“ONE-LS5-UI” คว้าโอกาสลงทุน “กรมธรรม์ประกันชีวิต” ตลาดรองสหรัฐ... “การลงทุนทางเลือก” ที่ตอบโจทย์ !!!
“การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) ถือเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่ส่งผลต่อผลตอบแทนโดยตรง ดังนั้น การทุ่มเทเวลาไปในการจัดวางสำรับการลงทุนอย่างเหมาะสมจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าและง่ายกว่า ซึ่งนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั่วโลกตลอดจนเหล่านักลงทุนในตำนานต่างก็ใช้กัน
นอกเหนือจากสินทรัพย์หลักอย่าง “หุ้น” หรือ “ตราสารหนี้” ที่นักลงทุนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ยังมี “สินทรัพย์ทางเลือก” (Alternative Investment) เป็นอีกกลุ่มสินทรัพย์ที่น่าสนใจ ที่นำมาใส่ไว้ในพอร์ตแล้วจะช่วยกระจายความเสี่ยง สร้างสมดุลให้พอร์ต และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีมีเสถียรภาพขึ้นด้วย
วันนี้ จะพามารู้จักกับ “Life Settlement” การลงทุนทางเลือกที่แตกต่าง ด้วยการเข้าไปลงทุนซื้อขาย “กรมธรรม์ประกันชีวิต” ในตลาดรองของสหรัฐ ที่ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดมากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแนวโน้มเติบโตจากจำนวนประชากรสูงอายุที่ปรับตัวเพิ่มมากขึ้นในทุกวันอีกด้วย

“Life Settlement” การลงทุนทางเลือกที่ “แตกต่าง”...เกิดจากธุรกรรมซื้อขาย “กรมธรรม์ชีวิต” ในตลาดรอง
ถ้าพูดถึงการลงทุนทางเลือก นักลงทุนส่วนใหญ่อาจนึกถึงทองคำ, น้ำมัน หรืออสังหาริมทรัพย์ แต่จะพบว่าสินทรัพย์เหล่านี้ยังคงมีปัจจัยที่เข้ามากระทบกับราคาที่อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันไป เช่น ค่าเงินดอลลาร์ ,ทิศทางดอกเบี้ย หรือเงินเฟ้อ เป็นต้น
ในขณะที่ “Life Settlement” ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยเหล่านั้นแต่ประการใดจึงได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจน้อย เป็นตลาดที่ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับ “ผู้ซื้อกรมธรรม์” ในการขายกรมธรรม์ของตนให้แก่ “ตัวกลางทางการเงิน” ในกรณีที่ผู้ซื้อกรมธรรม์นั้นไม่สามารถจะจ่ายค่าเบี้ยกรมธรรม์ได้อีกต่อไป หรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม
“แทนที่จะต้องไปเวนคืน, จำนอง หรือยกเลิกกรมธรรม์ซึ่งอาจได้รับเงินไม่คุ้มกับเบี้ยที่จ่ายไป ก็เอามาขายตัวกลางทางการเงิน ซึ่งในที่นี้ก็คือ กองทุน ‘Life Settlement’ นั่นเอง ซึ่งเงินที่ได้ก็จะมากกว่าที่จะไปเวนคืนกับบริษัทประกันด้วย โดยกองทุนที่ซื้อกรมธรรม์ต่อจากเจ้าของกรมธรรม์เดิม จะได้สิทธิ์เป็นผู้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์และต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันต่อจนครบระยะเวลาสัญญาในกรมธรรม์ฉบับนั้น”
ทำไม “Life Settlement” จึงน่าสนใจ?
