจ.ขนาดใหญ่ “อันดับ1” แต่ในแง่ของการเติบโตอาจไม่สูงมากนัก สิ้นปี22 เรามีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ประมาณ 1.61 ล้านล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะโตได้ประมาณ 3-5% แต่ด้วยกลยุทธ์ที่วางไว้ก็ยังมั่นใจว่าในปีนี้จะยังรักษา “อันดับ1” เอาไว้ได้อย่างแน่นอน ส่วนการเติบโตของ AUM จะกลับมาสูงได้อีกครั้งนั้นขึ้นกับการขยายฐานลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านราย จากปัจจุบันกว่า 7 แสนราย ให้ได้ใน 2 ปีข้างหน้า ถึงตอนนั้นเชื่อว่า AUM ของบริษัทจะกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นได้อีกครั้งเช่นกัน


(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)



“เทคโนโลยีที่เราพัฒนาขึ้นมาทำให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมได้ง่ายขึ้นทั้งผ่านเวบไซด์ โดยเฉพาะ Mobile App อย่าง ‘SCBAM Fund Click’ ช่วยให้นักลงทุนทั่วไปที่มีเงินเก็บออมเข้ามาลงทุนได้สะดวกมากขึ้นเป็นการขยายฐานลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพราะถึงเวลาที่ทุกคนต้องคิดวางแผนเพื่อเกษียณให้กับตัวเองแล้ว เพราะยังมีคนไทยอีกมากที่ไม่ได้อยู่ในระบบการออมเพื่อเกษียณที่มีอยู่ในปัจจุบัน นี่จะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้ฐานลูกค้าขยายตัวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน”



พร้อมรุกธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนใน “ทศวรรษ” หน้า

แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ “การเติบโตแบบยั่งยืน” เมื่อมองไปในอีก 10 ปีข้างหน้า คนอาจจะเปลี่ยนไปแต่องค์กรจะต้องยั่งเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง


ในช่วงปีที่ผ่านมาเราได้รับรางวัลการันตีจากหลายหน่วยงานชั้นนำทั้งในและต่างประเทศมากมาย หนึ่งในนั้นคือ รางวัลการเป็น บลจ. อันดับหนึ่งด้าน “ความยั่งยืน” รายแรกของประเทศไทย จากเวที SET Awards ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อการพัฒนาองค์กรให้ก้าวสู่ความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับทุกองค์กรทั่วโลกด้วยเช่นกัน


“บริษัทจึงมีเป้าหมายผลักดันความยั่งยืนให้เข้าไปเป็นส่วนหลักในทุกกิจกรรม เพื่อสร้างการเติบโตและให้เป็นที่เชื่อมั่นของกลุ่มพันธมิตรในระดับภูมิภาค ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือหลักในการผลักดัน เช่น ต่อยอดการใช้ AI & Machine Learning มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และจัดการบริหารกองทุน และการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างประสบการณ์ที่ดีด้านการลงทุนและการบริการให้กับลูกค้า ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดทางธุรกิจ รองรับการเติบโต และเชื่อมต่อกับพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นในอนาคต (Scalable Business)”




โดยในปี 2033 (พ.ศ. 2576) บริษัทจะก้าวสู่การเป็นที่หนึ่งด้วยวิสัยทัศน์ To be the Regional Technology and Trusted Partner AMCใน 4 เรื่องคือ 1) การสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้นักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง 2) มีช่องทางและผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันอย่างเหมาะสม และเต็มรูปแบบมากขึ้น 3) เป็นผู้นำการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาสร้างนวัตกรรมการบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น และ 4) เสริมสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่สร้างโอกาสในการเรียนรู้ของพนักงาน เกื้อหนุนการเติบโตและประสบการณ์ของพนักงานอย่างต่อเนื่อง


“แม้ว่าปัจจุบันโลกจะเดินหน้าด้วยเทคโนโลยี แต่บริษัทยังคงเชื่อมั่นว่าพนักงานมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กร โดยบริษัทจะเน้นการสร้างวัฒนธรรมในที่ทำงานผ่านรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น มีแนวปฏิบัติในการทำงานด้วยค่านิยมที่พนักงานงานสามารถเข้าถึงได้ และการสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันเป็นทีม ให้เกิดความไว้วางใจและสร้างความสุขให้กับพนักงานในระยะยาว”



ปีที่ดีของ “เอเชีย” โดยเฉพาะที่เศรษฐกิจอิงกับ “จีน”
…พร้อมมอง “หุ้นไทย” ปีนี้ที่ 1,760 จุด

