“พฤษภา-ปีเถาะ” ถ้าชอบของถูก-ต้อง “หุ้นไทย”... ถ้าชอบโอกาสการเติบโต-ต้อง “หุ้นจีน” !!!
ลายแทงกองทุน: เดือนพ.ค. นี้ “หุ้นไทย” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันดิ่งลงไปแล้วกว่า -8.36% ต่างชาติถล่มขายไปแล้วกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท พร้อมกับความคาดหวังต่อปรากฎการณ์ “Pre-Election Rally” ที่ในปีนี้ในช่วงก่อนเลือกตั้งยังไม่มีสัญญาณแต่ประการใด
ส่วนจะมี “Post-Election Rally” หรือไม่นั้น ยังต้องจับตาดูกันต่อไป?
แต่ก็ทำให้ “หุ้นไทย” ในปัจจุบัน จัดอยู่ในกลุ่มที่ถูกและน่าสนใจขึ้นมาทันตาเห็นเลยทีเดียว !!!
อีกตลาดที่น่าสนใจไม่แพ้กันนั่นก็คือ “หุ้นจีน” ที่เรดาร์การลงทุนทั่วโลกต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกัน กับโอกาสของการเติบโตครั้งใหม่ (แม้จะเจอยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐคอยขัดแข้งขัดขาก็ตาม)
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthythai’ จึงได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” พฤษภา-ปีเถาะ จากหุ้น 2 ธีมเด่น ดักของถูกกับ “หุ้นไทย” และร่วมไปกับการเติบโตกับ “หุ้นจีน” มาฝากกัน
“TCHCLEAN”...คว้าโอกาสเติบโตไปกับธีม "พลังงานสะอาดจีน"
เมื่อพูดถึงโอกาสลงทุนใน “จีน” เราต้องไม่ลืมธุรกิจ “พลังงานสะอาด” เพราะจีนเป็นผู้นำห่วงโซ่อุปทานของการผลิตพลังงานสะอาด โดยข้อมูลของ “สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ” (IEA) ระบุว่าปี21 งานประกอบ ติดตั้งรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ของอุตสาหกรรมพ ลังงานแสงอาทิตย์ และแบตเตอรี่รถยนต์ EV ในสัดส่วน 78% และ 70% ตามลำดับมาจากบริษัทสัญชาติจีนนั่นเอง ที่สำคัญจีนยังเป็นผู้นำพลังงานสะอาดทั้งการผลิตและการอุปโภคของโลกอีกด้วย จึงเป็นอีกโอกาสการลงทุนที่ไม่ควรละเลย

สำหรับกองทุนแนะนำ ได้แก่ “TCHCLEAN: กองทุนเปิดทิสโก้ China Clean Energy” เป็นกองทุนใหม่ที่เพิ่ง IPO เมื่อเดือนมี.ค. 23 ที่ผ่านมานี่เอง กองทุนมีจุดเด่นเน้นลงทุนหุ้นดัชนี ‘Solactive China Clean Energy Net Total Return’ ซึ่งสะท้อนผลการดําเนินงานของบริษัทพลังงานสะอาดในจีน ผ่านกองทุนหลัก ‘Global X China Clean Energy ETF’ บริหารและจัดการโดย Mirae Asset Global Investments (Hong Kong) Limited
“ส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่อยู่ในทุกห่วงโซ่อุปทานของพลังงานสะอาดในจีน ที่นอกจากจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากนโยบายและความต้องการอุปโภคพลังงานสะอาดในจีนซึ่งเป็นประเทศที่ใช้พลังงานมากที่สุดในโลกแล้ว ยังได้ประโยชน์จากความต้องการอุปโภคพลังงานสะอาดของโลกอีกด้วย”
โดยหุ้น Top5 ที่กองทุนหลักลงทุน (ณ วันที่ 1 พ.ค. 23) ประกอบไปด้วย 1) CHINA YANGTZE POWER CO LTD 10.59%, 2) CHINA THREE GORGES RENEWAB 9.40%, 3) SUNGROW POWER SUPPLY CO LT 8.43%, 4) LONGI GREEN ENERGY TECHNOL 8.14% และ 5) TCL ZHONGHUAN RENEWABLE EN 7.27%
“BSET100”...ไม่พลาดโอกาสลงทุนใน "ดัชนีSET100" สไตล์ Passive
มาต่อกันที่ “หุ้นไทย” กับ “BSET100: กองทุนเปิด BCAP SET100 ETF” ที่เป็นกองทุน ETF ซื้อขายในตลาดหุ้นแบบ Real Time มีจุดเด่นลงทุนหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง (SET100 Total Return Index) สไตล์ Passive Management นั่นเอง

เป้าหมายสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงดัชนีอ้างอิงให้มากที่สุดเป็นสำคัญ จะขึ้นหรือจะลงก็ไปพร้อมๆ กัน โดยกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่ลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 31 มี.ค. 23) ประกอบไปด้วย 1) พลังงานและสาธารณูปโภค 24.56%, 2) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกนิส์ 10.19%, 3) ธนาคาร 10.10%, 4) ขนส่งและโลจิสติกส์ 9.38% และ 5) พาณิชณิย์ 8.76%
“โดยหุ้น 5 อันดับแรกที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) DELTA 9.38%, 2) AOT 6.86%, 3) PTT 6.06%, 4) GULF 4.17% และ 5) ADVANC 4.14%”
“B-CHINE-EQ”...ลุย "หุ้นจีนทั่วโลก" ที่มีศักยภาพในการเติบโต
อีกหนึ่ง “กองหุ้นจีน” ที่น่าสนใจสำหรับใครที่เชื่อมั่นในศักยภาพของการเติบโตของจีน ก็คือ “B-CHINE-EQ: กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน” ทางเลือกลงทุนที่แตกต่าง มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นจีน” ในประเทศจีน และที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นที่ยอมรับต่างๆ ได้แก่ หุ้น A-Share, H-Share, ADR, B-Share, Red-Chips, P-Chips บริหารจัดการโดย ‘Allianz Global Investors Asia Pacific Limited’
ปัจจุบัน “ตลาดหุ้นจีน” มีหุ้นในหลายอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น บริษัทที่เกี่ยวกับการบริโภค, บริษัทผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์เทคโนโลยีด้าน 5G/Internet of Things ซึ่งรัฐบาลจีนมีนโยบายส่งเสริมอย่างมาก ที่สำคัญธุรกิจเหล่านี้ส่วนใหญ่จดทะเบียนในตลาด A-Share

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 มี.ค. 23) มีการลงทุนในกลุ่ม 5 อุตสาหกรรมแรก ดังนี้ 1) พาณิชย์ 9.96%, 2) อาหารและเครื่องดื่ม 3.05%, 3) สื่อและสิ่งพิมพ์ 2.10%, 4) ประกันภัยและประกันชีวิต 1.69% และ 5) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 1.15%
“โดยหลักทรัพย์ที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Allianz China A-Shares (PT (USD)) 47.70%, 2) Allianz All China Equity (PT (USD)) 27.33%, 3) ANTA Sports Products Ltd 3.09%, 4) TRIP.COM GROUP LTD 2.70% และ 5) Alibaba Group Holding Ltd 2.28%”
“AIA-TEQ”...ลุย "หุ้น SET100" หาผลตอบแทนส่วนเพิ่ม-สไตล์ Active
ปิดท้ายกันด้วย “AIA-TEQ: กองทุนเปิดเอไอเอ ไทย อิควิตี้” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET 100 ในสไตล์ ‘Active Management’ มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ชนะดัชนีอ้างอิง

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 มี.ค. 23) กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย 1) พลังงานและสาธารณูปโภค 21.90%, 2) ธนาคาร 11.53%, 3) พาณิชย์ 10.27%, 4) ขนส่งและโลจิสติกส์ 8.79% และ 5) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 8.25%
“โดยหุ้น 5 ตัวแรกที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) AOT 6.51%, 2) PTT 5.36%, 3) DELTA 5.32%, 4) ADVANC 4.93% และ 5) CPALL 4.66%”
ใครชอบของถูก เป็นจังหวะดักเก็บ “หุ้นไทย” เข้าพอร์ต ส่วนใครที่มองหาโอกาสในการเติบโต “หุ้นจีน” ยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่พึงคาดหวังได้ สำหรับ “4 กองทุนเด่น” พฤษภา-ปีเถาะ ซึ่งคัดมาให้ในครั้งนี้ น่าจะช่วยตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ไม่มากก็น้อย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