-ตลาด “Life Settlement” มีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่นๆ ค่อนข้างน้อย โดยมีค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) กับหุ้นโลก -0.04, หุ้นตลาดเกิดใหม่ -0.02, ดัชนี S&P500 -0.04, หุ้นไทย -0.03, ตราสารหนี้โลก 0.09 และทองคำ 0.18 (ที่มา: ONEAM, Bloomberg, ม.ค. 2014 – มิ.ย. 2023) จึงเหมาะกับการใช้กระจายความเสี่ยงช่วยลดความผันผวนให้พอร์ตการลงทุน
- ให้ “ผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ” ในทุกภาวะตลาด ไม่ขึ้นกับปัจจัย เช่น ดอกเบี้ย, เงินเฟ้อ, ค่าเงิน เป็นต้น จึงลงทุนได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอจังหวะในการลงทุนแต่ประการใด ทั้งนี้หากดูผลตอบแทนของกองทุน “Life Settlement” เทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ ในช่วงม.ค.2014 -มิ.ย.2023 นั้น พบว่าสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าเฉลี่ย +14.25% ต่อปี ในขณะที่มีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) ต่ำที่สุดเพียง -2.44% เท่านั้น
- ปัจจุบันมูลค่าของตลาด “Life Settlement” ของสหรัฐ มีมูลค่ามากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแนวโน้มเติบโตจากจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น
-ตลาด “Life Settlement” อยู่ในสหรัฐ โดยมากกว่า 43 รัฐมีกฎหมายคุ้มครองการทำรายการซื้อขายกรมธรรม์ หรือ คิดเป็น 90% ของจำนวนรัฐที่มีกฎหมายคุ้มครองการทำธุรกรรม ทำให้ผู้ลงทุนมีความเชื่อมั่น

“ONE-LS5-UI” โอกาสที่เหนือกว่า...ลงทุน “กรรมธรรม์ชีวิต” ตลาดรองในสหรัฐ
เพื่อเปิดโอกาสการลงทุนที่เหนือกว่าให้กับนักลงทุนไทย ทางบลจ.วรรณ จึงนำเสนอ “ONE-LS5-UI: "กองทุนเปิด วรรณ ไลฟ์ เซทเทิลเมนท์ 5 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย" มีอายุโครงการ 3 ปี 3 เดือน ที่จะเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 21 – 29 ส.ค. 2023 (ลงทุนได้เฉพาะช่วง IPO) โดยกองทุนมีความเสี่ยงระดับ 8+ โดยระหว่างทางการลงทุนผู้ถือหน่วยมีโอกาสไถ่ถอน (Redemption) หน่วยลงทุนได้เมื่อถือลงทุนครบ 1 ปีขึ้นไป ตามเงื่อนไขที่บลจ.วรรณกำหนด เงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท
ซึ่งกองทุน ONE-LS5-UI ถือเป็นซีรีย์ที่5 ของกองทุนในกลุ่ม “Life Settlement” แล้ว โดยยังคงจุดเด่นเน้นลงทุนระยะยาวผ่านการซื้อขายกรมธรรม์ประกันชีวิต (Life Settlement) ในตลาดรองสหรัฐ ซึ่งมีกฎหมายคุ้มครองใน 43 รัฐ กองทุนจะรับหน้าที่ในการจ่ายเบี้ยประกันในอนาคต แลกกับผลประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ผ่านกองทุนหลัก ‘One Life Settlement Limited Partnership - Main Class’ บริหารจัดการโดย SL Investment Management Limited และบลจ.วรรณ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการบริหารจัดการกองทุนหลักดังกล่าวแต่ประการใด
“กองทุนหลัก” เกณฑ์ลงทุนเข้มข้น...เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีระยะยาว
สำหรับเกณฑ์ลงทุนของกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เจ้าของกรมธรรม์ประกันชีวิตมีอายุ60 ปี ขึ้นไป โดยคาดการณ์อายุการถือกรมธรรม์ (Pricing Life Expectancy) ต้องมากกว่า 24 เดือน แต่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 180 เดือน และกรมธรรม์นั้นต้องไม่อยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทประกันชีวิตจะบอกล้างกรมธรรม์
ที่สำคัญจะลงทุนที่ราคารับซื้อต่ำกว่าผลประโยชน์ที่ได้รับจากรมธรรม์เท่านั้น โดยประเมินจากวิธีคิดลดกระแสเงินสดในอนาคต นอกจากนี้กองทุนจะลงทุนในกรมธรรม์ที่มีคู่สัญญาเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีเรทติ้งสูงกว่า A.M.Best B+ (เทียบเท่า BBB- ของ S&P) ขึ้นไปเท่านั้น
“หน้าตาพอร์ตกองทุนหลัก (ณ มิ.ย. 23) นั้น มีอายุเฉลี่ยของผู้ขายกรมธรรม์ประกันชีวิตเฉลี่ย 79.2 ปี มีการถือกรมธรรม์เฉลี่ย 6.2 ปี และมีอันดับเครดิตของบริษัทประกันชีวิตคู่สัญญา A+”
ปัจจุบันตลาดการลงทุนมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว การกระจายเงินลงทุนบางส่วนไปใน “สินทรัพย์ทางเลือก” อย่าง “Life Settlement” จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจน้อย และมีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่นๆ ต่ำ จึงสามารถลงทุนได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอจังหวะการลงทุน และสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอในทุกภาวะตลาด ที่จะช่วยสร้างสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณได้เป็นอย่างดี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. วรรณ โทร. 02-659-8888 www.one-asset.com
คำเตือน
-
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
-
กองทุนฯนี้สำหรับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น และเป็นกองทุนความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนทำการลงทุน
-
กองทุนหลักบริหารจัดการโดย SL Investment Management Limited และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการบริหารจัดการกองทุนหลัก
-
กองทุนนี้มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk)
-
กองทุนนี้ไม่ถูกจำกัดความเสี่ยงด้านการลงทุนเช่นเดียวกับกองทุนรวมทั่วไป จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับผลขาดทุนระดับสูงได้เท่านั้น และผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนนี้ในช่วงเวลาประมาณ 1 ปี (12 เดือน) ได้ ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
