“PRINCIPAL VNEQ-I” ลุย “หุ้นเวียดนาม” อนาคตไกล...ดาวเด่นแห่งเอเชีย !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Vietnam Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นเวียดนาม” ที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต หรือหุ้นตลาดอื่น/กองทุนที่ลงทุนในหุ้นเวียดนาม


หนึ่งใน “ตลาดดาวรุ่ง” แห่งเอเชียที่ไม่น้อยหน้าจีน จนเรียกขานว่าเป็น “มังกรน้อย” ปีนี้ก็ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า +17% (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ส.ค. 23)


ในวันนี้เพื่ออิงกับกระแสการลงทุนทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการค้นคว้าและหาข้อมูลเกี่ยวกับ กองทุนรวมน่าสนใจใน “ตลาดหุ้นเวียดนาม” มาแบ่งปันให้ผู้อ่านในครั้งนี้



PRINCIPAL VNEQ-I” คว้าโอกาสลุย “หุ้นเวียดนาม”...ดาวเด่นแห่งเอเชีย

หากพูดถึง “ตลาดหุ้นเกิดใหม่” หรือ “ตลาดหุ้นกำลังพัฒนา” แน่นอนว่าหลายคนก็ต้องพูดถึง “ตลาดหุ้นจีน” ที่เป็นดั่งหัวหอกและดาวรุ่งประจำกลุ่ม ด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกในปัจจุบัน ที่คาดว่ายังจะโตได้ในระดับสูงเฉลี่ย 5% ได้อีกด้วย


แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันที่เกิดปัจจัยรุมเร้า “ตลาดหุ้นจีน” จนทำให้ตลาดยังไม่ไปไหน จัดเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ถูกที่สุดในโลก แต่ก็ยังไม่วิ่งสักที พอจะวิ่งก็มีปัจจัยลบมากระทบทุกครั้งไปเล่นเอาหลายคนท้อ จนต้องลดบทบาทหรือน้ำหนักการลงทุนลงมา หันไปมองหาตลาดหุ้นที่พื้นฐานแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน เจติบโตสูง และยังไม่แพง ที่สำคัญมีความหวังว่าจะวิ่งได้ดีกว่าอย่าง “หุ้นเวียดนาม” แทน


“และเป็นตลาดที่คาดว่าจะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ในทำเนียบ ดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ (MSCI EM) ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนทั่วโลกเข้ามาอีกมากเลยทีเดียว”




โดยกองทุนที่น่าสนใจดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ I หรือ PRINCIPAL VNEQ-Iหนึ่งในภายใต้จักรวาลของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด ที่บริหารจัดการภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งหวังให้ผลการดำเนินงานของกองทุนสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) ที่ผลงานเข้าตาจึงได้ถูกจัดให้เป็นกองทุน “5 ดาว” จาก “มอร์นิ่งสตาร์” อีกหนึ่งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 23)


ในส่วนของรายละเอียดกองทุนเป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนเริ่มต้น Class ขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 จนถึงปัจจุบัน(ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2566) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 180,754,191 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 11.96 บาทต่อหน่วย


“สำหรับนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลัก ในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าว”


รวมไปถึงตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น กองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน และกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ ที่เน้นลงทุนในตราสารทุนประเทศเวียดนาม โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของ กอง PRINCIPAL VNEQ-I’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


โดยการจัดสรรหรือการกระจายเม็ดเงินลงทุน (ณ วันที่ 31 ก.ค. 23) แบ่งเป็นอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย

-ธนาคาร                            25.21%

-UNIT TRUST                    15.37%

-เทคโนโลยี                        10.92%

-เหล็ก                               7.49%

-พัฒนาอสังหาริมทรัพย์         6.96%




“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง PRINCIPAL VNEQ-I ตั้งแต่จัดตั้งกองนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 1.78% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 2.85% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานจะเฉลี่ยอยู่ที่ 20.78% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 22.23% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีการลงทุนมักมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน โดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -44.18%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” 5 แสนบาท และ “ครั้งถัดไป” 1 แสนบาท

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนในกองทุนดังกล่าว เนื่องจากเป็นชนิดหน่วยลงทุนสำหรับ “นักลงทุนสถาบัน” สามารถลงทุนได้ด้วยเงิน 500,000 บาท ตามข้อกำหนดเงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 100,000 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำทำได้โดยไม่มีข้อกำหนดสำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+5)




ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่างธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จํากัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง Principal TH


หุ้นเวียดนาม...ถือเป็นหนึ่งในดาวเด่นของเอเชีย ที่พร้อมจะอัพเกรดจาก ตลาดชายขอบ(Frontier Market) ไปสู่ “ตลาดหุ้นเกิดใหม่” (Emerging Market) ในอนาคต ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนซึ่งจะเป็นรองลงมาก็แค่ตลาดหุ้นอินเดีย แต่ในช่วงที่สถานการณ์ตลาดหุ้นอื่นๆ ต้องเผชิญกับปัจจัยรุมเร้าเข้ามานั้น ก็ถือเป็นจังหวะที่ดีในการหาโอกาสเข้ามาลงทุนหรือทยอยสะสมเช่นเดียวกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม