“อาณาจักรกองทุน” แหล่งเงินออมสำคัญของประเทศ กว่า 47% GDP... “บลจ.ไทยพาณิชย์” & “บลจ.กสิกรไทย” คู่ดูโอ “บลจ.ล้านล้านบาท” !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องดู “อาณาจักรกองทุน” ของประเทศไทย ซึ่งระดมเงินออมไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เป็นการให้แหล่งเงินลงทุนให้กับภาครัฐและภาคธุรกิจในทางอ้อมไปใช้ในการพัฒนาประเทศที่สำคัญแหล่งหนึ่ง
ในปี22 ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวนจากดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐทที่เร็วและแรง กดดันตลาดการเงินโลกให้ดิ่งเหว ทำผลตอบแทนสินทรัพย์ต่างๆ ร่วงอย่างหนัก
ทำให้สิ้นปี22 “อาณาจักรกองทุน” ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ธุรกิจที่สำคัญ ได้แก่ กองทุนรวม, กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ลดลง -6.06%
แต่เม็ดเงินรวมยังคงแข็งแกร่งกว่า 8.17 ล้านล้านบาท คิดเป็น 47% ของ GDP เลยทีเดียว !!!
โดย 2 บลจ. ที่มี AUM เกิน 1 ล้านล้านบาท ได้แก่ “บลจ.ไทยพาณิชย์” และ “บลจ.กสิกรไทย” ซึ่งเป็น 2 ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมกองทุนนั่นเอง

และในอนาคตเชื่อเหลือเกินว่า “อาณาจักรกองทุน” จะยังเติบโตและก้าวขึ้นมามีบทบาทมากขึ้นในตลาดการเงินของไทยด้วยเช่นเดียวกัน
ภาพรวมของ “อาณาจักรกองทุน” ในปี22 ที่ผ่านมา ของทั้ง 22 บลจ. เป็นยังไงนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
“อาณาจักรกองทุน” ปี22 AUM กว่า 8.17 ล้านล้านบาท...“บลจ.ไทยพาณิชย์” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 19.71% ส่วน “บลจ.เอ็กซ์สปริง” แชมป์โตสุด +28.44%
การสำรวจ “อาณาจักรกองทุน” นี้ นับเฉพาะบลจ.ที่มีธุรกิจกองทุนรวมทั้ง 22 บลจ.เป็นสำคัญ (ข้อมูล ณ 31 ธ.ค. 22) โดยมี 15 บลจ. คิดเป็น 68% ทำครบทั้ง 3 ธุรกิจ มี 5 บลจ. คิดเป็น 23% ทำเฉพาะกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล และมี 2 บลจ. คิดเป็น 9% ที่ทำเฉพาะกองทุนรวมเท่านั้น
สิ้นปี22 “อาณาจักรกองทุน” มีเม็ดเงินรวมกัน 8.17 ล้านล้านบาท ลดลง -6.06% จากสิ้นปีก่อน โดยมี 12 บลจ. คิดเป็น 55% ที่เติบโตมากกว่าอุตสาหกรรม ในขณะที่อีก 10 บลจ. คิดเป็น 45% โตน้อยกว่าอุตสาหกรรม ในจำนวนนี้มีเพียง 6 บลจ. คิดเป็น 27% เท่านั้น ที่ยังมีการเติบโตเพิ่มขึ้นได้ในปี22 ที่ผ่านมา

