“กอง MS-INDIA”…พร้อมเติบโตไปกับ ‘เศรษฐกิจอินเดีย’ ครั้งใหม่หลัง COVID-19 !!!
หลายคนคงเห็นเทรนด์การลงทุนในปีนี้ ที่ส่วนใหญ่ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบันมักจะให้คำแนะนำไปในการอิงธีม “เมกะเทรนด์” ไปจนถึง “ตลาดหุ้นเกิดใหม่” ที่ยังสามารถดึงดูดฟันด์โฟลว์ได้ค่อนข้างสูงจึงทำให้เป็นที่จับตามองแก่นักลงทุน
ซึ่งหากพูดถึง “ตลาดหุ้นเกิดใหม่” ก็คงไม่พ้นสองตลาดหลักอย่าง ‘ตลาดหุ้นจีน’ และ ‘ตลาดหุ้นอินเดีย’ 2 ประเทศมหาอำนาจแห่งเอเชีย ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับค่อนข้างสูงและมีจำนวนประชากรที่มากเป็น 2 อันดับแรกของโลก
แต่การลงทุนทางเลือกอย่างกองทุนรวมนั้น ตลาดหุ้นจีนได้มีทางเลือกหรือจำนวนกองทุนรวมเป็นจำนวนมาก แตกต่างจากกองทุนหุ้นอินเดียที่มีทางเลือกไม่มากนัก
ในวันนี้ทาง ‘Wealthythai’ จึงมีกองทุนรวมดีๆ อีกหนึ่งกอง ได้แก่ “กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อินเดีย อิควิตี้ เอฟไอเอฟ (MS-INDIA)” ที่ได้รับการจัดอันดับจาก ‘มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว’ มาแนะนำให้แก่นักลงทุนที่สนใจกันในครั้งนี้ จาก “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด”
“กอง MS-INDIA” ลุยหุ้นอินเดีย...โชว์ผลตอบแทนนับแต่จัดตั้งกองทุนกว่า 6 ปี เฉลี่ย 4% ต่อปี
“อินเดีย” เองเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ค่อนข้างมาก ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)” คาดการณ์ว่าในปี20 เศรษฐกิจจะหดตัว -8.0% แต่จะฟื้นตัวแรงในปี21 ที่คาดว่าจะโตถึง 11.5% และโต 6.8% ในปี22 ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว
“ตลาดหุ้นอินเดีย (SENSEX)” มีผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี (ณ วันที่ 4 มี.ค. 21) อยู่ที่ +32.38% และตั้งแต่ต้นปีมาให้ผลตอบแทน +6.22% ถือว่าภาพสวนทางกับเศรษฐกิจและตลาดอาจตอบรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้อีกมากทีเดียว นี่จึงเป็นอีกหนึ่งในเป้าหมายในแผนที่การลงทุนของโลกในปัจจุบัน

สำหรับ “กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อินเดีย อิควิตี้ เอฟไอเอฟ (MS-INDIA)” นั้นจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2558 เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ ‘Manulife Global Fund-India Equity Fund (Share Class I2)’ (กองทุนหลัก) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนโดยกองทุนหลักจดทะเบียนจัดตั้งและซื้อขายในประเทศลักเซมเบิร์ก บริหารจัดการโดย ‘Manulife Investment Management (Hong Kong) Limited’
“ด้านนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก เป็นการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน และตราสารทุนของบริษัทซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ต่างๆ ของเศรษฐกิจในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในอินเดียหรือตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ”
ทั้งนี้ ‘กองทุน MS-INDIA’ ได้แบ่งชนิดหน่วยลงทุนเป็น 2 ชนิด ได้แก่
-ชนิดสะสมมูลค่า (MS-INDIA-A)
-ชนิดจ่ายเงินปันผล (MS-INDIA-D)
