Official Update :

ฝ่าตลาดโลกผันผวน-รับดอกเบี้ยกลับทิศด้วย... 4 “กองทุนเด่น” เมษา-ปีเถาะ ลุย 3 ธีมสุดปัง " Premium Brand-หุ้นไทย-หุ้นเทคฯ" !!!

ลายแทงกองทุน: เดือนเม.ย. นี้ อุณหภูมิการลงทุนยังคงดีกรีความร้อนรับซัมเมอร์กันอย่างต่อเนื่อง ทั้งวิกฤติแบงก์ในสหรัฐและยุโรปที่ดูเหมือนจะเอาอยู่ แต่นักลงทุนก็ยังไม่ไว้วางใจสักเท่าไรนัก


ตลอดจนความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่พร้อมจะปะทุดีกรีเดือดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ ก็ยังทำให้ตลาดการลงทุนทั่วโลกยังคงผันผวนต่อเนื่อง นี่ยังไม่นับปัจจัยดอกเบี้ยของสหรัฐ ที่โลกจับตาท่าทีกันแล้วแปลความหมายกันพลิกไปพลิกมาไม่หยุดหย่อน


แต่ก็มีหลายตลาดที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นก็คือ “หุ้นไทย” เองที่ลงมาต่ำกว่า 1,600 จุด จนทุกฝ่ายคอลเข้าเพราะเป็นระดับที่น่าสนใจกับเป้าหมายสิ้นปีที่ให้กันไว้ 1,740 -1,800 จุด แม้ตั้งแต่ต้นปีดัชนี SET Index จะยังติดลบอยู่ -4.47% ก็ตาม


มองไปในต่างประเทศ “หุ้น Premium Brand” และ “หุ้นเทคโนโลยี” ยังคงสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นในปีนี้ ก็เป็นอีก 2 ธีมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน


วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ จึงได้คัดสรร 4 กองทุนเด่น” เมษา-ปีขาล จากหุ้น 3 ธีมเด่น ที่จะพานักลงทุนฝ่าหน้าร้อนนี้มาฝากกัน



KT-LUXURY-A”...ฝ่าความผันผวนด้วย "หุ้น Premium Brand" ดาวเด่นทั่วโลก

ในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือตลาดผันผวน ก็มีบางกลุ่มธุรกิจที่ดูจะไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรนัก ยังคงมีการเติบโตของรายได้สูง อัตรากำไรจากการดำเนินงานสูง กระแสเงินสดและงบดุลที่แข็งแกร่ง นั่นก็คือ ธุรกิจ Luxury” หรือ Premium Brand” นั่นเอง




“กลุ่มธุรกิจ Luxury Goods & Services เป็น Megatrend ที่น่าสนใจ เป็นกลุ่มสินค้าที่คนต้องการ (Wants) มากกว่าความจำเป็น (Needs) มีดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นตามกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนไลฟ์สไตล์ในการเข้าสังลงคมและต้องกาความแตกต่าง ต้องการความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคน Gen Y และ Gen Z (กลุ่มอายุต่ำกว่า 38 ปี) จึงเป็นอีกโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุน”


โดยกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ ได้แก่ KT-LUXURY-A: กองทุนเปิดเคแทม Luxury ชนิดสะสมมูลค่าที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนหุ้นสินค้าและบริการระดับบน (Premium Brand Sector) ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งใน Megatrend ในโลกการลงทุนเช่นเดียวกัน โดยลงทุนผ่านกองทุนหลัก PICTET – PREMIUM BRANDSที่โฟกัสลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์กลุ่มนี้ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันสามารถทำผลตอบแทนได้ +11.54%



X-EQRMF”...สะสมความมั่งคั่งกับ "หุ้นไทย" ตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณ

มาต่อกันที่ “หุ้นไทย” ซึ่งปัจจุบันต้องบอกว่า...“ไม่แพง” หลังราคาปรับลงจนทำให้มูลค่าปัจจุบันต่ำกว่ากว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวแล้ว โดยเศรษฐกิจในประเทศเองก็มีแนวโน้มพื้นตัวดีตากการเปิดประเทศ และยังได้รับอานิสงส์จากภาคการท่องเที่ยวหลังจีนเปิดประเทศอีกด้วย ที่สำคัญยังมี “การเลือกตั้ง” ที่จะหนุนให้มีการใช้จ่ายในประเทศคึกคักขึ้น ซึ่งตลาดส่วนใหญ่มองเป้าหมายสิ้นปีไว้ที่ 1,740 – 1,800 จุด กันเลยทีเดียว (แล้วแต่ค่ายไหน) ดังนั้น ช่วงที่ตลาดยังลงเพราะปัจจัยกดดันจากภายนอก จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนเช่นเดียวกัน




