Official Update :

“LHHOTEL” เตรียมแผนเพิ่มทุน 540 ล้านหน่วย ลุยซื้อสินทรัพย์อีก 2 แห่ง มูลค่ากว่า 9.8 พันลบ. ชูยีลด์หลังลงทุนสินทรัพย์สูง 1.15 บาท/หน่วย

Fun of Funds: “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล” หรือ  “LHHOTEL เตรียมเพิ่มทุนหน่วยทรัสต์จำนวนไม่เกิน 540 ล้านหน่วย


หวังนำเงินลงทุนสินทรัพย์ใหม่เพิ่ม 2 แห่ง มูลค่ากว่า 9.8 พันล้านบาท หนุนมูลค่าสินทรัพย์รวมเติบโตเท่าตัวหรือแตะ 2 หมื่นล้านบาท


และประมาณการเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทน หลังการลงทุนในทรัพย์สินเป็น 1.15 บาทต่อหน่วย


LHHOTEL” เตรียมแผนเพิ่มทุน 540 ล้านหน่วย...ลุยซื้อสินทรัพย์อีก 2 แห่ง มูลค่ากว่า 9.8 พันลบ.

โดย “ดร.ณัฐกวิน เจียมโชติพัฒนกุล” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ LHHOTEL กล่าวว่า กองทรัสต์เตรียมจะเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนไม่เกิน 540 ล้านหน่วย เพื่อรองรับลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมพัทยา 2 โครงการ ประกอบไปด้วย “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” และ “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา” มูลค่ารวมไม่เกิน 9.8 พันล้านบาท


(ดร.ณัฐกวิน เจียมโชติพัฒนกุล)



“โดยการลงทุนข้างต้นแหล่งเงินทุนจะมาจาก 2 ส่วน คือ เงินจากการขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมและนักลงทุนรายใหม่ ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์ แบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (แบบไฟลิ่ง) แล้ว และบางส่วนจะมาจากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินไม่เกิน 4.5 พันล้านบาท”


ปลื้มผลงานดีจากท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว...หลังลงทุนเพิ่มดันขนาดกองโตเท่าตัวแตะ 2 หมื่นล้านบาท-สิทธิการเช่าเพิ่มเป็น 22 ปีเศษ

สำหรับกองทรัสต์ LHHOTEL มีทรัพย์สินหลัก 3 โครงการ ได้แก่ “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 จำนวน 462 ห้องพัก, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ” จำนวน 497 ห้องพัก และ “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 จำนวน 442 ห้องพัก




“โดยผลการดำเนินงานของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ทั้ง 3 แห่งดังกล่าวในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 90% และค่าห้องพักเฉลี่ยสูงกว่าในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2562 แล้วกว่า 20% ขณะที่ผลการดำเนินงานของกองทรัสต์ LHHOTEL ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากเปิดประเทศและกลับมาจ่ายประโยชน์ตอบแทนในรูปเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ตั้งแต่งวดไตรมาส 3/2565 โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 กองทรัสต์จ่ายเงินปันผล แล้ว 2 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 0.58 บาทต่อหน่วย”


ทั้งนี้ จากภาพรวมการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่กองทรัสต์ LHHOTEL จะลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมพัทยา 2 โครงการ นับเป็นการกระจายการลงทุนสู่พัทยาเป็นครั้งแรกในทรัพย์สินศักยภาพสูงที่เป็นแลนด์มาร์คของย่านพัทยาเหนือเพื่อเปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่สนใจเข้าลงทุน


“โดยภายหลังลงทุนเพิ่มเติม LHHOTEL จะมีมูลค่าสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็นหรือจะไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท และมีอายุสิทธิการเช่าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ปีเศษ จากเดิมประมาณ 18 ปีเศษ รวมถึงมีการกระจายการลงทุนที่ดีขึ้น โดยมีสัดส่วนทรัพย์สินในกรุงเทพฯ 55% และพัทยา 45% อย่างไรก็ดีในช่วง 5-8 ปีข้างหน้า ได้วางเป้าหมายจะเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์รวมให้อยู่ที่ระดับ 4 หมื่นล้านบาท”


มั่นใจ “คุณภาพสินทรัพย์-ทีมบริหาร”...หลังลงทุนคาด “เงินจ่ายประโยชน์ตอบแทน” อยู่ที่ประมาณ
1.15 บาทต่อหน่วย

ด้าน “จิตติสา เจริญพานิช” ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า LHHOTEL เป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจในจังหวะนี้ที่ภาพรวมการท่องเที่ยวกับมาคึกคัก โดยโรงแรม ที่ LHHOTEL ลงทุนอยู่ในปัจจุบันและจะลงทุนเพิ่มเติม เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่มีศักยภาพสูง อยู่ในทำเลย่านศูนย์กลางธุรกิจใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และพัทยาที่เป็นเมืองท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและต่างชาติ


(จิตติสา เจริญพานิช)


ขณะเดียวกันโรงแรมทั้งหมดมีผลการดำเนินงานที่ดี และฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากช่วงโควิด-19 โรงแรมที่ LHHOTEL เข้าลงทุน พัฒนาและบริหารโดย Sponsor ในกลุ่ม “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ฯ” ผู้พัฒนาโครงการและบริหารโรงแรมชั้นนำ และการบริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทรัสต์มืออาชีพโดย “บลจ. LH Fund



“นอกจากนี้ Sponsor ยังมี Pipeline ในการพัฒนาทรัพย์สินใหม่ๆที่เป็นโอกาสให้กับ LHHOTEL ในการสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต ปัจจุบัน LHHOTEL เป็นกองทรัสต์กลุ่มโรงแรมที่มีขนาดสินทรัพย์รวมและมูลค่าตามราคาตลาดสูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ การเพิ่มทุนและลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินใหม่จะช่วยเสริมสภาพคล่องจากขนาดของกองทรัสต์ที่ใหญ่ขึ้น และสร้างการเติบโตให้กับรายได้ของกองทรัสต์


โดยการเพิ่มทุนในครั้งนี้ ได้ประมาณการเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทน ภายหลังการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมอยู่ที่ประมาณ 1.15 บาทต่อหน่วย หรืออัตราผลตอบแทนอยู่ที่ราว 10% (อ้างอิงจากรายงานและข้อมูลทางการเงินตามสถานการณ์สมมติของผู้สอบบัญชี สำหรับงวด 12 เดือน ช่วงเวลาประมาณการวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567)


ชี้
Fed หยุดขึ้นดอกเบี้ย...หนุน REIT น่าสนใจขึ้น

ด้าน “ยศวีร์ สุทธิกุลพานิช” ผู้บริหารสายงาน Investment Banking and Capital Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า กองทรัสต์ (REIT) เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความนิยมและมีความน่าสนใจ เนื่องจากมีโอกาสรับผลตอบแทนการลงทุนที่มีความสม่ำเสมอในระยะยาวและมีความผันผวนด้านราคาต่ำกว่าตราสารทุน


(ยศวีร์ สุทธิกุลพานิช)



โดยเฉพาะ LHHOTEL ที่ลงทุนในโรงแรมที่มีอัตราเข้าพักและผลการดำเนินงาน รวมทั้งการจ่ายเงินปันผลที่ดี และยังสามารถฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากช่วงโควิด-19 หลังจากประกาศเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับปัจจุบันคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีแนวโน้มที่ใกล้จะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว จะส่งเสริมความน่าสนใจในการลงทุนในกองทรัสต์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล



นอกจากนี้หลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศและคาดว่า จะมีกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ (Foreign Fund Flow) ที่จะไหลเข้ามาสู่ตลาดทุนไทยเพิ่มขึ้นด้วย

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม