ชู “Life Settlement” เติมเต็มพอร์ตหลัก ผลตอบแทนเด่น 8 – 9% ต่อปี… แนะ “กระจายลงทุน” พร้อมหั่นเป้า “ดัชนีหุ้นไทย” ปีนี้เหลือ 1,570 จุด !!!
Fun of Funds: วันนี้ประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 “เศรษฐา ทวีสิน” ที่จะนำรัฐบาลชุดใหม่ขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป ซึ่งมีความท้าทายมากมายรออยู่ข้างหน้า
ตลาดหุ้นไทยดูจะตอบรับในเชิงบวก แต่บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังคงผันผวน แม้ว่าภาพรวมของหุ้นตลาดหลักๆ ในปีนี้จะฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีก็ตาม
ในบรรยากาศเช่นนี้ การกระจายการลงทุนไปใน “สินทรัพย์ทางเลือก” (Alternative Investment) จะช่วยสร้างสมดุลให้พอร์ตได้เป็นอย่างดี
ซึ่งหนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจก็คือ “Life Settlement” ที่ลงทุนใน “กรมธรรม์ประกันชีวิต” ตลาดรองสหรัฐ นั่นเอง
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจของ “Life Settlement” และมุมมองการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีจากผู้เชี่ยวชาญมาอัพเดทกันเช่นเคย
“ศก.โลก & สินทรัพย์หลัก” ปีนี้ยังคงผันผวน...แต่ยังมองบวก “หุ้น”
โดย “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ มองว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเผชิญกับความผันผวนจากปัญหาสภาพคล่องในภาคธนาคารประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน และทิศทางเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงบางประเทศ ทั้ง สหรัฐ ยุโรป หรือ แม้แต่ภูมิภาคเอเชีย แม้สถานการณ์เงินเฟ้อทั่วโลกจะผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไปแล้วก็ตาม แต่หลาย “ธนาคารกลาง” ยังติดตามอัตราเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด ประกอบกับปัจจัยความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ยังมีโอกาสสร้างความผันผวนให้ “สินทรัพย์หลัก” ได้เป็นระยะ

(พจน์ หะริณสุต)
“ในแง่ของการลงทุนในตลาดสินทรัพย์หลัก บริษัทยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น โดยแนะนำทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัว โดยตลาดที่น่าสนใจได้แก่ ‘หุ้นสหรัฐ’ ที่ยังไปได้เมื่อดอกเบี้ยถึงจุดสูงสุดและปรับตัวลงในอนาคต ‘หุ้นเอเชียแปซิฟิก-ธีม ESG’ ที่ลงทุนในธุรกิจที่มีความยั่งยืนและพลังงานสะอาด (Asia Pacific ESG) ที่จะได้ประโยชน์จากอัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคที่ชะลอตัว ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านดอกเบี้ยนโยบาย และเชื่อว่าจะเป็นภูมิภาคสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้า ส่วน ‘หุ้นจีน’ มอง Neutral แต่มีดีที่ราคาถูกเพียงแต่มีปัจจัยลบมากดดันทิศทางตลาดอยู่”
ในส่วนของ “ตราสารหนี้” มองบวกกลุ่ม “Global High Yield” ที่มีอายุตราสารสั้น (Short Duration) ซึ่งได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้นน้อย ให้ Yield สูงน่าสนใจ Yield ที่ได้ตอนนี้ 4 – 5% อีกกลุ่มได้แก่ “พันธบัตรสหรัฐ” ระยะกลาง อายุ 2 – 3 ปี ตรงนี้เป็นโอกาสเช่นกันเมื่อดอกเบี้ยขยับปรับตัวลดลงในอนาคต
“Life Settlement” การลงทุนทางเลือกที่แตกต่าง...ลุย “กรมธรรม์ชีวิต” ตลาดรองสหรัฐ
ด้วยภาวะของตลาดการลงทุนที่ยังคงผันผวนดังกล่าว จึงแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยัง “สินทรัพย์ทางเลือก” (Alternative Investment) จะช่วยสร้างโอกาสการลงทุนในช่วงสินทรัพย์ดั่งเดิมมีความผันผวนได้เป็นอย่างดี โดยหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจก็คือ “Life Settlement” ที่เข้าไปลงทุนใน “กรมธรรม์ชีวิต” ตลาดรองในสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่และมีกฎหมายคุ้มครองใน 43 รัฐ ของสหรัฐ เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจน้อย และมีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์หลักอื่นๆ ต่ำ จึงเหมาะที่จะใช้กระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญยังลงทุนได้ตลอดเวลาไม่ต้องรอจังหวะตลาดเหมือนสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ แต่ประการใด
“ปัจจุบัน บลจ.วรรณเป็นเพียงบลจ.เดียวในอุตสาหกรรมที่นำเสนอการลงทุนใน ‘Life Settlement’ นี้ ที่ผ่านมามีการออกไปแล้ว 4 กอง ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ขายได้รวมกันกว่า 1.1 – 1.2 หมื่นล้านบาท เรียกได้ว่า บลจ.วรรณ ครองแชมป์กองทุนสินทรัพย์ทางเลือกอันดับหนึ่งของประเทศไทย โดยกองทุน ‘ONE-LS4-UI’ ที่ขายไปในปีนี้มียอดขายประมาณ 3.3 พันล้านบาท ถือเป็นการ IPO กองทุนสินทรัพย์ทางเลือกที่ใหญ่ที่สุดในตลาดของปีนี้ อีกด้วย”

ความเสี่ยงของ Life Settlement เท่าที่มองเห็นในตอนนี้ คือ อายุเฉลี่ยของผู้ขายกรมธรรม์ให้กองทุนจะต้องยืนยาวขึ้นถึง 95ปี ภายใน 3 ปี นั่นอาจจะกระทบผลตอบแทนของกองทุนได้ เพราะในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา หรือพายุถล่มสหรัฐ จำนวนผู้เสียชีวิตเองก็ไม่มาก ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของคนสหรัฐอยู่ที่ 84 ปี ถ้าอายุยืนไปถึง 95 ปี ตรงนี้น่าจะเป็นความเสี่ยงของกองทุน แต่ก็คงใช้เวลาอีกนาน ไม่ใช่ภายใน 3 ปี แต่ประการใด จึงไม่น่าแปลกใจที่กองทุน Life Settlement จะสร้างผลตอบแทนได้เฉลี่ย 8 – 9% ต่อปี เลยทีเดียว
ล่าสุดบริษัทกำลังเสนอขายกองทุน ‘ONE-LS5-UI’ ตั้งแต่วันนี้ – 29 ส.ค. 23 กองทุนเน้นลงทุนในกรมธรรม์ประกันชีวิตในตลาดรองประเทศสหรัฐ ผ่านกองทุนหลัก ‘One Life Settlement Limited Partnership’ ซึ่งบริหารจัดการการลงทุนโดย SL Investment Management ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ความเสี่ยงที่ 8+ มีอายุโครงการ 3 ปี 3 เดือน โดยระหว่างทางการลงทุน ผู้ถือหน่วยมีโอกาสไถ่ถอน (Redemption) หน่วยลงทุนได้ เมื่อถือลงทุนครบ 1 ปีขึ้นไป ซึ่งสามารถไถ่ถอนได้ตามที่บลจ.วรรณกำหนด เงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท
หั่นเป้า “ดัชนีหุ้นไทย” สิ้นปีเหลือ 1,570 จุด...ชี้ “กองอสังหาฯ” ปัจจุบันถูกมาก
ด้าน “มณฑล จุนชยะ” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ ยอมรับว่า ภาพรวม “หุ้นไทย” ปีนี้ไม่ค่อยดีนัก ล่าสุดตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจทางภาครัฐก็ปรับลดมาเหลือ 2.5 – 3.0% เท่านั้น แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะเป็นความหวังที่เข้ามาช่วยเศรษฐกิจ แต่ก็เป็นแค่ตัวเสริมเท่านั้น ตัวหลัก คือ ภาคการส่งออกที่คิดเป็นสัดส่วนถึง 60% ของ GDP ซึ่งปัจจุบันก็ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอยู่พอสมควร เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้วก็หวังว่าจะเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ ถ้ารัฐบาลสามารถออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นได้ภายใน 2-3 เดือนจากนี้ เรามองว่าดัชนีหุ้นสิ้นปีน่าจะอยู่ที่ระดับ 1,570 จุด ได้ ซึ่งเป็นเป้าที่ปรับลงจากเดิมที่เคยมองไว้ 1,640 จุด อย่างไรก็ตามในกรณีเลวร้ายก็มีโอกาสที่ดัชนีจะลงไปถึงระดับ 1,395 จุด ได้เช่นกัน

(มณฑล จุนชยะ)
“กลุ่มกองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT ปัจจุบันน่าสนใจลงทุนมากหลังจากราคาปรับตัวลงมาแรง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากกองอสังหาฯ ขนาดใหญ่อย่าง DIF และ CPNREIT ในตลาดที่ปรับตัวลงแรง ดึงให้ภาพรวมของกลุ่มร่วงตามกันมาด้วย ทั้งที่พื้นฐานเองยังคงแข็งแกร่ง Yield ปัจจุบันก็สูงขึ้น สามารถลงทุนในกลุ่มนี้ได้สำหรับนักลงทุนที่สนใจเช่นกัน”
สำหรับการลงทุนยังแนะนำให้นักลงทุนมองเป็นพอร์ตการลงทุนมีการจัดสรรไปในสินทรัพย์ต่างๆ อย่างเหมาะสม โดยแนะนำให้ลงทุนใน “หุ้น” 45% ในส่วนนี้เป็นหุ้นไทยประมาณ 20%, “การลงทุนทางเลือก” ทั้งทองคำ, น้ำมัน และอสังหาริมทรัพย์ ส่วนนี้รวมกันประมาณ 15% และ “ตราสารหนี้” อีก 40% แบ่งเป็นตราสารหนี้ระยะสั้น 30% และตราสารหนี้ระยะกลาง 10%
ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนโลกที่ยังคงผันผวน การจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยทำให้นักลงทุนสามารถฝ่าฟันไปได้ และการเติมการลงทุนทางเลือกเข้ามาในพอร์ต ก็จะช่วยทำให้พอร์ตมีสมดุลและมีสุขภาพดีขึ้นด้วยเช่นกัน หนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจและเป็นโอกาสใหม่ที่แตกต่างก็คือ “Life Settlement” ที่ลงทุนใน “กรมธรรม์ประกันชีวิต” ตลาดรองสหรัฐ นั่นเอง
