“SCBRMJP” ลุยหุ้นคุณภาพในตะกร้าดัชนี “Nikkei225”...ตอบโจทย์เป้าหมาย ‘วัยเกษียณ’ !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้ยังคงเป็นกองทุนในกลุ่ม “Japan Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี “Nikkei 225” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงดัชนี
ที่ปีนี้ทำผลตอบแทนได้ดีบวกมาแล้วกว่า +26% ติดหนึ่งในตลาดที่ผลงานดีสุดตลาดหนึ่งของโลก !!!
จึงมีนักลงทุนไม่น้อยที่หาจังหวะหรือมองหาโอกาสการลงทุนใน “หุ้นญี่ปุ่น” อย่างต่อเนื่อง ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการหยิบยก “กองทุนรวมหุ้นญี่ปุ่น” ที่น่าสนใจมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านในครั้งนี้

“SCBRMJP” คัดเน้นๆ หุ้นคุณภาพในดัชนี Nikkei225 ตอบโจทย์เกษียณ
แม้ภาวะ “ตลาดหุ้นทั่วโลก” โดยรวมในปัจจุบันค่อนข้างซบเซา ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่ไม่นข้างจะเป็นใจต่อภาพรวมการลงทุนมากนัก ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเงินเฟ้อ นโยบายอัตราดอกเบี้ย ไปจนถึงทิศทางของราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
ทำให้ผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นหลายๆ ประเทศค่อนข้างจะติดลบเป็นส่วนใหญ่ จะเว้นก็แต่ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ที่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันก็ยังสามารถยืนในแดนบวกได้ และเป็นอีกหนึ่งพิกัดการลงทุนที่น่าสนใจของนักลงทุนทั่วโลกในปัจจุบัน

โดยกองทุนรวมดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ “SCBRMJP” จากทาง ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด’ ซึ่งความน่าสนใจของกองทุนข้างต้นนี้ด้วยนโยบายแล้ว ลผการดำเนินงานที่สามารถทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอมาจึงทำให้เป็นอีกหนึ่งใน “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” อีกด้วย
ในส่วนของรายละเอียดกองทุนนั้น อย่างที่รู้กันว่าเป็นกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ แต่จะเป็นในรูปแบบของฟีดเดอร์ฟันด์หรือลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นหลักเพียงกองทุนเดียว ที่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 จนถึงปัจจุบัน(ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2566) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 268,176,984 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุน 16.89 บาท
สำหรับนโยบายการลงทุนหรือกองทุนหลักที่กองทุน SCBRMJP ได้เข้าลงทุนนั้น ก็คือ NEXT FUNDS Nikkei 225 Exchange Traded Fund ซึ่งเป็นกองทุนประเภท ETF ที่บริหารงานภายใต้ความดูแลของ Nomura Asset Management Co.,Ltd. จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และลงทุนในสกุลเงินเยน
“ทั้งนี้ กองทุนหลักมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225 และตราสารทุนที่กำลังจะมาเป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225 ในสัดส่วนการลงทุนเดียวกับจำนวนหุ้นในดัชนีนิคเคอิ 225 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ไปในทิศทางเดียวกันหรือใกล้เคียงกับดัชนีนิคเคอิ 225 ดังกล่าว ณ วันที่ 31 พ.ค. 23 กองทุนลงทุนในกองทุนหลัก 95.73%”
หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ ‘กอง SCBRMJP’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
โดยการจัดสรรเม็ดเงินลงทุนในรายอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่มีมูลค่าลงทุนสุงสุด (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 23) จะประกอบไปด้วย
-เครื่องใช้ไฟฟ้า 24.3%
-ค้าปลีก 12.3%
-สื่อสาร 10.0%
-ปิโตรเคมี 6.7%
-ยาเวชภัณฑ์ 6.5%

“ด้านผลการดำเนินงานของ ‘SCBRMJP’ นั้น ข้อมูลตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 23) จนถึงปัจจุบันมีผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 6.47% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 6.77% ต่อปี) ในขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 18.94% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 19.94% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -32.03%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
โดยนักลงทุนหรือผู้อ่านที่สนใจอยากจะลงทุนในกองดังกล่าวด้วยเงื่อนไขการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนการขายคืนขั้นต่ำและยอดคงเหลือก็จะอยู่ที่ 1,000 บาทเช่นเดียวกัน โดยเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+3)

สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จํากัดหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและยังมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น SCB EASY
“ญี่ปุ่นอาจจะเป็นประเทศที่ใครหลายคนใฝ่ฝันหรือเดินทางไปท่องเที่ยวอีกหนึ่งประเทศ แต่ในสำหรับการลงทุนนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความน่าสนใจไม่น้อย แม้ว่าดัชนีตลาดจะแตะระดับสูงสุดในรอบ 33 ปี แต่หากเทียบกลับตลาดหุ้นขนาดใหญ่ด้วยกันนั้น ก็ยังถือว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีระดับราคาที่ถูกกว่ามาก เชื่อว่า ‘SCBRMJP’ จะเป็นอีกทาเงลือกที่ตอบโจทย์ได้อยู่บ้างไม่มากก็น้อย”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
