“กอง BKA2” ไม่พลาดโอกาสลุย “หุ้นไทย” แนวโน้มเติบโตดี!!!
หลายคนอาจจะติดใจกับ “ตลาดหุ้นไทย” เพราะด้วยผลตอบแทนในอดีตที่ผ่านมาก็ไม่ได้น้อยหน้าหรือด้อยไปกว่าตลาดหุ้นประเทศอื่นๆ จึงทำให้ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี
แต่ก็ไม่นานมานี้ในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับลดลงหรือไปสู่ระดับที่ ‘ต่ำสุดในรอบ 10 ปี’ ทำให้หลายคนกลับมาให้ความสนใจมากขึ้น เนื่องด้วยความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่ว่า นี่อาจจะเป็น “โอกาส” การลงทุนในตลาดหุ้นไทยภายในรอบ 10 ปี กันเลยทีเดียว
จึงทำให้นักลงทุนไม่น้อยหรือแม้แต่ผู้เขียนเอง เกิดสะดุดความคิดขึ้นมาว่า “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส” ซึ่งสิ่งที่สะท้อนในเห็นถึงความคิดดังกล่าว ก็คงเป็นได้การปรับตัวหรือฟื้นตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ดีการจะลงทุนในหุ้นไทยหากลงทุนเป็นรายหลักทรัพย์นั้น ก็คงต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกันเพราะเป็นการลงทุนที่กระจุกตัวเกินไป
จึงอาจจะต้องลงทุนแบบกระจายตัวหรือให้มีความหลากหลาย ซึ่งทางเลือกที่น่าสนใจหรือเหมาะสมคงไม่พ้นไปจากกองทุนรวม ที่มีให้เราได้เลือกอยู่บนเชลอย่างมากมาย
แต่จะลงทุนในกองทุนไหนดีนั้น ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ มีกองทุนรวมมาแนะนำให้แก่ผู้ที่สนใจ คือ “กองทุนเปิดบัวแก้ว 2 (BKA2)” จาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง จำกัด’ ที่ได้รับการจัดอันดับ ‘มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว’ อีกด้วย
“กอง BKA2” ร่วมเติบโตระยะกลาง-ยาวไปกับ…หุ้นไทยแนวโน้มเติบโตดี
“ตลาดหุ้นไทย” จัดอยู่ในตลาดที่เป็น Old Economy ที่อาจไม่ได้ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนต่างชาติเช่นในอดีตที่ผ่านมา แต่ในช่วงแรกของการฟื้นตัวหลังการปรับขึ้นอย่างโดดเด่นของ ‘หุ้นเทคโนโลยี’ ทั่วโลกในปีก่อน ก็เริ่มเห็นการโยกเงินลงทุนเปลี่ยนกลุ่มมาลงทุนในหุ้นที่เป็น ‘Old Economy’ เช่นเดียวกัน เพราะเชื่อว่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงแรกๆ นี้ แม้ว่าในระยะยาวอาจไม่น่าสนใจเท่ากับกลุ่มที่เป็น ‘New Economy’ ก็ตาม
“หุ้นที่มีแนวโน้มเติบโต” ในตลาดหุ้นไทยเองก็มี และกองทุนหุ้นที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ชัดๆ ก็มีไม่น้อยเช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ “กองทุนเปิดบัวแก้ว 2 (BKA2)” ที่ได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2537 จนปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 มีนาคม 2564) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 882,859,953 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 35.14 บาทต่อหน่วย โดย ‘กองทุน BKA2’ ไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล

“สำหรับตัวนโยบายการลงทุนของกองนั้น จะมีความแตกต่างจากกองทุนอื่นที่ชัดเจนก็คือจะเน้นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจสูง หรือมีปัจจัยพื้นฐานดี โดยจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”
‘กองทุน BKA2’ เป็นกองทุนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน จัดอยู่ในกลุ่ม ‘กองหุ้นทั่วไป’ จึงมีความยืดหยุ่นสูงสามารถลงทุนในหุ้นได้แบบไม่มีจำกัดในเรื่องของขนาดและสไตล์ ขอให้เข้ากับนโยบายหลักของกองทุนเป็นพอ ณ วันที่ 29 ม.ค. 64 มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นอยู่ 94.40%, ตราสารหนี้ 0.95% และอื่นๆ อีก 4.65%
ซึ่งสัดส่วนการลงทุนรายอุตสาหกรรม (ณ วันที่ 29 ม.ค. 64) ประกอบไปด้วย
-พลังงานและสาธารณูปโภค 19.54%
-ธนาคาร 11.43%
-พาณิชย์ 10.69%
-ขนส่งและโลจิสติกส์ 9.66%
-อาหารและเครื่องดื่ม 7.11%
-และอื่นๆ 41.57%

“ด้านผลการดำเนินงานของ ‘กองทุน BKA2’ ถือได้ไม่เลวนักโดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ม.ค. 64) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.43% ต่อปี ส่วนความผันผวนของกองทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 22.14% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -38.53%”
“สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุน ‘กองทุน BKA2’ ในครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำนั้น ไม่ได้มีข้อกำหนด ส่วนระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 4 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน”
ช่องทางการซื้อขายหน่วยลงทุนสามารถทำได้ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ, บริษัทจัดการ, ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และโมบายแอพฯ BualuangiBanking, Bangkok Bank Mobile Banking
“ใครที่ลังเลหรือกำลังสนใจการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ‘กองทุน BKA2’ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยตัวนโยบายของกองที่จะเน้นการลงทุนในหุ้นรายตัวที่มีการเติบโตในระยะกลางและยาว ทำให้พอร์ตการลงทุนมีการเติบโตได้ในอนาคต แต่อย่างไรก็ดีการลงทุนควรจะกระจายการลงทุนให้มีความหลากหลาย เพื่อปิดความเสี่ยงของการลงทุนที่กระจุกตัวเกินไป”
