Official Update :

มีจริง!! 12 “กองหุ้น” ผลตอบแทน 10 ปี ทะลุ 8% ต่อปี-ไร้เงา “กองหุ้นไทย”... ถ้าลงทุน 10 ปีก่อน ปัจจุบันเงินจะโตเพิ่มขึ้น “มากกว่า 2.2 เท่า” !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่อง 12 “กองหุ้น” ที่มีผลงานระยะยาวดีสามารถสร้างผลตอบแทน 10 ปี เฉลี่ยมากกว่า 8% ต่อปี มาฝากกัน


ในวันที่ “หุ้นไทย” ปีนี้ดูแย่จนท้อใจ ตั้งแต่ต้นปีติดลบไปแล้วกว่า -7% กองทุนส่วนใหญ่ก็ยังบาดเจ็บจากดอกเบี้ยขาขึ้นในปีก่อนอยู่


จนนักลงทุนส่วนใหญ่สงสัยและข้องใจว่า...“กองทุน” ที่ตอบโจทย์ระยะยาวให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี จะมีอยู่จริงมั้ย? หรือเป็นแค่ทฤษฎีในตำราเท่านั้น !!!


ทางทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ จึงได้สำรวจผลงานย้อนหลัง 10 ปี และพบว่ามี “กองหุ้นต่างประเทศ” 12 กอง ที่โชว์ผลตอบแทนมากกว่า 8% ต่อปีได้ ทั้ง 12 กองนั้น เป็นกองอะไรบ้างนั้น ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย



เปิด
12 "กองหุ้น" ผลตอบแทน 10 ปี มากกว่า 8% ต่อปี...“K-USXNDQ-A(D)” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุดทำได้ +16.84% ต่อปี !!!

การลงทุนใน “หุ้น” ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าโดยเปรียบเทียบเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นใน “ระยะยาว” ยังคงเป็นจริงอยู่ เพราะจากการสำรวจผลงานในระยะยาวของ “กองทุน” ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 8% ต่อปี นั้น พบว่าทั้ง 12 กองที่ทำได้ล้วนเป็น “กองหุ้น” ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นทุกกอง


“แน่นอนว่าในระยะสั้น อาจมีความผันผวนของผลตอบแทนได้ บางปีติดลบ บางปีเป็นบวก แต่โดยเฉลี่ยในระยะยาว 10 ปี แล้วทั้ง 12 กองหุ้นนี้ก็ทำผลตอบแทนได้มากกว่า 8% ต่อปี ได้ ตามหลัก High Risk, High Expected Return นั่นเอง”


อย่าง “เงินฝาก” ความผันผวนอาจจะน้อย รู้เลยว่าปีนี้จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1% ต่อปี ปีหน้าก็คาดเดาได้และไม่เหวี่ยงไปมาก ความผันผวนน้อย ความเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนก็เลยน้อยตามไปด้วย


ทั้ง 12 “กองหุ้น” ที่โชว์ผลตอบแทน 10 ปี มากกว่า 8% ต่อปีนั้น (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนหลักที่เหมือนกัน) ล้วนเป็น “กองหุ้นต่างประเทศ” ทั้งหมด  โดยทำผลตอบแทนได้ตั้งแต่ 8.17 – 16.84% ต่อปี


“นั่นหมายความว่าใครลงทุนกับทั้ง 12 กองทุนนี้ เมื่อ 10 ปีก่อน ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น 100,000 บาท ผ่านมา 10 ปี เงินจะเพิ่มขึ้นเป็น 219,315 – 474,150 บาท เพิ่มขึ้น 2.2 – 4.7 เท่าเลยทีเดียว !!!




ทั้ง 12 “กองหุ้น” แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่


-กองหุ้นสหรัฐ: มีมากสุด 7 กอง เน้นลงทุนในหุ้นดัชนี Nasdaq100, S&P500 และหุ้นสหรัฐ ซึ่งถือเป็นตลาดที่พัฒนาแล้วที่ยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีและกองทุนที่มีผลงานสูงสุดก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ประกอบด้วย


-K-USXNDQ-A(D)” ของบลจ.กสิกรไทย ทำผลตอบแทน 10 ปี ได้สูงสุด 16.84% ต่อปี

- SCBS&P500” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ 10 ปี ทำได้ 10.79% ต่อปี

- TMBUS500” ของบลจ.อีสท์สปริง 10 ปี ทำได้ 10.42% ต่อปี

- TISCOUS-A ของบลจ.ทิสโก้ 10 ปี ทำได้ 10.40% ต่อปี

- ASP-S&P500” ของบลจ.แอสเซท พลัส 10 ปี ทำได้ 9.91% ต่อปี

- 1US-OPP ของบลจ.วรรณ 10 ปี ทำได้ 9.21% ต่อปี

- K-USA-A(D) ของบลจ.กสิกรไทย 10 ปี ทำได้ 8.17% ต่อปี


-กองหุ้นโลก: เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลก มี 2 กอง ประกอบด้วย ได้แก่

- TMBWDEQ ของบลจ.อีสท์สปริง 10 ปี ทำได้ 9.23% ต่อปี

- SCBPGF ของบลจ.ไทยพาณิชย์ 10 ปี ทำได้ 8.68% ต่อปี

-กองหุ้นอินเดีย: มี 1 กอง ได้แก่ K-INDIA ของบลจ.กสิกรไทย 10 ปี ทำได้ 8.32% ต่อปี

-กองหุ้นญี่ปุ่น: มี 1 กอง ได้แก่ “ASP-NGFของบลจ.แอสเซท พลัส 10 ปี ทำได้ 8.20% ต่อปี


สำหรับใครที่อยากเห็นเงินงอกเงยเติบโตได้ดีในระยะยาว การลงทุนใน “หุ้น” ก็ยังเป็นทางเลือกที่ไม่อาจละทิ้งและสามารถคาดหวังได้ แต่การเลือกกองทุนก็ถือเป็น “ความเสี่ยง” เช่นเดียวกัน ทั้ง 12 “กองหุ้น” นี้ถือเป็นตัวอย่างเชิงประจักษ์ว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยังมีกองทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เฉลี่ย 8% ต่อปีจริงๆ อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมว่า “ผลงานในอดีต ไม่ได้การันตีถึงผลงานในอนาคต” แต่ประการใด และกองทุนที่ผลงานไม่ดีในช่วงเวลานี้ก็มีโอกาสที่จะกลับมาสร้างผลงานในอนาคตได้เช่นกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’