บลจ.ประสานเสียง “ไร้ฟองสบู่” หุ้นเทคฯ...จังหวะย่อ-โอกาสทยอยสะสม!!!

นอกจากกระแส ARK Investment” ที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหู ก็มีอีกหนึ่งกระแสที่นักลงทุนไม่น้อยได้ร่วมกันแสดงความเห็นถึงราคา “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี” ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าจะทำผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น


แต่กลับมีนักลงทุนเกิดข้อสงสัยว่าจะนำไปเหตุการณ์ “ฟองสบู่ (Bubble)เหมือนในอดีตหรือไม่ เพราะในช่วงดังกล่าวนั้นเองก็ถือเป็นช่วงยุคทองของไอทีเลยก็ว่าได้ แต่ท้ายสุดก็ได้เกิดภาวะเศรษฐกิจ “ฟองสบู่ไอที (Dot-com bubble) ในปี2000 ขึ้น


ซึ่งในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาของกลุ่มเทคโนโลยีก็ได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้ทราบถึงสาเหตุของการปรับตัวดังกล่าว จึงทำให้นักลงทุนไม่น้อยเกิดความสงสัยว่านี่จะเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากนำมุมมองอย่างผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



“บอนด์ยีลด์” ปรับตัวขึ้น...กดดันความน่าสนใจของ
‘สินทรัพย์เสี่ยง’

โดยเริ่มที่บดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) ได้แชร์มุมมองว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาสินทรัพย์ทั่วโลกได้ปรับตัวลดลงแรง ไม่ว่าจะเป็นดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ หรือตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของ “พันธบัตรระยะยาว 10 ปี(บอนด์ยีลด์)” ของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว



(บดินทร์ พุทธอินทร์)



“จากการคาดการณ์เงินเฟ้อในอนาคตที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ทั้งด้านการเงินและการคลัง โดยการปรับเพิ่มขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และอาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทในอนาคตที่ลดลงไป”



“หุ้นเทคฯ” กระทบหนักสุดในตลาด...หลังราคาปรับตัวขึ้นมาสูง

ทำให้นักลงทุนปรับลดความเสี่ยงในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงลดลง ซึ่ง “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี” ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากหลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นไปมาก รวมไปถึงนักลงทุนมาการหมุนไปเล่นหุ้นกลุ่มอื่น (Sector Rotation) เนื่องจากความคืบหน้าวัคซีนซึ่งเชื่อว่าจะหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้หุ้น laggard เช่น หุ้นพลังงาน, ธนาคาร เริ่มน่าจะกลับมาสร้างผลตอบแทนได้ดี แต่บริษัทมองว่าเป็นการปรับฐานในระยะสั้นๆ และปรับสมดุลของตลาดให้ดีขึ้น



“ราคาหุ้นเทคฯ” ในปัจจุบันสมเหตุสมผล...จะเกิด
‘ฟองสบู่’ เป็นไปได้ยาก

ส่วนการจะเกิดเป็น “ฟองสบู่ (Bubble)นั้น มองว่าเป็นไปได้ยาก เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของ “ดัชนี S&P500” ในรอบนี้มีความสมเหตุสมผลกว่าในอดีต ตามผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน โดยดูจากตัวเลขผลตอบแทน 3 ปีย้อนหลัง มีการเติบโตขึ้นมาได้ 100% เฉลี่ยอยู่ที่ 30% ต่อปีต่างจากในอดีตที่ผลตอบแทน 2 ปี สามารถทำผลตอบแทนได้ถึง 220% แต่ผลการดำเนินงานบริษัทไม่สามารถออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้





แนะนักลงทุน...ยิ่งราคาหุ้นย่อตัว-ถือเป็นโอกาสสะสม

จึงอยากแนะนำนักลงทุนที่ยังสนใจใน “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี” ว่าการย่อตัวลงมาก็ถือเป็นจังหวะที่เข้าไป ทยอยสะสมได้ เนื่องจากพื้นฐานของธุรกิจยังมีการเติบโตที่ดีได้ในอนาคต และในระยะสั้น “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังคงมีปัจจัยที่สนับสนุนให้สามารถเติบโตได้และยังคงน่าสนใจ


“ไม่ว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่มีวงเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญ จะออกมาให้เห็นในเร็วนี้ๆ นโยบายการเงินและนโยบายการคลังที่จะออกช่วยเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มดอกเบี้ยที่จะอยู่ทรงตัวในระดับต่ำไปอีก 1-3 ปี”



ชี้นักลงทุนต้อง “ยอมรับ” และ “เข้าใจ” ความผันผวน...ก่อนเข้าลงทุน

ฟาก “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ”ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บลจ. ทิสโก้ จำกัด ได้ให้มุมมองการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ว่า ผู้ลงทุนจะต้องยอมรับและเข้าใจถึงความผันผวนของกลุ่มหุ้นดังกล่าวก่อนจะลงทุน เนื่องจากเวลาเกิดเหตุการณ์อ่อนไหว (Sensitive) มีโอกาสที่หุ้นเทคฯ จะปรับตัวลดลงได้แรง



 (สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)



มองแนวโน้ม “หุ้นเทคฯ”...ยังเติบโตได้ดี

ส่วนในแง่ของพื้นฐานนั้น ยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตได้ดีโดยเฉพาะกลุ่ม “อินโนเวชั่นและนวัตกรรม” แม้ว่าเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จะเริ่มคลี่คลายได้จากฉีดวัคซีนต้านไวรัสจนทำให้เศรษฐกิจมีทิศทางที่จะกลับมาฟื้นตัว แต่ในทางกลับกันจากสถานการณ์ดังกล่าวเป็นตัวเร่งให้เทคฯ มีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น จึงเป็นไปได้ยากที่การเติบโตกลุ่มเทคฯ จะชะลอตัว


“ขณะที่ความกังวลที่จะเกิด ฟองสบู่ (Bubble)’ นั้น ก็เป็นไปได้ยากเช่นกัน เนื่องจากการปรับตัวของราคาหุ้นนั้นไม่ได้สูงเท่ากับในอดีตหรืออยู่ที่ 20-30 เท่า ต่างจากในอดีตที่มีการเก็งกำไรจนทำให้ราคาขึ้นไปถึง 200 เท่า จึงมองว่าการปรับในปัจจุบันยังสมเหตุสมผล และขณะเดียวกันผลการดำเนินงานของธุรกิจในปัจจุบันเป็นรูปร่างที่ชัดเจนกว่าในอดีต และแนวโน้มธุรกิจก็ยังเติบโตได้ดีในอนาคต”



“ราคาหุ้นดิ่ง” เป็นเพียงแค่การปรับฐาน...แนะ
‘ทยอยสะสม’

ซึ่งการปรับลงของราคาหุ้นในช่วงนี้ มองว่าเป็นเพียงแค่การ “ปรับฐาน” เท่านั้น เพราะด้วยทิศทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นทำให้นักลงทุนบางส่วนหมุนไปเล่นกลุ่มหุ้น Value ที่ราคายังค่อนข้างถูกและได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดแค่ในช่วงสั้นๆ เท่านั้น จึงถือเป็นโอกาสที่จะ “ทยอยสะสม” หุ้นเทคฯ ด้วยราคาที่ลดลงทำให้นักลงทุนได้ต้นทุนที่ถูกลงเช่นกัน


อย่างไรก็ดี นักลงทุนควร “กระจายความเสี่ยง” ในพอร์ตด้วยการลงทุนให้มีความหลากหลายธีมไม่กระจุกตัวในธีมใดธีมหนึ่งมากเกินไป เพราะทุกธีมการลงทุนก็เกิดความผันผวนของราคาสินทรัพย์ได้ด้วยเช่นกัน และควรมีความเข้าใจธุรกิจที่เข้าลงทุนเพื่อใช้ประเมินการรับความเสี่ยง


หุ้นเทคโนโลยี ถือเป็นอีกหนึ่งที่การเติบโตได้ดีในอนาคตด้วยบทบาทความสำคัญของกลุ่มที่ถูกเร่งตัวจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แต่อย่างไรในช่วงที่เกิดเหตุการณ์อ่อนไหวต่อหุ้นกลุ่มนี้ก็ทำให้ราคาหุ้นอ่อนไหวได้ง่ายด้วยเช่นกัน ฉะนั้นผู้ลงทุนก็อาจจะต้องรับความเสี่ยงดังกล่าวให้ได้ด้วยเช่นกัน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา