มั่นใจ “หุ้นจีน” ยังไปได้ดีรับปีฉลู...รับเศรษฐกิจโตแข็งแกร่ง !!!
“กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ (Trigger Fund)” ทางเลือกในการทำกำไรระยะสั้นจากการจับจังหวะตลาดหุ้น ยังเป็นโปรดักต์ที่มีบลจ.นำเสนอออกมาอย่างต่อเนื่อง
แต่ต้องย้ำกันทุกครั้งว่า... “เป้าหมาย” ไม่ใช่การ ‘การันตี’ ผลตอบแทนแต่ประการใด แต่เป็นการพยายามจะทำให้ได้ตามเป้าหมายนั้น...ในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้นเอง
ล่าสุดทาง “บลจ.ไทยพาณิชย์” สบจังหวะลุย “ตลาดหุ้นจีน” ประเดิมทริกเกอร์ฟันด์ เป้า 7% ภายใน 7 เดือน เพิ่มเติมทางเลือกให้นักลงทุน
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับกองทุนนี้มาอัพเดทกัน
“บลจ.ไทยพาณิชย์” มั่นใจตลาดหุ้นจีน...ส่ง ‘กอง SCBCHTG’ ขายถึงวันที่ 15 มี.ค. นี้-ตั้งเป้า 7% ใน 7 เดือน
โดย “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด บอกว่า บริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจจีน โดยคาดว่าตลาดหุ้นจีนจะโตขึ้นอีกในปี 2021 อย่างต่อเนื่อง จากการที่ประเทศจีนเน้นการเติบโตภายในประเทศเป็นหลัก และสามารถควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว ล่าสุดรัฐบาลจีนได้กำหนดเป้า GDP ปีนี้ ขยายตัวอย่างน้อย 6% ซึ่งนโยบายการคลังนี้เองจะเป็นแรงหนุนเศรษฐกิจสำคัญ และจะดำเนินนโยบายการเงินอย่างรอบคอบ เราจึงเชื่อมั่นว่าตลาดหุ้นจีนเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุนอีกประเทศหนึ่ง

(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)
“บริษัทกำลังเสนอขาย ‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ China Trigger (SCBCHTG)’ มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท จนถึงวันที่ 15 มี.ค. 21 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท โดยตั้งเป้าหมายทริกเกอร์ 7% ภายในระยะเวลา 7 เดือน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นจีนที่มีศักยภาพเติบโตสูง”
เสริมกลยุทธ์การลงทุนด้วย “Machine Learning”…เชื่อช่วยเพิ่มโอกาส ‘ทริกเกอร์’
สำหรับ ‘กองทุน SCBCHTG’ มีนโยบายลงทุนในตราสารและ/หรือหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทสัญชาติจีน และ/หรือดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับประเทศจีนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อาทิเช่น กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มพลังงาน และกลุ่มสินค้าบริโภค เป็นต้น โดยมีกลยุทธ์การลงทุนแบบ ‘Factor Investing’ โดยใช้ ‘Machine Learning’ ในการเลือกปัจจัยที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนให้เหนือตลาด
ด้วยการคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัวจากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ พร้อมทั้งพิจารณาและรวบรวมข้อมูลมากกว่า 200 ปัจจัยย่อย โดยให้คะแนนตามลักษณะของหลักทรัพย์รายตัวในแต่ละปัจจัย และพิจารณาปัจจัยการลงทุนที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือตลาดด้วยการวิเคราะห์สภาพตลาด ปัจจัยพื้นฐาน และปัจจัยด้านเทคนิค เพื่อคาดการณ์ตลาดในอนาคต โดยทำการคัดเลือกและจัดสรรน้ำหนักหลักทรัพย์รายตัวตามคะแนนในแต่ละปัจจัยการลงทุน
“พอร์ตลงทุนประกอบไปด้วยหุ้นประมาณ 30 ตัว ที่ได้รับคะแนนสูงสุด โดยมีน้ำหนักรายตัวที่เท่ากัน (equal-weighted) ทั้งนี้ กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ทั้งจำนวนประกอบกับ ‘กองทุน SCBCHTG’ มีการเสริมกลยุทธ์การลงทุนด้วย Machine Learning ที่มีศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลเหนือกว่าขีดความสามารถของมนุษย์ จะช่วยให้การลงทุนในกองทุนนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และอาจจะส่งผลให้กองทุนถึงเป้าหมายได้ไม่ยากนัก”
“เงื่อนไขการทริกเกอร์” แบ่งเป็น 2 ครั้ง ทุก 3.5%
สำหรับเงื่อนไขการทริกเกอร์แบ่งเป็น 2 ครั้ง ได้แก่
ครั้งที่ 1: ในกรณีที่หาก ณ วันทำการใดก็ตามเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 10.35 บาทต่อหน่วย บริษัทจัดการจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติเพียงครั้งเดียวนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินของโครงการเป็นกองทุนรวม และ
ครั้งที่ 2: ในกรณีเข้าเงื่อนไขการเลิกกองทุน โดยหาก ณ วันทำการใดก็ตามเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 10.71 บาทต่อหน่วย บริษัทจัดการจะพิจารณารับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติในอัตราไม่ต่ำกว่า 10.70 บาทต่อหน่วย
“ทั้งนี้ จะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนภายใน 5 วันทำการนับแต่วันที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และจะชำระเงินค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติภายใน 5 วันทำการนับแต่วันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธินำเงินไปลงทุนต่อยังกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้นหรือกองทุนรวมตลาดเงินอื่นที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการ”
อย่างไรก็ตาม หากครบกำหนดระยะเวลา 7 เดือน นับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินของโครงการเป็นกองทุนรวมแล้ว ไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการจะเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดการกำหนด จนกว่าจะเข้าเงื่อนไขการเลิกกองตามเงื่อนไขที่ระบุไว้
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสทำกำไรในระยะสั้น จากการจับจังหวะลงทุนใน “ตลาดหุ้นจีน” เชื่อว่า ‘กองทุน SCBCHTG’ น่าจะเป็นอีกทางเลือกให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย
