ชู ‘กองอสังหาฯ-อินฟราฟันด์’ ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ...ในการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ !!!
วิกฤติ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวมในช่วงที่ผ่านมา ในส่วนของกลุ่ม “กองอสังหาฯ-อินฟราฟันด์” ก็ได้รับผลกระทบมากน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ประเภทของทรัพย์สิน
แต่สินทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในภาคท่องเที่ยวหรือโรงแรมแล้ว ต้องถือว่า ผลกระทบมีค่อนข้างจำกัด
และยังสามารถนำรายได้มาจ่ายคืนผู้ลงทุนทั้งในรูปของ ‘เงินปันผล’ และ ‘เงินลดทุน’ ได้อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดทาง “บลจ.กสิกรไทย” ก็เตรียมปันผล 4 ‘กองอสังหาฯ-อินฟราฟันด์’ กว่า 400 ล้านบาท พร้อมกัน 26 มี.ค.นี้
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้มาอัพเดทให้ฟังกัน
“บลจ.กสิกรไทย” เตรียมปันผล 4 ‘กองทุนอสังหาฯ-กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน’ พร้อมกัน 26 มี.ค. นี้
โดย “วิทวัส อัจฉริยวนิช” รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย จำกัด บอกว่า วิกฤติ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อกองทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม ในขณะที่ “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์” และ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” ที่บริษัทบริหารนั้นยังคงรักษาผลการดำเนินงานเพื่อข้ามผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ ล่าสุดบริษัทเตรียมจ่ายปันผลและลดทุนจดทะเบียนของ 4 กองทุน ได้แก่
-‘กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เคพีเอ็น (KPNPF)’ และ ‘กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์ (MJLF)’ สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. - 31 ธ.ค. 20 โดยจ่ายปันผลในอัตรา 0.0800 และ 0.1175 บาทต่อหน่วย ตามลำดับ
-‘กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลด์ (GOLDPF)’ สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. - 31 ธ.ค. 20 ลดทุนในอัตรา 0.1000 บาทต่อหน่วย
-‘กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ABPIF)’ สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. - 31 ธ.ค. 20 จ่ายปันผลในอัตรา 0.0526 บาทต่อหน่วย และลดทุนจดทะเบียนในอัตรา 0.5400 บาทต่อหน่วย

(วิทวัส อัจฉริยวนิช)
“โดยลูกค้าทั้ง 4 กองทุนจะได้รับเงินพร้อมกันในวันที่ 26 มี.ค. 21 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 429 ล้านบาท”
“KPNPF” และ “MJLF” ผลงานดีต่อเนื่อง...จุดแข็งบนทำเลที่เป็นต่อ
สำหรับ ‘กองทุน KPNPF’ มีนโยบายลงทุนในกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคารสำนักงาน และระบบสาธารณูปโภคของ ‘อาคารเคพีเอ็น ทาวเวอร์’ ที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพ ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน อีกทั้งยังได้รับอานิสงส์จากแผนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะผ่านหน้าโครงการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2023 ทำให้มีแนวโน้มความต้องการเช่าและมีอัตราค่าเช่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2013 กองทุนมีการจ่ายปันผลรวมทั้งสิ้น 31 ครั้ง เป็นเงิน 3.7268 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 4.85% ต่อปี”
ส่วน ‘กองทุน MJLF’ มีนโยบายลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารใน ‘โครงการ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน และโครงการศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ซูซูกิ อเวนิว รัชโยธิน’ รวมถึง ‘โครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต’ ซึ่งทั้ง 3 โครงการมีลักษณะเป็นอาคารไลฟ์สไตล์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ โดยทั้ง 2 โครงการที่ตั้งอยู่รัชโยธินได้รับอานิสงส์จากการเปิดใช้งานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ทำให้การเดินทางไปมาสะดวกขึ้นมาก ประกอบกับลูกค้าเริ่มกลับเข้ามาใช้บริการร้านค้าต่างๆ มากขึ้น
“ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2007 กองทุนมีการจ่ายปันผลรวมทั้งสิ้น 53 ครั้ง เป็นเงิน 11.9855 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 8.85% ต่อปี”
“GOLDPF” & “ABPIF” ผลกระทบจาก COVID-19 จำกัด
ด้าน ‘กองทุน GOLDPF’ มีนโยบายลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ ขนาด 162 ห้องของ ‘โครงการเดอะ เมย์แฟร์ แมริออท เอ็กเซคคิวทีฟ อพาร์ทเมนต์’ ซอยหลังสวน ถนนเพลินจิต โดยในช่วงที่ผ่านมาโครงการได้รับผลกระทบโดยตรงจากการมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศลดลง อย่างไรก็ดี โครงการยังคงมีผู้เข้าพักที่ทำสัญญาระยะยาวอยู่ ซึ่งพอจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวได้บ้าง
“ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2007 มีการจ่ายปันผลรวมทั้งสิ้น 23 ครั้ง เป็นเงิน 5.7835 บาทต่อหน่วย และลดทุนจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง เป็นเงิน 0.4748 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลและลดทุนจดทะเบียนเฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 4.76% ต่อปี”
สุดท้าย ‘กองทุน ABPIF’ เป็นการลงทุนในสัญญาโอนผลประโยชน์จากการประกอบกิจการไฟฟ้าของ ‘โรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 2’ ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ที่มีรายได้หลักมาจากการทำสัญญาระยะยาวในการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ซึ่งสัญญาโอนผลประโยชน์ของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 2 จะมีอายุคงเหลือจนถึงปี2022 ทำให้ในช่วงที่ผ่านมากองทุนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 อย่างจำกัด
“ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้ง ‘กองทุน ABPIF’ เมื่อปี 2013 ได้มีการจ่ายปันผลรวมทั้งสิ้น 15 ครั้ง รวมเป็นเงินอัตรา 4.4929 บาทต่อหน่วย และลดเงินทุนจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 15 ครั้ง เป็นเงิน 7.9160 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลและลดทุนจดทะเบียนเฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 36.27% ต่อปี
สถานการณ์ของ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย วัคซีนมาแล้วอีกไม่นานกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ก็น่าจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เชื่อว่ากลุ่ม “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์” และ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” ยังจะเป็นคำตอบของทางเลือกในการสร้างกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี
