Official Update :

“บลจ.อเบอร์ดีน” มอง Fed หั่นดอกเบี้ยปี24 แรงไปจบที่ 1.5%... “หุ้นไทย” ฟื้นครึ่งหลังปี23 ชี้ “ถูก-น่าสนใจ” ให้เป้า 1,629 จุด !!!

Fun of Funds: ตอนนี้ทั่วโลกกำลังจับตาดูผลการประชุม “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) วันที่ 25-26 ก.ค. นี้ว่าจะเป็นยังไง จะมีการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในการประชุมครั้งนี้เลยหรือเปล่า ส่วนตลาดคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอีก 0.25% ไปอยู่ที่ 5.25-5.50% ไปเรียบร้อยแล้ว


ในส่วนของ “หุ้นไทย” เองก็ยังไม่ไปไหน รอความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะทำให้การเมืองที่เคยกดดันตลาดอยู่นั้น คลี่คลาย เรียกความเชื่อมั่นให้กลับมาได้ทันในช่วงหลังปี23 นี้


ส่วนมุมมองการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีจะเป็นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทจากผู้เชี่ยวชาญจาก “บลจ.อเบอร์ดีน” พร้อมๆ กันได้เลย


“พันธบัตรรัฐบาล” น่าสนใจสุด...คาดดอกเบี้ย
Fed ปีหน้าจะลดลงเร็วและแรง

โดยทาง “พงค์ธาริน ทรัพย์ยานนท์”  Head of Fixed Income and Asset Allocation บลจ.อเบอร์ดีน มองว่า ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจของโลกค่อนข้างสับสน บางภูมิภาค บางประเทศ และบางส่วนของเศรษฐกิจก็ดูดี แต่ในบางภูมิภาค บางประเทศ และบางส่วนของเศรษฐกิจก็ดูแย่ ทั้งนี้ตัวเลข Gross Domestic Income (GDI) ปัจจุบันต่างกับตัวเลข Gross Domestic Product (GDP) ค่อนข้างมากทั้งที่ควรจะเท่ากันและเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ภาพรวมของทั่วโลกกำลังการผลิตสะท้อนผ่านตัวเลข PMI ภาคการผลิตที่ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ตัว PMI ภาคบริการสูงกว่าและเป็นภาคที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วโลกในปัจจุบัน และหนึ่งในข้อมูลที่นักลงทุนสนใจ ก็คือ “ดอกเบี้ย” เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ผลตอบแทนของพันธบัตร อัตราแลกเปลี่ยน และวงจรเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะ “ดอกเบี้ยของสหรัฐ” เป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง


(พงค์ธาริน ทรัพย์ยานนท์)



“เศรษฐกิจสหรัฐมีการเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ช้าออกไปจากเดิมที่คาดว่าจะเกิดช่วงครึ่งหลังปี23 ขยับออกไปเป็นช่วงครึ่งแรกปี24 ในส่วนของมุมมองดอกเบี้ยตลาดคาดว่าในปีนี้จะจบไม่เกิน 5.5-5.75% ส่วนเรามองไว้ที่ 5.38% (หรือประมาณ 5.5%) แต่มุมมองดอกเบี้ย Fed ในปีหน้าตลาดส่วนใหญ่มองว่าจะเป็นขาลงและไปจบที่ระดับ 4.25 – 4.5% แต่ทาง อเบอร์ดีน มองว่าจะลดมากกว่านั้นมากไปอยู่ที่ 1.38% (ประมาณ 1.5%) ซึ่งส่งผลดีต่อการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลในภาพรวม”


ตลาดมองสหรัฐเป็น Soft Landing แต่ตัวเลขดอกเบี้ยของ Fed ที่ตลาดมองกันสะท้อนภาพมุมมองเศรษฐกิจที่ยังค่อนข้างร้อนแรง ซึ่งเรามองว่าโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างต่ำและเมื่อพิจารณาดอกเบี้ยที่เป็นกลางในระยะยาวที่ 2.5-3.0% เชื่อว่าตัวเลขดอกเบี้ยจะลงไปต่ำกว่านั้นในปี24 ซึ่งเป็นการมองค่อนข้างไกลในอีก 18 เดือนข้างหน้า บอกกับภาพของเงินเฟ้อสหรัฐเองก็อยู่ในชาลงด้วยเช่นกัน


“เรามอง Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้แล้วคงไว้ ในส่วนของธนาคารกลางตลาดพัฒนาแล้วก็คงจบดอกเบี้ยขาขึ้นเช่นกัน และมีทิศทางปรับลดลงในปีหน้า นั่นทำให้สินทรัพย์ประเภท พันธบัตรรัฐบาล ในภาพรวมมีความน่าสนใจและโดดเด่นที่สุด ในส่วนของกลุ่ม ‘Credit’ นั้น เราชอบ Investment Grade มากกว่า หุ้นตลาดเกิดใหม่ น่าสนใจจะได้ประโยชน์จากการที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า”



“หุ้นไทย
” หลังมี “รัฐบาล” ลุ้นเงินต่างชาติไหลกลับ...มองกรอบ SET Index ครึ่งปีหลัง 1,451-1,629 จุด

หันมาทาง “ตลาดหุ้นไทย” กันบ้าง ซึ่งปัจจุบันปัจจัยการเมืองก็ยังคงกดดันทิศทางของตลาดไม่ให้ไปไหนไกล


อย่างไรก็ตาม “ดรุณรัตน์ ภิยโยดิลกชัย” Head of Equities-Thailand บลจ.อเบอร์ดีน ยังมองว่า ปัจจัยที่จะขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยหลังจากนี้จะเป็นเม็ดเงินลงทุนต่างชาตินั่นเอง หลังจากที่ซื้อปีก่อนไปกว่า 2 แสนล้านบาท และมาขายไปปีนี้ 1 แสนล้านบาท ขายไปเกือบครึ่งของปีที่แล้วก็น่าจะกลับมาหลังจากที่มีการจัดตั้ง “รัฐบาลใหม่” ไม่ว่านายกรัฐมนตรีเป็นใคร แต่การเมืองที่มีเสถียรภาพสำคัญที่สุด มีนโยบายออกมา ความเชื่อมั่นจะกลับมา ต้องไม่ลืมว่าในช่วงที่หุ้นไทย 1,800 จุด ก็อยู่ในยุครัฐบาลทหาร ตัวเลขการส่งออกในช่วงครึ่งหลังปี23 ก็จะออกมาดีกว่าช่วงครึ่งแรกปี23 เพราะมาจากฐานที่ต่ำในเดือนต.ค.22 นั่นเอง ที่สำคัญภาคการส่งออกของไทยค่อนข้างกระจายตัวไม่ได้พึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป มีทั้งสหรัฐ, ยุโรป, จีน หรืออาเซียน เมื่อประเทศใดเกิดเศรษฐกิจชะลอตัวจึงกระทบกับไทยค่อนข้างจำกัด


เงินเฟ้อไทยก็อยู่ในช่วงขาลง ภาคการท่องเที่ยวก็จะเป็นอีกปัจจัยที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ โดยคาดว่าปี23 นี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 27-30 ล้านคน คิดเป็น 70-75% ก่อนเกิด COVID-19 เราใช้สมมุติฐานการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 40% หรือ 4.0-4.5 ล้านคน


(ดรุณรัตน์ ภิยโยดิลกชัย)



“เราประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะโต 3.5% ใกล้เคียงกับหน่วยงานภาครัฐที่มมองกัน ในส่วนของตลาดหุ้นไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,451 – 1,629 จุด แม้ดูว่าอัพไซด์ไม่มาก แต่ หุ้นไทยปัจจุบันมูลค่าน่าสนใจ ถ้าตัด DELTA ออก Forward P/E ปี23 จะอยู่ที่ 15.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี กว่า 10% ถ้ามองเฉพาะอัพไซด์การจะไปลงทุนในกองทุน Passive Fund อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไรนัก แต่ Active Fund ที่มองหาหุ้นเพื่อลงทุนน่าจะตอบโจทย์มากกว่า ซึ่งในชว่งที่ผ่านมาก็มีหุ้นหลายกลุ่มที่ลงมาซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของตัวเองเช่นกัน โดยกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจได้แก่ Tourism/Transport, Financials, Commerce, Property เป็นต้น ส่วนใครที่กลัวความผันผวนกลุ่ม Healthcare และ Telecom ก็เป็นตัวช่วยที่ดีเช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องไปเลือกหุ้นเพื่อลงทุนด้วยเป็นสำคัญ”


มองไปในครึ่งปีหลังภาพต่างๆ น่าจะมีความชัดเจนขึ้นทั้งในต่างประเทศ เช่น ทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐ ซึ่งน่าจะสิ้นสุดขาขึ้นในปีนี้และกลับสู่ขาลงในปีหน้า ส่งผลให้ “พันธบัตรรัฐบาล” เป้นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสุด ส่วนไทยเองเศรษฐกิจยังคงเติบโตต่อเนื่อง ปัจจัยการเมืองก็น่าจะคลี่คลายและชัดเจนขึ้นเช่นกัน นั่นทำให้ภาพ “หุ้นไทย” ในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก ใครยังไม่ได้ขยับปรับพอร์ตก็ยังมีเวลาให้ทำกันในตอนนี้...ยังทัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

โต๊ะกองทุน WealthyThai

Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
Updated 4 hours ago
News Highlight
D โชว์ผลงาน ครึ่งปีแรก 2569 กวาดรายได้ 554 ลบ. ธุรกิจทันตกรรมแข็งแกร่ง ลูกค้าต่างชาติเติบโตสูงเชื่อมั่นมาตฐานระดับสากล
Updated 4 hours ago
News Highlight
ธนจิรา กรุ๊ป ส่งสัญญาณฟื้นตัว ครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 983.8 ลบ. เติบโต 9.0% กำไรสุทธิ 35.3 ลบ. เพิ่มขึ้น 26.9%
Updated 4 hours ago
News Highlight
หลักทรัพย์บัวหลวง ยกระดับพอร์ตลงทุนหุ้นนอกด้วย “กลยุทธ์ DR Stock Focus” ชูจุดเด่น “จัดพอร์ตเชิงรุก” ผ่าน DR01 ตัวท็อป
Updated 4 hours ago
Follow Us