Official Update :

“LHMSFL-D” คว้าโอกาสลุยหุ้นไทยไซส์ “กลาง-เล็ก”…สไตล์ “Aggressive Allocation” !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้ยังคงเป็นกองทุนในกลุ่ม Aggressive Allocationที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ หรือมีปัจจัยพื้นฐานดี


ตอบโจทย์นักลงทุนที่สนใจจะลงทุนในหุ้นแต่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตที่ยืดหยุ่นกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดไม่เป็นใจ ก็มีทางหนีทีไล่ให้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนลงได้ ไม่ถูกล็อกให้ต้องคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไว้ 65% ของ NAV เหมือนกองหุ้นทั่วไปนั่นเอง


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้นำกองทุนรวมผสมในกลุ่ม Aggressive Allocation” ที่น่าสนใจมาแบ่งปันกันในครั้งนี้



“LHMSFL-D” ลุยหุ้นไทยไซส์ “กลาง-เล็ก” สไตล์ Aggressive Allocation

สำหรับในปี 2566 ก็ผ่านระยะเวลามากว่าครึ่งทางแล้ว ซึ่งปัจจัยภายในประเทศหลายๆ อย่างก็เริ่มจะคลี่คลายมากขึ้นและผลการดำเนินงานของบริษัทก็เริ่มมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น กำไรบริษัทจดทะเบียนไทยก็น่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว


ทำให้มีนักลงทุนไม่น้อยที่เริ่มหันกลับเข้ามาทยอยสะสมหรือหาจังหวะในการซื้อหุ้นหลายๆ ตัวที่ปรับตัวลงมาถึงในระดับที่น่าสนใจหรือมีระดับราคาที่ค่อนข้างถูก โดยเฉพาะในกลุ่ม “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ที่ลงมาค่อนข้างแรงในปีนี้


แต่การจะลงทุนในหุ้นหลายตัวพร้อมกันก็อาจจะต้องใช้เงินที่ค่อนข้างสูงและอาจไม่มีเวลาที่จะติดตามดูการลงทุนอย่างใกล้ชิด การลงทุนผ่านกองทุนผสม “Aggressive Allocation” จึงเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี




โดยกองทุนที่น่าสนใจในกลุ่มนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิด แอล เอช เอ็ม เอส เฟล็กซิเบิ้ล ชนิดจ่ายเงินปันผล” หรือ “LHMSFL-Dที่เป็นหนึ่งในภายใต้การบริหารจัดของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จํากัด ซึ่งด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งหวังให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงกว่าดัชนีชี้วัดและสามารถทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลการดำเนินงานโดดเด่นในกลุ่มจึงเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่ได้เรทติ้ง “5 ดาว” จาก “มอร์นิ่งสตาร์”


สำหรับรายละเอียดของกองทุนนั้น จะเป็นกองทุนผสม ที่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 ซึ่งจนปัจจุบัน (ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2566) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 8,139,199 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 11.21 บาทต่อหน่วย


“ด้านนโยบายจะลงทุนของกองนั้น จะลงทุนในตราสารแห่งทุน (หุ้น) ที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ หรือมีปัจจัยพื้นฐานดี โดยมีความยืดหยุ่นอย่างการคงสัดส่วนการลงทุนตั้งแต่ 0-100% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ เงินฝากธนาคาร รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานประกาศกำหนด


ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นอันดับแรก แต่หากการลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ผู้จัดการกองทุนอาจจะพิจารณาลงทุนในหุ้นกลุ่มอื่น เพื่อประโยชน์ของกองทุนเป็นหลัก


หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นเล็ก” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ กอง LHMSFL-D มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นเล็ก” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 23 มีการลงทุนในหุ้นอยู่ 89.72% ของ NAV


โดยหุ้น 4 อันดับแรกที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ KAMART 9.30%, MOSHI 5.80%, ERW          3.99% และ BA 3.99%


“ในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘LHMSFL-D’ นั้นเฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาอยู่ที่ 6.17% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 2.19% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 16.09% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 7.67%) แต่อย่างไรก็ดีการลงทุนมักมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน โดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -34.34%



นอกจากนี้กองทุนยังมีนโยบายการ “จ่ายเงินปันผล” ที่มีข้อกำหนดจะจ่ายไม่เกินปีละ 12 ครั้ง ยังเป็นตัวช่วยเสริมในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในระหว่างทางลงทุนอีกด้วย โดยตั้งแต่จัดกองทุนขึ้นมาจนถึงปัจจุบันนั้นกองทุนได้มีการจ่ายปันผลไปแล้วทั้งสิ้น 22 ครั้ง รวมเป็นเงิน 5.12 บาทต่อหน่วย ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้เป็นอย่างดี


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด

สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้โดยไม่มีข้อกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำทั้งใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำไม่มีกำหนดเพียงแต่การขายในหนึ่งครั้งระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะอยู่ที่ภายใน 2 วัน



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆโดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น LH Fund online


กองทุนผสมสไตล์ Aggressive Allocation เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนในหุ้น โดยมีความยืดหยุ่นที่สูงกว่ากองทุนหุ้นปกติ สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่ง กอง LHMSFL-D’ ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์โดยเฉพาะใครที่โฟกัสไปในกลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็กโดยเฉพาะ ที่สำคัญกองทุนยังมีนโยบาย การจ่ายปันผลมาคืนให้ระหว่างที่ลงทุนในตลาดหุ้นที่มีความผันผวนอีกด้วย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม