คาด “CPNREIT” & “DIF” 2 บิ๊กตัวฉุดผลงาน “กองอสังหาฯ” ปีนี้... ส่วนกลุ่ม “ออฟฟิศสำนักงาน” ยังไม่ฟื้นจาก COVID ติดกลุ่มบ๊วยมากสุด !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องผลงาน “กองทุนอสังหาริมทรัพย์” ที่ปีนี้ยัง Underperform ตลาดหุ้นไทยโดยรวม ตั้งแต่ต้นปีมา 8 เดือน ดัชนี “PF&REIT” ดิ่งหนักกว่า -11.92% ในขณะที่ “SET Index” ติดลบน้อยกว่าเพียง -5.98% เท่านั้น
เรียกว่า “ผิดคาด” ค่อนข้างมาก อาการเมาหมัดจากวิกฤติ COVID-19 ที่น่าจะคลี่คลายดูจะส่อเค้าเป็น “Long COVID” ที่หายป่วยแต่ไม่จบซะงั้น
แต่ถ้าโฟกัสไปในกลุ่ม “กองทุนอสังหาฯ” ในมือบลจ. ทั้ง 41 กองนั้น ช่วง 8 เดือนแรกติดลบไปเฉลี่ย -7.31% ก็ยังดีกว่าดัชนี “PF&REIT” อยู่เกือบ 5% เลยทีเดียว
โดยการดิ่งเหวของภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่ม “กองทุนอสังหาฯ” นั้นเชื่อว่าเกิดจาก 2 Big ที่มีขนาดใหญ่ของกลุ่มทั้ง “CPNREIT” ที่ร่วงไปตั้งแต่ต้นปี -44.10% (มีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุด 8.24%) และ “DIF” ที่ดิ่งไปไม่น้อยหน้ากัน -29.55% ฉุดตลาดรวมให้ร่วงตามไปด้วย
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จะพาไปส่อง 10 “กองทุนอสังหาฯ” ในมือบลจ. ที่ดิ่งหนักสุดในปีนี้ว่ามีกองไหนกันบ้าง พร้อมอัพเดทข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย
10 "กองอสังหาฯ" ดิ่งหนักสุดปีนี้ติดลบเฉลี่ยกว่า -30%...“ CPNCG” อาการหนักสุด -40.09%
จากการสำรวจผลงานของ “กองทุนอสังหาฯ” ภายใต้การบริหารของบลจ.ทั้ง 41 กอง ของทีมงาน ‘Wealthy Thai’ พบว่า ในช่วง 8 เดือนแรกผลตอบแทนยังติดลบเฉลี่ย -7.31% โดยมี 24 กอง คิดเป็น 58.54% ที่ผลตอบแทนเอาชนะค่าเฉลี่ยกลุ่มได้ ในขณะที่อีก 17 กอง คิดเป็น 41.46% แพ้ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม
“อย่างไรก็ตาม ใน 41 กอง มีถึง 27 กอง คิดเป็น 65.85% ที่ผลตอบแทน ‘ติดลบ’ โดย 10 กองที่ผลตอบแทนดิ่งหนักสุดตั้งแต่ต้นปีนั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ส.ค. 23) ติดลบเฉลี่ยสูงถึง -29.97% เลยทีเดียว”
สำหรับ 10 “กองอสังหาฯ” ของบลจ.ที่ผลงานดิ่งหนักสุดปีนี้ แบ่งเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่
-กลุ่มอาคารออฟฟิศสำนักงาน: มีมากสุด 5 กอง ประกอบด้วย KPNPF, CPTGF, QHPF, POPF และ CPNCG
-กลุ่มกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน: มี 3 กอง ได้แก่ KBSPIF, BRRGIF และ DIF
-กลุ่มเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์: มี 1 กอง ได้แก่ MJLF
-กลุ่มหอพักนักศึกษา: มี 1 กอง ได้แก่ TUPF
“ทั้งนี้ จะพบว่า ใน 10 อันดับกองอสังหาฯ ที่ผลงานแย่สุดนั้น กว่าครึ่งเป็นกลุ่มของ ‘ออฟฟิศสำนักงาน’ ซึ่งหลังจาก COVID-19 ตัวเลขอัตราการเช่าพื้นที่ก็ยังไม่ฟื้นกลับมา และเป็นกลุ่มที่ดูจะฟื้นตัวช้าที่สุดด้วยในปัจจุบัน โดย 3 อันดับ สุดท้ายก็อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน”

สำหรับ “กองอสังหาฯ” ที่ผลงานแย่สุด 5 อันดับสุดท้ายของปีนี้ ได้แก่
-“DIF: กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ผลตอบแทนติดลบ –29.55% กองทุนเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิที่เกิดจากกลุ่มทรัพย์สิน (portfolio) ประเภทเสาโทรคมนาคมจำนวน 16,059 เสา
-“TU-PF: กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ที ยู โดม เรสซิเดนท์เชียล คอมเพล็กซ์” ของบลจ.ยูโอบี ผลตอบแทน -35.05% ลงทุนในสิทธิการเช่า (leasehold) โครงการ "ที ยู โดม เรสซิเดนท์เชียล คอมเพล็กซ์"
-“QHPF: กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผลตอบแทน -38.05% ลงทุน leasehold ในโครงการ “คิวเฮ้าส์ ลุมพินี โครงการเวฟ เพลส” และโครงการ “คิวเฮ้าส์ เพลินจิต”
-“POPF: กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ผลตอบแทน -38.70% ลงทุนในสิทธิการเช่า (leasehold) ของ “อาคารยูบีซี 2” ลงทุนในกรรมสิทธิ์อาคารและสิ่งปลูกสร้างพร้อมงานระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง และรับโอนสิทธิการเช่าที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคาร “เพลินจิตเซ็นเตอร์” และโครงการ “บางนา ทาวเวอร์”
-“CPNCG: กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ผลตอบแทน -40.09% ลงทุนในสิทธิการเช่า (leasehold) ที่ดินพร้อมอาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัล เวิลด์ (ยกเว้น พื้นที่บางส่วนของชั้น G และชั้น 3 และพื้นที่ชั้นใต้ดิน B1-B3)
อย่างไรก็ตาม เหล่า “บลจ.” ต่างประสานเสียงมองว่า ปัจจุบันราคาของกลุ่ม “กองทุนอสังหาฯ” ปรับตัวลงมามาก จน Yield น่าสนใจ ในขณะที่พื้นฐานเองยังคงแข็งแกร่ง แนะเป็นสินทรัพย์ที่มีติดพอร์ตไว้กระจายความเสี่ยงได้ ผลตอบแทนคาดหวังระดับ 5-6% มีไว้ติดพอร์ต 5-10% เพื่อกระจายความเสี่ยง ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจอยู่นั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