โดยเฉพาะเป้าหมายการลงทุนระยะยาวเพื่อเกษียณ ก็เป็นจังหวะที่ดีเลยทีเดียว กองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ ได้แก่ “X-EQRMF: กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ” ในกลุ่มกองหุ้นทั่วไป เน้นลงทุนหุ้นไทยพื้นฐานดี แนวโน้มเติบโตระยะยาว


หน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 28 ก.พ. 23) กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ทรัพยากร/พลังงานและสาธารณูปโภค 20.04%, 2) ธนาคาร 14.89% 3) พาณิชย์ 12.85%, 4) พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 9.28% และ 5) ขนส่งและโลจิสติกส์ 8.96%


“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 ตัวแรกในพอร์ตประกอบด้วย AOT 5.81%, BBL 4.71%, DELTA 4.04%, GULF 3.96% และ HMPRO 3.82% ตามลำดับ”

 

KFDYNAMIC”...คัดเน้นๆ "หุ้นไทย-สไตล์ Growth Stock"

ถัดมายังคงเป็นกองหุ้นไทยในกลุ่มกองหุ้นทั่วไปเช่นกัน ได้แก่ KFDYNAMIC: กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นไดนามิค” ที่เน้นลงทุนหุ้นไทยพื้นฐานดี แนวโน้มเติบโตสูงในกลุ่ม Growth Stockจึงตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนในหุ้นเติบโตในตลาดหุ้นไทยเพื่อสะสมความมั่งคั่งในระยะกลาง-ยาวให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดี




สำหรับหน้าตาพอร์ตล่าสุด (ณ วันที่ 28 ก.พ. 23) นั้น กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) ธนาคาร 16.42%, 2) พาณิชย์ 14.71%, 3) ขนส่งและโลจิสติกส์ 12.14%, 4) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 7.51% และ 5) พลังงานและสาธารณูปโภค 6.82%


“โดยหุ้น 5 ตัวแรกที่กองทุนลงทุนมากสุด ประกอบด้วย CPALL 7.26%, SCB 6.35%, CK 4.38%, GLOBAL 4.19% และ TCAP 4.11% ตามลำดับ”



TLUSNDQ-H-A”...คว้าโอกาสลงทุน "หุ้นเทคฯ" ในดัชนี "NASDAQ100"

ปิดท้ายกันด้วยกลุ่ม “หุ้นเทคโนโลยี” ที่ปีนี้กลับมาสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นอีกครั้งหลังจากที่ทรุดหนักในปีที่ผ่านมา หลังจากตลาดคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยสหรัฐใกล้ถึงจุดสูงสุดและน่าจะจบลงในปีนี้ ก่อนที่จะปรับตัวลงในปีหน้า ซึ่งผลดีต่อหุ่นกลุ่มนี้ทันที และผู้นำตลาดหุ้นเทคฯ ในโลกก็คงต้องยกให้สหรัฐ โดยเฉพาะหุ้นในดัชนี NASDAQ100 ซึ่งเป็นตัวแทนในหุ้นกลุ่มเทคฯ ของสหรัฐนั่นเอง




สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ เป็นกองสไตล์ Passive Fund ได้แก่ TLUSNDQ-H-A: กองทุนเปิดทาลิส หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว-เฮดจ์ ชนิดสะสมมูลค่าที่เน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี "NASDAQ100" เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกัน ผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco NASDAQ 100 ETF’ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันกองทุนสามารถทำผลตอบแทนได้ +18.37%


หน้าตาพอร์ตกองทุนหลักล่าสุด (ณ วันที่ 3 เม.ย. 23) ส่วนใหญ่ 49.49% ลงในกลุ่ม Information Technology ส่วนอีก 2 กลุ่มที่ลงทุนรองลงมาได้แก่ Communication Services และ Consumer Discretionary 16.40% และ 14.72% ตามลำดับ


“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก เป็นหุ้นที่นักลงทุนทั่วโลกคุ้นเคยเป็นอย่างดี ประกอบด้วย Microsoft Corp 12.55%, Apple Inc 12.47%, Amazon.com Inc  6.19%, NVIDIA Corp 5.28% และ Alphabet Inc 3.74% ตามลำดับ”


ช่วงตลาดผันผวนซัมเมอร์นี้ 3 ธีมเด่นที่แข็งแกร่งและน่าสนใจลงทุน ได้แก่ “Premium Brand-หุ้นไทย-หุ้นเทคฯ” ซึ่งคัดมาแล้ว4 กองทุนเด่น” เมษา-ปีเถาะ ที่น่าจะช่วยตอบโจทย์นักลงทุนให้ฝ่าหน้าร้อนนี้ไปได้เป็นอย่างดี ไม่มากก็น้อย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’