“โดย Top5 บลจ. ที่มีการเติบโตของธุรกิจกองทุนสูงสุด นำมาโดย อันดับ1) บลจ.เอ็กซ์สปริง +28.44%, 2) บลจ.แอสเซท พลัส +10.94%, 3) บลจ.ทาลิส +6.97%, 4) บลจ.บางกอกแคปปิตอล +5.87% และ 5) บลจ.ทิสโก้ +3.71%”
สำหรับ Top5 บลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด ไดแก่ อันดับ1) บลจ.ไทยพาณิชย์ มีส่วนแบ่งการตลาด 19.71%, 2) บลจ.กสิกรไทย 18.21%, 3) บลจ.บัวหลวง 10.46%, 4) บลจ.เอไอเอ (ปทท.) 9.46% และ 5) บลจ.กรุงไทย 9.33%
“กองทุนรวม” AUM กว่า 4.88 ล้านล้านบาท...“บลจ.กสิกรไทย” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 21.85% ส่วน “บลจ.ไอเอไอ” แชมป์โตสุด +34.17%
หากแยกมองเป็นรายธุรกิจ พบว่า สิ้นปี22 “กองทุนรวม” มี 22 บลจ. AUM รวมกันกว่า 4.88 ล้านล้านบาท ลดลง -9.13% จากสิ้นปีก่อน
โดย 5 บลจ. ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากสุด ได้แก่ 1) บลจ.กสิกรไทย 21.85%, 2) บลจ.ไทยพาณิชย์ 18.29%, 3) บลจ.บัวหลวง 15.34% 4) บลจ.กรุงไทย 11.51% และ 5) บลจ.กรุงศรี 8.07%
“ส่วน 5 บลจ. ที่มีการเติบโตสูงสุดในปี22 ได้แก่ 1) บลจ.เอไอเอ (ปทท.) +34.17%, 2) บลจ.ทาลิส +15.93%, 3) บลจ.เอ็กซ์สปริง +15.76%, 4) บลจ.ฟิลลิป +1.64% และ 5) บลจ.บัวหลวง -2.40%”
“กองทุนส่วนบุคคล” AUM กว่า 1.97 ล้านล้านบาท...“บลจ.เอไอเอ” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 36.69% ส่วน “บลจ.แอสเซท พลัส” แชมป์โตสุด +162.14%
ถัดมาเป็น “กองทุนส่วนบุคคล” (นับรวมทั้งบลจ.และบล. ที่เป้นสมาชิกสมาคมบลจ. ทั้ง 23 แห่ง) พบว่า มี AUM ณ สิ้นปี22 รวมกันกว่า 1.97 ล้านล้านบาท ลดลง -3.77% จากปีก่อน
โดย 5 บลจ. ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากสุด ได้แก่ 1) บลจ.เอไอเอ (ปทท.) 36.69%, 2) บลจ.ไทยพาณิชย์ 27.25%, 3) บลจ.กสิกรไทย 9.58% 4) บลจ.กรุงศรี 5.78% และ 5) บลจ.ทิสโก้ 3.70%

“ส่วน 5 บลจ. ที่มีการเติบโตสูงสุดในปี22 ได้แก่ 1) บลจ.แอสเซท พลัส +162.14%, 2) บลจ.บัวหลวง +53.18%, 3) บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ +51.03%, 4) บล.ดาโอ (ปทท.) +29.52% และ 5) บลจ.เอ็กซ์สปริง +28.50%”
“กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” AUM กว่า 1.38 ล้านล้านบาท...“บลจ.ทิสโก้” แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 17.91% ส่วน “บลจ.เคดับบลิวไอ” แชมป์โตสุด +100%
ปิดท้ายกันด้วย “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” (นับบลจ.และบจ. ที่เป็นสมาชิกสมาคมบลจ.ทั้ง 16 แห่ง) สิ้นปี22 มี AUM รวมกันกว่า 1.38 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +3.35% จากสิ้นปีก่อน
โดย 5 บลจ. ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากสุด ได้แก่ 1) บลจ.ทิสโก้ 17.91%, 2) บลจ.กสิกรไทย 16.97%, 3) บลจ.ไทยพาณิชย์ 13.25% 4) บลจ.กรุงไทย 11.31% และ 5) บลจ.เอ็มเอฟซี 8.56%
“ส่วน 5 บลจ. ที่มีการเติบโตสูงสุดในปี22 ได้แก่ 1) บลจ.เคดับบลิวไอ +100.00%, 2) บลจ.บางกอกแคปปิตอล +36.14%, 3) บลจ.กรุงไทย +14.12%, 4) บลจ.กสิกรไทย +11.43% และ 5) บลจ.ทิสโก้ +9.04%”
ทั้งหมดนี้ คือ บทสรุปของ “อาณาจักรกองทุน” ในปี22 ที่ผ่านมา ซึ่งมองไปในปี23 นี้ ตลาดต่างคาดว่าจะสามารถกลับมาฟื้นตัวและเติบโตได้อีกครั้งตามทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการลงทุนที่ฟื้นตัวเช่นกัน และเชื่อว่า “กองทุน” จะยังเป็นแหล่งเงินออมที่สำคัญของประเทศไทย ที่จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของประเทศได้มากขึ้นอย่างแน่นอน