ส่วนปัญหา “วิกฤติแบงก์” ในสหรัฐและสวิสเซอร์แลนด์นั้น “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ มองว่า ผลกระทบค่อนข้างจำกัดเพราะไม่ได้มีการลงทุนโดยตรงในตราสารที่มีปัญหาแต่ประการใด ที่มีอยู่ก็ในส่วนของกองทุนหลักบางกองที่มีนโยบายลงทุนที่เกี่ยวข้องบ้างแต่ก็มีสัดส่วนที่น้อยมากไม่ได้มีนัยสำคัญแต่ประการใด ในปีนี้เราชอบ “เอเชีย” มากกว่าทางฝั่งสหรัฐและยุโรปที่ดอกเบี้ยยังมีทิศทางเป็นขาขึ้นอยู่และเป็นศูนย์กลางของปัญหา เศรษฐกิจเอเชียยังโตได้ดีโดยเฉพาะเมื่อ “จีน” เปิดประเทศอีกครั้งจะส่งผลบวกให้ประเทศที่เศรษฐกิจอิงกับจีนได้รับประโยชน์ไปด้วยเช่นกัน


(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)



“ปีนี้แนะนำลดการถือครองเงินสด เป็นปีที่ดีสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ สามารถหาผลตอบแทน (Yield) ที่สูงๆ ได้ ในขณะที่เป็นตราสารที่มีคุณภาพระดับ Investment Grade รวมถึงหุ้นในเอเชียและไทยเองก็น่าสนใจ เพราะไทยเองก็ได้ประโยชน์จากการที่จีนเปิดประเทศเช่นกัน ช่วงที่ผ่านมา SET Index ปรับลดลงมาค่อนข้างมากจากหลายปัจจัยลบเข้ามากดดัน อย่างไรก็ตามบริษัทมองเป็นความผันผวนที่เกิดขึ้นเพียงระยะสั้น และยังคงเป้าหมาย SET ปลายปีที่ระดับ 1,760 จุด มองเป็นโอกาสและจังหวะการลงทุนระยะสั้นในการทำกำไรกับหุ้นไทยรายตัวที่มีศักยภาพ พื้นฐานแกร่ง และมีผลการดำเนินงานดี”


ในด้านบริหารการลงทุนเองนั้น บริษัทได้ผลักดันและพัฒนารูปแบบการลงทุนผ่านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นที่จะบริหารกองทุนด้วยวิธี Quantamental Investing ซึ่งคือ Quantitative Analysis (การคำนวนเชิงปริมาณรวมกับ Fundamental Analysis (การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานโดยการใช้ Big Data และ Machine Learning มาผสมผสานกับ Human Expertise เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ซึ่งการบริหารด้วยวิธี Quantamental Investing จะช่วยให้บริษัทสามารถขยาย Investment Universe การลงทุนได้ในวงกว้าง สามารถสร้างหรือปรับพอร์ตลงทุนได้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ทั้งด้านความเสี่ยงและผลตอบแทน 



“บลจ.ไทยพาณิชย์” ต้องยืน “อันดับ1” ในอีก 10 ปีข้างหน้าให้ได้

ด้าน อาชวิณ อัศวโภคิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการตลาดและช่องทางการขาย บลจ.ไทยพาณิชย์ มองว่า ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า “บลจ.ไทยพาณิชย์” ก็ยังคงต้องอยู่และอยู่ใน “อันดับ1” ให้ได้ด้วย โลกลงทุนมีนวัตกรรมการเงินเกิดขึ้นตลอดเวลา การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ก้าวทันกับความต้องการของลูกค้าจึงเป็นสิ่งจำเป็น บริษัทจึงตั้งเป้าหมายการขยายตลาด โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ด้วยการ 1) จัดตั้งกองทุน Private Asset ที่มีการลงทุนเฉพาะในกลุ่ม Asset Class ต่างๆ เช่น Private Equity, Private Credit และ Private Real Estate/Infrastructure 2) เพิ่มและหาโอกาสการลงทุนในกองทุนประเภทอื่น เช่น Hedge Fund เป็นต้น สำหรับกลุ่มลูกค้ารายย่อย


(อาชวิณ อัศวโภคิน)



3) วางแผนเพิ่มชนิดหน่วยลงทุนประเภท e-class และ SSF e-class
  ที่ได้รับการเรียกร้องให้เปิดหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนที่ไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อ (Front-ended fee) และค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management fee) โดยล่าสุดบริษัทมีหน่วยลงทุนประเภท e-class และ SSF e-class จำนวน 80 กองทุน คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สิน (AUM) มากกว่า 2,200 ล้านบาท และ 4) ขยายกองทุน Index Fund ให้ครอบคลุมภูมิภาคอื่น หรือ Asset Class อื่นเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของนักลงทุนไทยที่ต้องการไปลงทุนในต่างประเทศที่มีมากขึ้นได้


“การขยายฐานลูกค้าของบริษัททำใน 2 ส่วน ทั้งผ่านช่องทางพันธมิตรที่มากขึ้น ในช่วงปี2018-2022 มีการเติบโต 51% รวมถึงตัวแทนขายอิสระ ที่โตขึ้นถึง 600% หรือ 6 เท่า ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของผลการดำเนินงานที่ดีในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทจะนำเทคโนโลยีมาพัฒนาแอพลิเคชัน SCBAM Fund Click ในการให้คำแนะนำด้านการลงทุนและบริการที่ครบวงจร เพื่อช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านการเติบโตของจำนวนลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น จากการเข้าลงทุนตรงกับบริษัท”




นำระบบ
 AI ตรวจจับ “ภัยคุกคาม” และ “การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล” ทาง “ไซเบอร์”

ปิดท้ายกันด้วย “ปิ่นสุดา ภู่วิภาดาวรรธน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายวางแผน เทคโนโลยีและปฏิบัติการ บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่มองว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนในมิติของเทคโนโลยีเองนั้น เราได้ปรับเอา “เทคโนโลยี” เข้ามาใช้ในทุกรูปแบบของการทำงานเพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัท ซึ่งการนำเทคโนโลยีเข้ามาผลักดันองค์กรเพื่อก้าวสู่ความยั่งยืนเป็นสิ่งจำเป็นและมีความท้าทาย ในโลกยุคดิจิทัลที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยให้เลือกใช้มากมาย การใช้งาน Internet และข้อมูลจำนวนมาก ประกอบกับรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid model รวมถึงความซับซ้อนของภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้การรักษาความปลอดภัยด้านไซเบอร์ (Cyber Security) แบบเดิมๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป


(ปิ่นสุดา ภู่วิภาดาวรรธน์)



“ความสามารถในการเตรียมตัวและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Resilience) จึงเป็นแผนกลยุทธ์ที่มีความสำคัญต่อการเดินหน้าสู่องค์กรยุคใหม่ของโลกดิจิทัล บริษัทได้นำระบบ AI มาใช้เพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามและการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมทั้งควบคุมความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีด้วยมาตรฐานสากล GRC Framework (GRC; Governance, Risk and Compliance) ควบคู่กับการฝึกซ้อมแผนรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง”


นอกจากนี้ เทคโนโลยียังเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยยกระดับการบริการเพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อให้กับลูกค้าในรูปแบบออนไลน์ เทคโนโลยีจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้องค์กรเติบโตไปสู่ระดับภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน


โจทย์ของ “บลจ.ไทยพาณิชย์” เป็นการมองไปในอีก 10 ปี ข้างหน้า ด้าวสู่ “ทศวรรษ” หน้าเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่ “องค์กรดิจิทัลยุคใหม่” เดินหน้า “เป็นหนึ่ง” ด้านบริหารจัดการกองทุนระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืนนั่นเอง ซึ่งเชื่อว่า “บลจ.คู่แข่ง” ที่คิดจะช่วงชิงบัลลังก์แชมป์ก็คงต้องเร่งฝีเท้าตามให้ทันเช่นเดียวกัน ไม่งั้นอาจถูกทิ้งห่างให้ยืดยาวออกไปได้เช่นกัน

โต๊ะกองทุน Wealthythai

Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
Updated 1 hour ago
News Highlight
D โชว์ผลงาน ครึ่งปีแรก 2569 กวาดรายได้ 554 ลบ. ธุรกิจทันตกรรมแข็งแกร่ง ลูกค้าต่างชาติเติบโตสูงเชื่อมั่นมาตฐานระดับสากล
Updated 1 hour ago
News Highlight
หลักทรัพย์บัวหลวง ยกระดับพอร์ตลงทุนหุ้นนอกด้วย “กลยุทธ์ DR Stock Focus” ชูจุดเด่น “จัดพอร์ตเชิงรุก” ผ่าน DR01 ตัวท็อป
Updated 1 hour ago
News Highlight
ธนจิรา กรุ๊ป ส่งสัญญาณฟื้นตัว ครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 983.8 ลบ. เติบโต 9.0% กำไรสุทธิ 35.3 ลบ. เพิ่มขึ้น 26.9%
Updated 1 hour ago
Follow Us