“Welath Concept” บลน.น้องใหม่ไฟแรง... โฟกัสลูกค้า “HNW” มั่นใจธุรกิจพลิกมี “กำไร” ได้ในปีแรก !!!
Fun of Funds: การเติบโตของธุรกิจกองทุนรวมของไทย เป็นโอกาสให้ธุรกิจ “บริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน” (บลน.) กำเนิดเกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ให้กับกลุ่มนักลงทุน “สายกองทุนรวม” โดยเฉพาะ
เพราะสามารถที่จะซื้อ-ขายกองทุนของหลายบลจ.ได้ในที่เดียว เพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักลงทุนมากขึ้น
ปัจจุบันก็มีธุรกิจที่จดทะเบียนเป็น “บลน.” โฟกัสที่กองทุนรวมโดยเฉพาะประมาณ 9 แห่งด้วยกัน นี่ยังไม่นับรวมตัวแทนขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบลจ. แบงก์ หรือบล. อื่นๆ อีก
แต่ในส่วนของ “บลน.” เองที่เกิดขึ้นก็ดูจะเงียบๆ และที่รู้จักกันและดูจะประสบความสำเร็จในแง่ของธุรกิจก็มีไม่มากนัก อาจจะ 1-2 รายเท่านั้นเอง
วันนี้ “บลน.น้องใหม่” Wealth Concept ที่เริ่มธุรกิจมาเมื่อ 1 ธ.ค. 22 ที่ผ่านมา เพียง 5 เดือนก็มี AUM กว่า 2,000 ล้านบาท และลั่นธุรกิจจะเริ่มมีกำไรได้ในช่วงครึ่งหลังของปี23 นี้ได้เลยทันที พร้อมกับเป้า AUM สิ้นปีที่วางไว้ 3,000 ล้านบาท อีกด้วย
ทำไม “Wealth Concept” จึงแตกต่างจากบลน.อื่นๆ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย
“Wealth Concept” โฟกัสลูกค้า “HNW”…ขับเคลื่อนด้วยบริการคุณภาพจาก “in-house RM” !!!
ผู้ประกอบธุรกิจบลน.ส่วนใหญ่ ในแง่ของผลประกอบการส่วนใหญ่ก็ยังคง “ขาดทุน” กันอยู่ ที่มี “กำไร” มีเพียงน้อยนิด แต่ “บลน.เวลธ์ คอนเซปท์” (Wealth Concept) เพิ่งดำเนินธุรกิจไม่ถึงปีก็มั่นใจว่าจะสามารถพลิกกลับมามี “กำไร” ได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ได้เลย เป็นการเทิร์นกลับมามีกำไรได้ในปีแรกของการทำธุรกิจซึ่งถือว่าเร็วมาก
โดย “เจษฎา ยงพิทยาพงศ์” กรรมการและผู้จัดการ บลน. เวลธ์ คอนเซปท์ บอกว่า บลน.ส่วนใหญ่อาจเน้นไปที่ระบบออนไลน์และจับฐานลูกค้าทั่วไป ซึ่งใช้เงินลงทุนไปมากในขณะที่วอลุ่มลูกค้าอาจไม่ได้มากอะไร ในขณะที่ทางบริษัทโฟกัสชัดเจนไปในกลุ่ม “ลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง” หรือ “High Net Worth” ของแบงก์ต่างๆ ด้วยเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน “in-house RM” ที่มากประสบการณ์กว่า 42 ท่านมาให้บริการอย่างมืออาชีพ วอลุ่มในการซื้อขายของลูกค้ากลุ่มนี้ก็จะค่อนข้างใหญ่ ในขณะที่ตัวระบบเองบริษัทเลือกใช้ของ “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ทั้งหมด ทั้ง Fund Connext, Streaming Fund+ และระบบ E-open ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมกองทุนรวม ดังนั้นจึงมีประสิทธิภาพสูง โปร่งใส และสะดวกรวดเร็วในการโอนพอร์ตและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

(เจษฎา ยงพิทยาพงศ์)
"ที่สำคัญบริษัทมีจุดเด่นที่มีเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนที่มากประสบการณ์ ค่อยแนะนำการลงทุนและบริการลูกค้าอย่างใกล้ชิด เปรียบเสมือนการเป็นเลขานุการส่วนตัว โดยเจ้าหน้าส่วนใหญ่มาจากธนาคารพาณิชย์ ที่มีประสบการณ์ค่อนข้างสูง และมีความเข้าใจในกฎเกณฑ์ของหน่วยงานภาครัฐ อาทิเช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงเป็นปัจจัยทำให้ AUM ของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากที่เริ่มต้นด้วยศูนย์ในวันที่ 1 ธ.ค. 22 ผ่านมา 5 เดือน ปัจจุบันบริษัทมี AUM 2,000 ล้านบาท ฐานลูกค้า 450 ราย และตั้งเป้าสิ้นปี23 นี้ AUM จะขยับไปถึง 3,000 ล้านบาท และกองทุนส่วนใหญ่ที่บริษัทขายจะเป็นกลุ่ม ‘กองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศ’ (FIF) ประมาณ 80-90% ซึ่งเป็นโพรดักท์ High Fee ด้วย จึงทำให้ธุรกิจของบริษัทสามารถที่จะพลิกกลับมามีกำไรได้เร็ว คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ก็จะกลับมามีกำไรได้แล้ว"