“ซึ่งทั้ง 2 กองทุนได้รับการอันดับจาก ‘มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว’ ทั้ง 2 กองทุน ซึ่งข้อแตกต่างที่เด่นชัดของทั้ง 2 กองทุนนั้น คือ ‘กองทุน MS-INDIA-A’ จะไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ต่างจาก ‘กองทุน MS-INDIA-D’ ที่บริษัทจัดการจะดำเนินการจ่ายเงินปันผล (Dividend) ไม่เกินปีละ 12 ครั้ง โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (วันที่ 9 เมษายน 2558) จนถึงวันที่ 30ธันวาคม 2563 มีการจ่ายปันผลทั้งหมด 8 ครั้ง รวม 4.25 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้เป็นอย่างดี
พอร์ต ‘กองทุน MS-INDIA’ (ณ 29 ม.ค. 64) ลงทุนในกองทุนหลัก 97.22%, เงินฝากธนาคาร 3.36% และทรัพย์สินและหนี้สินอื่น -0.58%

สำหรับกองทุนหลักเอง (ณ 31 ธ.ค. 20) มีการลงทุนในอินเดีย 98.87% ที่เหลืออีก 1.13% เป็นเงินสด โดยกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ที่กองทุนหลักลงทุนประกอบไปด้วย
-กลุ่มการเงินและธนาคารพาณิชย์ 31.54%
-กลุ่มเทคโนโลยี 16.48%
-กลุ่มวัสดุก่อสร้าง 14.90%
-กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย 12.68%
-กลุ่มโรงพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 6.45%
-กลุ่มพลังงาน 5.42%
-กลุ่มสินค้าจำเป็น 5.25%
-กลุ่มอุตสาหกรรม 4.55%
-กลุ่มสาธารณูปโภค 1.60%
“ในด้านผลการดำเนินงานของกองทุน (ณ วันที่ 29 ม.ค. 64) ‘MS-INDIA-A’ และ ‘MS-INDIA-D’ นั้นไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนักโดยโดยนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนทำผลตอบแทนได้ 4.01% ต่อปี และ 4.00% ต่อปีตามลำดับ หรือต่างกันเพียง 0.01% เท่านั้น แต่ก็ยังสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานในช่วงเวลาเดียวกันที่ทำได้ 3.59% ต่อปี”
ขณะที่ความผันผวนของกองทุนทั้ง 2 อยู่ที่ 17.94% ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าหรือมีความผันผวนที่น้อยกว่าดัชนีชี้วัดที่อยู่ที่ 19.23% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีผลขาดทุนสูงสุดที่เกิดขึ้นจริงในช่วง 5 ปีอยู่ที่ -30.00%
สำหรับใครที่สนใจการลงทุนในกองทุน “MS-INDIA” ไม่ว่าจะเป็น “MS-INDIA-A” และ “MS-INDIA-D” กองทุนมีมูลค่าขั้นต่ำการสั่งซื้อครั้งแรกอยู่ที่ 10,000 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำการสั่งซื้อครั้งถัดไปนั้นกองทุนไม่ได้มีข้อกำหนด เช่นเดียวกันกับมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ภายใน 5 วันทำการถัดจากวันที่คำนวณมูลค่าหน่วยลงทุน (T+5)
ช่องทางการซื้อขายของกองทุน “MS-INDIA” นั้น สามารถทำได้ผ่านผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับแต่งตั้งจากบริษัทจัดการ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ www.manulife-asset.co.th
“การลงทุนในกองทุน ‘MS-INDIA’ ถือเป็นการลงทุนที่น่าสนใจอีกหนึ่งกองทุนด้วยนโยบายของกองหลักที่มีความครอบคลุมใน ‘ตลาดหุ้นอินเดีย’ โดยกระจายในหลากหลายอุตสาหกรรม แต่อาจจะระมัดระวังการลงทุนที่กระจุกอยู่เพียงประเทศเดียว รวมจำนวนเงินลงทุนครั้งแรกที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกัน”
