“EV Fund” ปีนี้ออกตัวไม่แรง-ตั้งแต่ต้นปีบวกเฉลี่ย +4.46%... แต่แนวโน้มดีพื้นฐานยังแกร่ง-ลงทุนได้ทั้ง “สั้น-ยาว” !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องผลงานกลุ่ม “กองทุนรถยนต์ไฟฟ้า” (EV Fund) กันบ้าง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งธีมย่อยที่ล้อไปกับ “ธีมพลังงานทดแทน” และ “ธีมเทคโนโลยี”


ปัจจุบัน “รถยนต์ไฟฟ้า” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันของคนเรา ค่ายรถยนต์ EV จากต่างประเทศอย่างจีน ที่ยกขบวนมาเปิดตลาดในไทยมีมากมายหลายยี่ห้อ ในตลาดโลกเองก็เช่นเดียวกัน


ปัจจุบันมี “กองทุนรถยนต์ไฟฟ้า” อยู่ 4 กอง ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันได้เฉลี่ย +4.46% อาจจะไม่ได้ร้อนแรงอย่างที่ตลาดคาดหวัง แต่มองระยะยาวก็ไม่แปลกใจที่จะเป็นอีกหนึ่งธีมลงทุนที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน


ผลงานของกองทุนกลุ่มนี้เป็นไงบ้างนั้น ทาง ทีมงาน Wealthythai’ รวบรวมเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


“กองรถยนต์ไฟฟ้า” ฟื้นไม่แรง
-ตั้งแต่ต้นปีเฉลี่ย +4.46%...“UEV” แชมป์กลุ่มโชว์ผลตอบแทน +8.73%

“กองทุนรถยนต์ไฟฟ้า” ในช่วงปีที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบตามหุ้นเทคโนโลยีที่ดำดิ่งจากดอกเบี้ยขาขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งผลกระทบก็ยังสะท้อนผ่านราคา NAV ของแต่ละกองทุนในปัจจุบันที่ยังคงต่ำกว่าราคา IPO ที่ 10 บาท ทุกกอง มากน้อยแตกต่างกันไป แม้ปีนี้ผลงานจะฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแต่ก็คงต้องใช้ระยะเวลากว่าจะกลับมาถึงระดับ IPO ได้อีกครั้ง เพราะมุมมองตลาดในภาพรวมเองแม้จะมองหุ้นเทคฯ ในภาพรวมจะกลับมาโดดเด่นอีกครั้งหลังจุดจบดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ก็จะไม่ได้หวือหวารวดเร็วเหมือนในช่วงก่อนที่บวกกันกระจายแต่ประการใด


มาดูผลงาน 4 “กองทุนรถยนต์ไฟฟ้า” ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนที่มีกองทุนหลักเหมือนกัน) กันเลยดีกว่า อาจจะไม่แรงเท่าไรนักเฉลี่ย 4.46% แม้จะเป็นธีม EV Car” เหมือนกัน แต่ผลงานค่อนข้างหลากหลายและแตกต่าง ขึ้นกับกองทุนปลายทางที่แต่ละกองทุนไปลงทุน ตลอดจนน้ำหนักการลงทุนที่แตกต่างกันนั่นเอง นำมาโดย


อันดับ1) “UEV” ของบลจ.ยูโอบี ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ +8.73% เป็น Fund of Funds ลงทุนในหลักทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสายการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลก  




2)
LHMOBILITY-Aของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ +7.92% เป็น Fund of Funds ลงทุนหุ้นต่างประเทศทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมต่างๆ ภายใต้ระบบการขนส่งอัจฉริยะ (Smart Transportation)


3)SCBEV(SSFE)ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +1.17% เป็น Feeder Fund ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘KraneShares Electric Vehicles & Future Mobility Index ETF’ เพื่อให้ผลตอบแทนสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิง Bloomberg Electric Vehicles Index


ปิดท้ายด้าน อันดับ4) ASP-POWERของบลจ.แอสเซท พลัส ผลตอบแทนติดลบ -7.77% เป็น Fund of Funds ลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่มีความเกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์หรือใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงไปใช้พลังงานทดแทน และ/หรือพลังงานสะอาด (Clean energy) เช่น พลังงานไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ ลม คลื่น เป็นต้น รวมถึงแหล่งพลังงานอื่นๆ ที่มีโอกาสเติบโตในอนาคต ทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมต้นน้ำ (Upstream) และปลายน้ำ (Downstream) เช่น บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) เป็นต้น


สำหรับ “กองทุนรถยนต์ไฟฟ้า” เป็นอีกหนึ่งธีมย่อยของหุ้นเทคฯ และพลังงานทดแทนที่สามารถลงทุนได้ทั้งใน “ระยะสั้น” และ “ระยะยาว” ตามแนวโน้มการเติบโตของความต้องการใช้ที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ใครที่รับความเสี่ยงได้และอยากมีไว้ติดพอร์ต ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’