ตั้งเป้าใน 3 ปี ดัน AUM แตะ 1 หมื่นล้านบาท ขึ้นทำเนียบ “Top5”…ส่วนแผนปีหน้าเตรียมขยับสู่บริการด้าน “ตราสารหนี้” เพิ่มเติม
เจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนของบริษัทเป็น “in-house RM” ที่มาร่วมก่อร่างสร้างธุรกิจไปด้วยกัน มีแนวคิดและอุดมการณ์เดียวกันในการจะสร้างความมั่งคั่งอยางยั่งยืนให้กับลูกค้าของเราเป็นสำคัญ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าจะเป็นบลน.ที่มี RM มากที่สุดในอุตสาหกรรมอีกด้วย หลังจากที่บริษัทเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางวันที่ 12 มิ.ย. 23 นี้ ที่ “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ก็เชื่อว่าจะมีทีม RM ที่สนใจจะมาร่วมงานกับบริษัทเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากมองไปถึงสิ้นปีนี้ก็น่าจะได้มาเพิ่มมากกว่า 20 รายจากปัจจุบัน

“ปัจจุบันระบบของบริษัทก็สามารถตอบโจทย์นักลงทุนทั่วไปได้เช่นกัน สำหรับใครที่อยากจะทำรายการซื้อขายด้วยตัวเองก็สามารถทำได้สะดวกสบาย เรามีการอัพเดทมุมมองการลงทุนตลอดจนข่าวสารต่างๆ ให้ผ่านช่องทางเวบไซด์ของบริษัทตลอดจนระบบการซื้อขายกองทุนในปัจจุบันอยู่แล้ว เพียงแต่โมเดลธุรกิจของบริษัทค่อนข้างชัดเจนที่จับกลุ่ม HNW เป็นหลักปัจจุบันก็มีสัดส่วนประมาณ 80-90% ของลูกค้าทั้งหมด”
บริษัทตั้งเป้าใน 3 ปี (2025) จะมี AUM แตะ 10,000 ล้านบาท ขึ้นไปเป็นบลน. “Top5” ในอุตสาหกรรมในที่สุด นอกจากนี้บริษัทเตรียมขยายธุรกิจไปสู่การให้บริการด้าน “ตราสารหนี้” ด้วยเช่นกัน โดยเตรียมจะขอ “ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ข” เพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นด้วย โดยคาดว่าในส่วนของตราสารหนี้นี้ในปีหน้าก็น่าจะให้บริการอย่างเป็นทางการได้เช่นกัน
ชู “หุ้น Big Tech” สหรัฐ และ “หุ้นจีน A-Share” เด่นสุด !!!
บริษัทเองมีอัพเดทมุมมองตลอดจนคำแนะนำการลงทุนให้ลูกค้าตลอดเวลา ทั้งในช่วงที่ดีมีกำไรและในช่วงที่ลูกค้าอาจจะบาดเจ็บจากการลงทุน ทีม RM ของบริษัทจะอยู่ให้คำแนะนำกับลูกค้าใกล้ชิด สำหรับมุมมองในช่วงนี้ ในช่วงที่คาดว่าทาง “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) เต็มที่ก็อาจจะขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้งก่อนที่จะคงดอกเบี้ยไว้อีก 3-6 เดือนเพื่อดูข้อมูลต่างๆ อีกครั้งว่าจะปรับดอกเบี้ยลงหรือไม่ ซึ่ง “หุ้น Big Tech” ของสหรัฐถือว่าน่าสนใจ ผลประกอบการก็ออกมาดี ส่วนในเอเชีย “หุ้นจีน A-Share” เป็นตลาดที่บริษัทชอบ ทั้งเศรษฐกิจที่เติบโตดี การเปิดประเทศ ซึ่งทำให้หุ้นจีนกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง สำหรับ “หุ้นเวียดนาม” ต้องมองระยะ 2-3 ปีจากนี้ แต่ระดับปัจจุบันก็ถือว่าไม่แพง ถ้าดัชนี VN30 ต่ำกว่า 1,000 จุด สามารถทยอยสะสมได้เช่นกัน
สำหรับ “Wealth Concept” ถือเป็นการรวมตัวของกลุ่มบุคคลประกอบด้วย “เอก อาหุนัย” (ลูกชายคุณสมโภชน์ อาหุนัย) ถือหุ้นสัดส่วน 22.86% เท่ากับ “ณัฏฐญาดา บูรณอรรถชัย” และ “ธำมรงค์ ยงพิทยาพงศ์” ถือ 14.29%
ตลาดนี้ในมุมมองของ “Wealth Concept” ถือว่ายังเปิดกว้างและเต็มไปด้วยโอกาส เพียงแต่การวางโมเดลธุรกิจของแต่ละบลน.อาจจะแตกต่างกันออกไป ส่วนตัว “บลน.เวลธ์ คอนเซปท์” เองมั่นใจว่าจะสามารถเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการได้อย่างแน่นอน
