ชู “รถยนต์ไฟฟ้า”...อีกหนึ่งธีมเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก !!!

ถ้าเราต้องซื้อรถสักคันนึงในตอนนี้ นอกจากจะต้องคิดว่าจะซื้อรถยี่ห้อไหน หรือรุ่นอะไร สิ่งที่เราต้องคิดเพิ่มเติมอีกเรื่องก็คือ จะเลือก “เครื่องยนต์” แบบไหนดี ระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเพียงอย่างเดียว รถยนต์ไฮบริด (ใช้น้ำมันควบคู่กับไฟฟ้า) หรือจะเป็นรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว


ในตอนนี้เราอาจจะตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหน แต่เชื่อไหมในอนาคตเราจะสามารถซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น!


“มีการคาดการณ์ว่าในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้ายอดขายรถยนต์จะเป็นรถยนต์รถที่ใช้ไฟฟ้าเป็นส่วนประกอบกว่าครึ่งหนึ่ง และในอีก 20 ปีข้างหน้าจะเติบโตขึ้นเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลก (ที่มา: UOBAM, Robeco)



“รถยนต์ไฟฟ้า”...ปลุกธุรกิจที่ต่อเนื่องให้เติบโต-โอกาสการลงทุน

แต่ทำไม “รถยนต์ไฟฟ้า” ถึงเติบโตมากขึ้นอย่างชัดเจนและจะมาทดแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในอนาคต


เหตุการณ์ “ภัยธรรมชาติ” ที่มากขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทำให้ปัจจุบันทั่วโลกมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน และหันมาดูแลเอาใจใส่สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเราเพิ่มมากขึ้น โดยหนึ่งในนโยบายที่รัฐบาลเกือบทั่วโลกนำมาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศก็คือ การให้งดใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปหรือรถยนต์ที่ใช้น้ำมันนั้นเอง





“การสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าในหลายๆ ประเทศ ก็จะมีรูปแบบแตกต่างกันไป เช่น การสนับสนุนด้านภาษี การช่วยเหลือในการสร้างห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) หรือในบางประเทศถึงขั้นออกเป็นกฎหมายในการบังคับไม่ให้มีการขายรถยนต์ที่ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าอีกต่อไป”


และในเมื่อเราเห็นความต้องการการใช้รถยนต์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนแล้วถ้าหากเราคิดจะเริ่มลงทุน บริษัทแรกๆ ที่เราจะมองคงหนีไม่พ้น “บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า” อย่าง Tesla จากฝั่งประเทศสหรัฐฯ หรือ NIO จากฝั่งประเทศจีน ซึ่งเป็นบริษัทที่อาจมีการเติบโตสูงตาม trend การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้น


แต่นอกจากบริษัทที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าต้องบอกว่ายังมีอีกหลายอุตสาหกรรมที่มีความน่าสนใจและเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าเช่น “ธุรกิจแบตเตอรี” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการทำให้รถไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนได้ในระยะทางไกลขึ้น จากเดิมเราอาจจะขับรถยนต์ไฟฟ้าได้ไม่เกิน 200 กิโลเมตร แต่เทคโนโลยีแบตเตอรีในปัจจุบันทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเดินทางได้ไกลถึง 500 – 1,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว และถ้ารถยนต์ไฟฟ้ามีการเติบโตสูงขึ้น ผู้ผลิตแบตเตอรีก็มีแนวโน้มของยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย


“เมื่อมีแบตเตอรีแล้ว สถานีชาร์จไฟ สำหรับรถไฟฟ้าก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น นโยบายภาครัฐในบางประเทศสนับสนุนให้ผู้สร้างแท่นชาร์จหรือสถานีชาร์จได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพิ่มเติม ซึ่งเทคโนโลยีการชาร์จ หรือจ่ายไฟฟ้า ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า”


ธุรกิจสุดท้ายที่อยากกล่าวถึงคือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบไร้คนขับและการเป็น “รถยนต์อัจฉริยะ” ซึ่งมีทั้งธุรกิจฮาร์ดแวร์เช่น ชิปอีเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจซอฟต์แวร์ เช่น แอปพลิเคชัน หรือระบบการประมวลผลต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันจะเป็นการพัฒนาควบคู่ไปกับธุรกิจเหล่านี้ ซึ่งเป็นโอกาสให้บริษัทที่เกี่ยวข้องสามารถทำกำไรให้เติบโตได้มากขึ้น


สุดท้ายถ้าเราสนใจที่จะลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “รถยนต์ไฟฟ้า” นอกจากหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกแล้ว เรายังสามารถลงทุนผ่าน “กองทุนรวม” ซึ่งในปัจจุบันผู้ลงทุนสามารถเข้าการลงทุนได้ง่ายๆ ผ่านกองทุนรวมในประเทศไทยได้อีกด้วย

ธเนศ ฟังมงคล

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจตัวแทนขาย สายพัฒนาธุรกิจ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำแนะนำการลงทุน โดยมีประสบการณ์ในวงการตลาดทุนมากกว่า 15 ปี อยากให้ทุกคนเข้าใจการจัดการทางการเงิน และมีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้นจาการลงทุน